แฉพฤติกรรม ยศกร หนุ่มตามบูลลี่อินฟลูฯ สาวพิการนาน 2 ปี จนเหยื่อซึมเศร้า ด้านบริษัทอดีตต้นสังกัดสั่งแจงด่วนหลังว่อนภาพใส่ยูนิฟอร์ม
จากกรณีหลายเพจแชร์พฤติกรรมสุดทนของชายชื่อว่า ยศกร ซึ่งทำการบูลลี่ น้องทับทิม อินฟลูเอนเซอร์สาวผู้พิการ ไม่มีแขนขวาแต่กำเนิด ยาวนานเกือบ 2 ปี ส่งผลให้โลกออนไลน์ต่างส่งต่อเรื่องราวและเบาะแสของชายรายนี้ เนื่องจากเจ้าตัวดูจะไม่สำนึกกับสิ่งที่ทำลงไปแต่อย่างใด
วันที่ 1 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก ROYS Services - บริษัท รอยส์ เซอร์วิส จำกัด บริษัททำความสะอาด ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่โลกออนไลน์แชร์ภาพของ ยศกร ในชุดยูนิฟอร์มของบริษัท ยืนยันว่าเจ้าตัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทแล้ว พร้อมย้ำว่ายินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เสียหาย
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ชี้แจงกรณีการนำเสนอข่าวและภาพบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม Cyberbullying
เรียน สื่อมวลชนและสาธารณชน ตามที่มีการนำเสนอข่าวและส่งต่อภาพในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีพฤติกรรมคุกคามทางไซเบอร์ (Cyberbullying) ต่อคุณทับทิม โดยมีการปรากฏภาพผู้กระทำผิดในชุดยูนิฟอร์ม หรือมีความเกี่ยวข้องกับ กลุ่มบริษัท รอยส์ เซอร์วิส จำกัด บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
1. บุคคลที่ปรากฏในข่าวคือ นายยศกร เป็น อดีตพนักงาน ของบริษัทฯ จริง โดยได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานไปแล้วเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการกระทำของบุคคลดังกล่าว พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำส่วนบุคคล อนึ่ง บริษัทฯ มีนโยบายสำคัญไม่สนับสนุนการ Cyberbullying และ/หรือการคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นต่อผู้พิการหรือบุคคลใดก็ตาม
2. บริษัทฯ ขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และบริษัทฯ ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เสียหาย อีกทั้งยังขอยืนยันในเจตนารมณ์ที่จะดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของจริยธรรม และความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อไป
ขอแสดงความนับถือนายคณิน อารีวานิชกรรมการ และผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป สายงานปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท รอยส์ เซอร์วิส จำกัด
ขณะที่ รายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ช่อง 3 รายงานว่า จากการสอบถาม นายพนา พ่อของน้องทับทิม เล่าว่า ลูกสาวถูกชายคนนี้ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่งข้อความล้อเลียน บูลลี่ รวมถึงนำภาพและคลิปของน้องไปเผยแพร่ในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อเยาะเย้ยอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงแรกตนเลือกจะนิ่งเฉย ทำได้แค่ให้กำลังใจลูก บอกว่าไม่ต้องไปตอบโต้ แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งทำหนักขึ้น ทั้งส่งข้อความก่อกวน ข่มขู่ว่าจะตามมาหา รวมถึงแชร์โพสต์และบูลลี่ลูกสาวในหลายช่องทาง เมื่อตนทักไปสอบถามก็ไม่ได้รับคำตอบ อีกฝ่ายไม่มีท่าทีสำนึก ทั้งยังมองว่าเป็นเรื่องเล็ก และเชื่อว่าตำรวจจะไม่ดำเนินคดี
ผลกระทบที่เกิดขึ้นตอนนี้ น้องทับทิมมีภาวะเครียดและซึมเศร้า ไม่กล้าใช้โซเชียล ไม่กล้าออกไปใช้ชีวิตตามปกติ ถึงขั้นต้องปกปิดร่างกายเพราะความอาย แรก ๆ ลูกสาวได้บล็อกชายคนนี้ไป เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย แต่เขาก็ยังคุกคามไม่หยุด นำภาพน้องและตนเองไปโพสต์ตามกลุ่มต่าง ๆ นับ 10 กลุ่ม ตนจึงบอกกับลูกว่า ลองเลิกบล็อกแล้วเก็บหลักฐานให้มากที่สุด เพราะตนก็ทนไม่ได้กับพฤติกรรมเช่นนี้ และยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ครอบครัวของฝ่ายชายจะติดต่อมาขอขมา แต่ยืนยันว่าสายเกินไป เพราะตนเชื่อว่าชายคนนี้ไม่มีความสำนึกแม้แต่น้อย เพราะไม่ได้บูลลี่เฉพาะลูกสาวของตนเองคนเดียว แต่ยังไปบูลลี่ผู้พิการอีกหลายคน ซึ่งทำให้พ่อและน้องรู้สึกแย่มาก ๆ และที่สำคัญพ่อแม่ของเขาเป็นข้าราชการทั้งคู่ และดูเหมือนจะปกป้องเข้าข้างลูกชายของตน ส่วนเรื่องคดี ตนเองยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้ลูกสาวอย่างถึงที่สุด
![ยศกร ยศกร]()
![ยศกร ยศกร]()
![ยศกร ยศกร]()
