โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจบสงครามกับอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลง ลั่นให้ชาติอื่นไปหาน้ำมันกันเอาเอง เรียนรู้ที่จะสู้เพื่อตัวเองบ้าง

ภาพจาก Joshua Sukoff / Shutterstock.com
วันที่ 1 เมษายน 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ และอัลจาซีรา รายงานว่า โดนัลด์
ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวในทำเนียบขาว
ระบุว่า สหรัฐฯ อาจยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านได้ภายในเวลา 2-3
สัปดาห์ หลังจากสงครามยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งเดือน
และส่งผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานและสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก โดยสหรัฐฯ
จะถอนกำลังในเร็ว ๆ นี้ ส่วนประเทศพันธมิตรอื่น ๆ
ที่ได้รับผลกระทบเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ให้ไปจัดการด้วยตัวเอง
จบสงครามใน 2-3 สัปดาห์ ไม่ต้องมีข้อตกลง
โดยทรัมป์ ได้กล่าวว่า "เราจะถอนกำลังออกในเร็ว ๆ นี้ ภายใน 2 หรืออาจจะ 3 สัปดาห์" ทั้งนี้ ทรัมป์ ยังกล่าวเสริมด้วยว่า ทางอิหร่านไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลงเพื่อที่จะยุติการขัดแย้งนี้ "อิหร่านไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลง พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลงกับผม"
อย่างไรก็ดี สำหรับเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการที่สหรัฐฯ จะยุติความขัดแย้งในครั้งนี้ ทรัมป์ได้กล่าวว่า ข้อกำหนดสำหรับการยุติปฏิบัติการคืออิหร่านจะต้องถูกทำให้กลับไปสู่ยุคหิน โดยปราศจากความสามารถในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ในเร็ววัน จากนั้นสหรัฐฯ จะถอนตัวออกมา
"เมื่อเรารู้สึกว่าพวกเขาถูกทำให้ตกอยู่ในยุคหินเป็นเวลานาน และพวกเขาจะไม่สามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกต่อไป เมื่อนั้นเราจะถอนตัวออกมา" ทรัมป์ กล่าว
"ไปหาน้ำมันกันเอาเอง !"
"พวกคุณจะต้องเริ่มเรียนรู้วิธีต่อสู้ด้วยตัวเอง สหรัฐฯ จะไม่ช่วยเหลือพวกคุณอีกต่อไปแล้ว เช่นเดียวกับที่พวกคุณไม่ได้ช่วยเหลือเรา อิหร่านถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว ส่วนที่ยากที่สุดผ่านไปแล้ว ไปหาแหล่งน้ำมันของตัวเองเถอะ !" ทรัมป์ กล่าว
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้วิพากษ์วิจารณ์ฝรั่งเศสว่า "ไม่ให้ความช่วยเหลืออย่างมาก โดยเฉพาะการไม่อนุญาตให้เครื่องบินบรรทุกเสบียงทางทหาร บินผ่านน่านฟ้าฝรั่งเศส เพื่อมุ่งหน้าไปยังอิสราเอล รวมถึงจุดยืนของฝรั่งเศส ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพในการโจมตีอิหร่านนั้นชัดเจนมาตั้งแต่ต้นแล้ว"
คำกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้นในขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ พุ่งสูงทะลุ 4 ดอลลาร์ (ราว 130 บาท) ต่อแกลลอน (3.8 ลิตร) สร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของชาวอเมริกันอย่างหนัก อันเป็นผลมาจากการโจมตีโรงงานผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียของอิหร่าน และการบีบจำกัดปริมาณเชื้อเพลิงผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางน้ำสำคัญที่ใช้ขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของโลก





