แพทย์ไต้หวันเผยเคสน่าตกใจ หญิงบ้วนปากวันละ 5-6 ครั้ง จนลิ้นคล้ำกลายเป็นขนดำ สภาพชวนช็อก แพทย์ชี้สาเหตุเตือนคนทั่วไป

วันที่ 3 เมษายน 2569 เว็บไซต์ ETtoday เผยว่า มีเคสคนไข้รายหนึ่งในไต้หวัน
ได้สร้างความตกตะลึงให้กับทีมแพทย์
เธอเดินเข้ามาที่คลินิกด้วยความงุนงงและไม่สบายใจ โดยเธอได้ถามว่า "คุณหมอ
ฉันบ้วนปากวันละหลายครั้ง แต่ทำไมลิ้นฉันยังสกปรกอยู่ล่ะ ?"
ก่อนที่หมอจะได้เห็นสภาพลิ้นของเธอที่น่าตกใจ
และถึงกับส่ายหน้าเมื่อได้รู้ว่าเธอบ้วนปากมากถึงวันละ 5-6 ครั้ง
ดร.หลิว พ่างหม่าย กุมารแพทย์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง ในไต้หวัน ได้เผยเรื่องราวผ่านทางโซเชียล เผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ มีหญิงรายหนึ่งมาที่คลินิก เธอมีปัญหาเป็นโรคเหงือกอักเสบ จึงเริ่มใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมเข้มข้นบ่อย ๆ วันละ 5-6 ครั้ง เกือบทุกมื้ออาหาร จนผ่านไประยะหนึ่ง เธอพบว่าลิ้นของเธอมีสีคล้ำขึ้น และยังมีอาการแสบร้อนอย่างต่อเนื่อง จากนั้นอาการก็เริ่มแย่ลง และลิ้นของเธอเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
หลังจากแพทย์ตรวจเช็กอาการได้วินิจฉัยว่า ลิ้นของเธอเกิดความผิดปกติที่เรียกว่า ภาวะลิ้นเป็นขนสีดำ หรือ Black Hairy Tongue เกิดจากการสะสมของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วบนปุ่มรับรส ทำให้ปุ่มรับรสเหล่านั้นยาวและหนาขึ้น กลายเป็นโครงสร้างคล้ายเส้นผม และสะสมเม็ดสีจากแบคทีเรียและเศษอาหาร ทำให้ลิ้นมีลักษณะเป็นสีดำคล้ำ หรือมีคราบสีเทาอมน้ำตาล โดยทั่วไปมักเกิดจากสุขอนามัยช่องปากไม่ดี และไม่เป็นอันตรายรุนแรง
สำหรับในกรณีของคนไข้รายนี้ ดร.หลิวเผยว่า เกิดจากพฤติกรรมการใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้น หรือส่วนผสมที่ออกฤทธิ์รุนแรงมากเกินไป จึงไปกระตุ้นให้ปุ่มรับรสบนผิวลิ้นเจริญเติบโตผิดปกติ และอาการแสบร้อนที่ลิ้น เป็นสัญญาณเตือนถึงความเสียหายของเยื่อบุช่องปาก
ทั้งนี้ ดร.หลิว ได้อธิบายว่า ช่องปากประกอบไปด้วยแบคทีเรียก่อโรคและแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ การใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มีฤทธิ์แรงเป็นเวลานาน อาจฆ่าแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ไปด้วย ทำให้เกิดความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในช่องปาก แบคทีเรียจึงเพิ่มจำนวนได้ง่ายขึ้น และยิ่งทำให้ปัญหาในช่องปากรุนแรงขึ้น

ภาพจาก เฟซบุ๊ก 柳雱邁小兒科
1. หยุดใช้น้ำยาบ้วนปาก เพื่อให้ลิ้นที่ถูกกระตุ้นมากเกินไปได้พัก
2. ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน แปรงลิ้นเบา ๆ ด้วยแปรงขนอ่อนที่สุดทั้งเช้าและเย็น
3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อให้ต่อมน้ำลายฟื้นฟูหน้าที่เป็นสารป้องกันตามธรรมชาติ และคืนสมดุลในช่องปาก
ทั้งนี้ แพทย์ได้เน้นย้ำว่า "การดูแลสุขอนามัยในช่องปาก ไม่ใช่การมุ่งเน้นไปที่การฆ่าเชื้อมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม หากสังเกตเห็นสีลิ้นที่ผิดปกติหรือรู้สึกไม่สบาย ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว"
ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday, Yahoo Taiwan