ขอบคุณข้อมูลจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
จากกรณีหลายเพจแชร์พฤติกรรมสุดทนของชายชื่อว่า ยศกร ซึ่งทำการบูลลี่ น้องทับทิม อินฟลูเอนเซอร์สาวผู้พิการ ไม่มีแขนขวาแต่กำเนิด ยาวนานเกือบ 2 ปี ส่งผลให้โลกออนไลน์ต่างส่งต่อเรื่องราวและเบาะแสของชายรายนี้ เนื่องจากเจ้าตัวดูจะไม่สำนึกกับสิ่งที่ทำลงไปแต่อย่างใด
วันที่ 1 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก ROYS Services - บริษัท รอยส์ เซอร์วิส จำกัด บริษัททำความสะอาด ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่โลกออนไลน์แชร์ภาพของ ยศกร ในชุดยูนิฟอร์มของบริษัท ยืนยันว่าเจ้าตัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทแล้ว พร้อมย้ำว่ายินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เสียหาย
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ชี้แจงกรณีการนำเสนอข่าวและภาพบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม Cyberbullying
เรียน สื่อมวลชนและสาธารณชน ตามที่มีการนำเสนอข่าวและส่งต่อภาพในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีพฤติกรรมคุกคามทางไซเบอร์ (Cyberbullying) ต่อคุณทับทิม โดยมีการปรากฏภาพผู้กระทำผิดในชุดยูนิฟอร์ม หรือมีความเกี่ยวข้องกับ กลุ่มบริษัท รอยส์ เซอร์วิส จำกัด บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
1. บุคคลที่ปรากฏในข่าวคือ นายยศกร เป็น อดีตพนักงาน ของบริษัทฯ จริง โดยได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานไปแล้วเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการกระทำของบุคคลดังกล่าว พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำส่วนบุคคล อนึ่ง บริษัทฯ มีนโยบายสำคัญไม่สนับสนุนการ Cyberbullying และ/หรือการคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นต่อผู้พิการหรือบุคคลใดก็ตาม
2. บริษัทฯ ขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และบริษัทฯ ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เสียหาย อีกทั้งยังขอยืนยันในเจตนารมณ์ที่จะดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของจริยธรรม และความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อไป
ขอแสดงความนับถือนายคณิน อารีวานิชกรรมการ และผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป สายงานปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท รอยส์ เซอร์วิส จำกัด
เปิดใจพ่อน้องทับทิม ลูกสาวถูกบูลลี่-คุกคามต่อเนื่องนาน 2 ปี
ขณะที่ รายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ช่อง 3 รายงานว่า จากการสอบถาม นายพนา พ่อของน้องทับทิม เล่าว่า ลูกสาวถูกชายคนนี้ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่งข้อความล้อเลียน บูลลี่ รวมถึงนำภาพและคลิปของน้องไปเผยแพร่ในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อเยาะเย้ยอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงแรกตนเลือกจะนิ่งเฉย ทำได้แค่ให้กำลังใจลูก บอกว่าไม่ต้องไปตอบโต้ แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งทำหนักขึ้น ทั้งส่งข้อความก่อกวน ข่มขู่ว่าจะตามมาหา รวมถึงแชร์โพสต์และบูลลี่ลูกสาวในหลายช่องทาง เมื่อตนทักไปสอบถามก็ไม่ได้รับคำตอบ อีกฝ่ายไม่มีท่าทีสำนึก ทั้งยังมองว่าเป็นเรื่องเล็ก และเชื่อว่าตำรวจจะไม่ดำเนินคดี
ผลกระทบที่เกิดขึ้นตอนนี้ น้องทับทิมมีภาวะเครียดและซึมเศร้า ไม่กล้าใช้โซเชียล ไม่กล้าออกไปใช้ชีวิตตามปกติ ถึงขั้นต้องปกปิดร่างกายเพราะความอาย แรก ๆ ลูกสาวได้บล็อกชายคนนี้ไป เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย แต่เขาก็ยังคุกคามไม่หยุด นำภาพน้องและตนเองไปโพสต์ตามกลุ่มต่าง ๆ นับ 10 กลุ่ม ตนจึงบอกกับลูกว่า ลองเลิกบล็อกแล้วเก็บหลักฐานให้มากที่สุด เพราะตนก็ทนไม่ได้กับพฤติกรรมเช่นนี้ และยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ครอบครัวของฝ่ายชายจะติดต่อมาขอขมา แต่ยืนยันว่าสายเกินไป เพราะตนเชื่อว่าชายคนนี้ไม่มีความสำนึกแม้แต่น้อย เพราะไม่ได้บูลลี่เฉพาะลูกสาวของตนเองคนเดียว แต่ยังไปบูลลี่ผู้พิการอีกหลายคน ซึ่งทำให้พ่อและน้องรู้สึกแย่มาก ๆ และที่สำคัญพ่อแม่ของเขาเป็นข้าราชการทั้งคู่ และดูเหมือนจะปกป้องเข้าข้างลูกชายของตน ส่วนเรื่องคดี ตนเองยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้ลูกสาวอย่างถึงที่สุด



ขอบคุณข้อมูลจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์





