แพทย์ไต้หวันเตือน สิ่งที่สกปรกที่สุดบนเตียง ไม่ใช่ปลอกหมอน หรือผ้าปูที่นอน แค่ซักไม่พอ แต่เป็นหมอนด้านใน เปรียบเหมือนนอนบนแหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรียทุกวัน

เตียงนอนเป็นพื้นที่ใช้งานส่วนสำคัญในชีวิตประจำวัน ไม่เพียงแค่ใช้ในการนอนหลับพักผ่อน แต่ยังใช้สำหรับฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้า ในทุก ๆ วัน ดังนั้น ความสะอาดบนเตียงจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนเข้าใจว่าการซักผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือปลอกหมอน ก็เพียงพอแล้ว แต่หารู้ไม่ว่ามีสิ่งที่สกปรกที่สุดบนเตียงที่อาจนึกไม่ถึง ราวกับนอน "แหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรีย"
วันที่ 1 เมษายน 2569 เว็บไซต์ ETtoday เผยว่า นายแพทย์หวง ซวน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้ป่วยวิกฤตในไต้หวัน ได้โพสต์เผยคำเตือนผ่านทางโซเชียลมีเดีย เผยว่า ส่วนที่สกปรกที่สุดบนเตียงจริง ๆ แล้วคือ หมอนด้านใน แม้ว่าจะซักหรือเปลี่ยนปลอกหมอน แต่ไส้หมอนด้านในยังคงสกปรก เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย และที่น่าตกใจคือ ทุกคนกำลัง "เพาะเลี้ยง" เชื้อโรคเหล่านั้นในทุก ๆ วัน
ดร.หวง อธิบายว่า ทุกคืนในขณะที่นอนหลับ ร่างกายของมนุษย์จะผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว รวมถึงเส้นผม และรังแค อีกทั้งยังขับเหงื่อและน้ำมันจากต่อมไขมันออกมา สิ่งเหล่านี้จะซึมเข้าไปในหมอนโดยตรง ซึ่งไส้หมอนนั้นนุ่มฟูและมีลักษณะเป็นรูพรุน จึงเป็นแหล่งอาศัยที่สมบูรณ์แบบของไรฝุ่น และเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
"พวกมันจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เพราะมีทั้งอาหาร (รังแค), อุณหภูมิ (ร่างกายมนุษย์) และความชื้น (เหงื่อ)มันแทบจะเหมือนโรงแรมห้าดาวเลยทีเดียว สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ สิ่งที่คุณหายใจเข้าไปทุกวันไม่ใช่อากาศ แต่เป็นมูลของไรฝุ่น" ดร.หวง กล่าว
ไม่ใช่แค่เรื่องสกปรก แต่เสี่ยงต่อสุขภาพ
ไม่ใช่แค่เรื่องสกปรก แต่เสี่ยงต่อสุขภาพ
ดร.หวง เผยว่า สภาพแวดล้อมดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบ โรคหอบหืด ผิวแพ้ง่าย และมีอาการคัดจมูกเรื้อรัง หากสูดดมมูลของไรฝุ่นเข้าไป อาการจะยิ่งแย่ลง อาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น จาม คัดจมูก คันตา หรือผิวหนังแดงอักเสบ
"หมอนไม่ใช่แค่สิ่งที่สกปรกที่สุด แต่ยังเป็นหนึ่งในแหล่งก่อภูมิแพ้ที่คงอยู่นานที่สุด" ดร.หวง กล่าว
![]()
วิธีดูแลหมอนให้สะอาด

- ซักปลอกหมอนทุกสัปดาห์
- ทำความสะอาด หรือเปลี่ยนไส้หมอนทุกสามเดือน เลือกใช้วัสดุที่ซักได้ (เส้นใยสังเคราะห์ ยางลาเท็กซ์บางชนิด)
- นำหมอนออกไปตากแดดและระบายอากาศเป็นประจำ (แต่หลีกเลี่ยงอุณหภูมิสูงที่ทำลายวัสดุ)
นอกจากนี้ ดร.หวง ยังได้แนะนำว่า องค์ประกอบอื่น ๆ ในห้องนอนก็มีความสำคัญร่วมด้วย ดังนั้นไม่เพียงแค่ดูแลความสะอาดเกี่ยวกับหมอน แต่อาจจะต้องทำสิ่งอื่นร่วมด้วย เช่น ซักชุดเครื่องนอนด้วยอุณหภูมิสูง, ใช้ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนกันไรฝุ่น, การควบคุมความชื้น หรือใช้เครื่องกรองอากาศ HEPA เพื่อลดความเสี่ยงของการแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Mirror Media, ETtoday





