กระทรวงพาณิชย์ เผยภาพ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในลุคใหม่ ระหว่างหารือทูตแอฟริกาใต้ ปมเศรษฐกิจ ขยายส่งออก และเตรียมดันประชุม JTC ในปีนี้
.jpg)
ภาพจาก กระทรวงพาณิชย์
วันที่ 26 มีนาคม 2569 เพจเฟซบุ๊กกระทรวงพาณิชย์ เผยภาพ นางศุภจี
สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระหว่างพบหารือกับนายดาร์คีย์
อีเฟรอิม เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 25
มีนาคม 2569 ณ กระทรวงพาณิชย์ โดยนอกจากภารกิจด้านเศรษฐกิจที่น่าจับตาแล้ว
อีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนสังเกตเห็นคือภาพลักษณ์ของ "ศุภจี" ที่มาในลุคใหม่
สะดุดตาไม่น้อยระหว่างปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ
สำหรับการหารือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยถึงแนวทางการขยายการส่งออกสินค้าศักยภาพระหว่างกัน การเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการเร่งรัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย-แอฟริกาใต้ ให้เกิดขึ้นภายในปีนี้ พร้อมทั้งเห็นพ้องที่จะยกระดับการประชุมดังกล่าวขึ้นเป็นระดับรัฐมนตรี
นางศุภจี เปิดเผยว่า ไทยและแอฟริกาใต้มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยในปีนี้ยังถือเป็นวาระครบรอบ 34 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ จึงนับเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ไทยมองว่าการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจผ่านการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับห่วงโซ่อุปทาน และต่อยอดจุดแข็งของทั้งสองประเทศได้ในหลายด้าน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โลกการค้าเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนโลจิสติกส์และข้อจำกัดด้านธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ
.jpg)
ภาพจาก กระทรวงพาณิชย์
ที่ผ่านมา ไทยและแอฟริกาใต้มีกลไกการประชุม JTC เพื่อหารือประเด็นด้านการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่องทุก 2 ปี แต่ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะเร่งให้มีการประชุมครั้งต่อไปเร็วขึ้นจากกรอบเดิม และผลักดันให้เกิดขึ้นภายในปีนี้ พร้อมยกระดับการประชุมสู่ระดับรัฐมนตรี เพื่อให้การขับเคลื่อนความร่วมมือมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังพร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับภูมิภาคแอฟริกา เพื่อผลักดันข้อริเริ่มความร่วมมือระหว่างไทย-แอฟริกา (Thailand-Africa Initiative: TAI) อย่างเต็มที่
ในด้านการค้า นางศุภจี กล่าวว่า ไทยและแอฟริกาใต้ตั้งเป้าขยายการส่งออกสินค้าศักยภาพระหว่างกัน เพื่อสร้างสมดุลทางการค้าของทั้งสองประเทศ โดยไทยมีความพร้อมในการสนับสนุนสินค้าศักยภาพ เช่น ข้าว อาหารและเกษตรแปรรูป รวมถึงยานยนต์ โดยเฉพาะ "ข้าวไทย" ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสินค้าสำคัญที่ไทยต้องการผลักดันมากขึ้น เนื่องจากมีคุณภาพและความหลากหลายกว่า 5,000 ชนิด สามารถตอบโจทย์การบริโภคได้หลากหลาย
.jpg)
ภาพจาก กระทรวงพาณิชย์
เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายธุรกิจและขยายโอกาสทางการค้าระหว่างกัน นางศุภจี ยังได้เชิญชวนผู้ประกอบการแอฟริกาใต้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าสำคัญของไทย อาทิ Bangkok Gems & Jewelry, THAIFEX-Anuga Asia และ TILOG-LogistiX 2026 ขณะเดียวกัน ในช่วงปลายปีนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนส่งคณะผู้แทนเดินทางไปเจรจาการค้า เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันเพิ่มเติม
พร้อมกันนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะใช้ประโยชน์จากกลไกความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กับหน่วยงาน Invest SA ของแอฟริกาใต้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมด้านการลงทุนระหว่างกันมากขึ้นในอนาคต
สำหรับตัวเลขการค้า ในปี 2568 แอฟริกาใต้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 28 ของไทยในตลาดโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคแอฟริกา โดยการค้าระหว่างสองฝ่ายมีมูลค่ารวม 4,010.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นไทยส่งออกไปแอฟริกาใต้ 3,227.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากแอฟริกาใต้ 782.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ ข้าว เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญจากแอฟริกาใต้ ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ตลอดจนส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์





