เรื่องราวสะเทือนใจ เมื่อชายวัย 56 ปี นอนเฝ้าศพแม่ถึง 3 วัน โดยไม่กล้าบอกใคร เพราะไม่มีเงินจัดพิธีศพ ก่อนมีผู้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังจาก "ปอนด์" จักรกฤษณ์ แต่งตั้ง อินฟลูเอนเซอร์กู้ภัย ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ช่วยเหลือครอบครัวหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งต้องเผชิญกับสถานการณ์ชีวิตที่ยากลำบากอย่างหนัก
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง โดยปลายสายกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า "พี่ครับ…ช่วยผมด้วย ผมนอนเฝ้าศพแม่มา 3 วันแล้ว ผมไม่มีเงินเลย"
คำพูดดังกล่าวทำให้เขาตัดสินใจให้วิดีโอคอลเพื่อยืนยัน ก่อนจะพบภาพที่สะเทือนใจ เมื่อชายวัย 56 ปี กำลังอยู่กับร่างของแม่วัย 74 ปี ภายในห้องพักเล็ก ๆ และใช้ชีวิตอยู่กับศพแม่มานานถึง 3 วันเต็ม
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เขาได้ถามชายคนดังกล่าวว่า "พี่กินข้าวหรือยัง"
ซึ่งอีกฝ่ายตอบกลับว่า "ผมยังไม่ได้กินอะไรมา 3 วันแล้วครับ"
เมื่อถามต่อว่าทำไมไม่ออกไปหาอาหาร คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้จุกในอก "ผมไม่กล้าลงไปครับ ผมกลัวศพแม่จะเริ่มมีกลิ่น แล้วเพื่อนบ้านจะได้กลิ่น ผมเกรงใจเขา…"
ชายคนนี้จึงเลือกนอนเฝ้าศพแม่อยู่ในห้องตลอดเวลา แม้จะหิวและอ่อนแรง พร้อมทั้งยอมรับทั้งน้ำตาว่า "เหม็นครับ…แต่มันไม่เป็นไร เพราะผมตั้งใจจะตายตามแม่ไปอยู่แล้ว"
จากการสอบถามเพิ่มเติมพบว่า ทั้งคู่แม่ลูกอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงสองคน บ้านถูกนำไปจำนองและกำลังจะถูกยึด ไม่มีงาน ไม่มีรายได้ และไม่มีใครให้พึ่งพาก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองตัดสินใจกินยาเพื่อจบชีวิต แต่สุดท้ายลูกชายรอดชีวิต ขณะที่แม่เสียชีวิต ทิ้งให้เขาต้องเผชิญกับความสูญเสียเพียงลำพัง
หลังทราบเรื่อง อินฟลูเอนเซอร์รายดังกล่าวได้ให้ความช่วยเหลือทันที โดยมอบเงิน 5,000 บาท สำหรับดำเนินเอกสาร และอีก 4,000 บาท ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่เพื่อช่วยดูแล พร้อมยืนยันว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้ทั้งหมด
พร้อมกันนี้ ปอนด์ ยังโพสต์อีกข้อความว่า บางคนอาจจะมองว่า ไม่มีใครหรอก ที่จะนอนเฝ้าศพ ทนกลิ่นแบบนั้นได้ แต่สิ่งที่ผมเจอคือเรื่องจริง… ศพ 2-3 วัน ไม่ใช่ 2-3 ชั่วโมง และนี่คือภาพตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมไปถึง ผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมอดข้าว ไม่ยอมเปิดประตูออกจากห้อง เพียงเพราะกลัวว่ากลิ่นศพแม่จะไปรบกวนคนอื่น นั่นแปลว่าเขาพร้อมจะอยู่ตรงนั้น…และพร้อมจะจากไปกับแม่จริง ๆ
ชายคนดังกล่าวกินยาไปพร้อมแม่แล้ว แต่เขากลับเป็นคนที่รอดชีวิตมาได้ ในขณะที่แม่จากไปแล้ว สำหรับเขา ชีวิตไม่เหลืออะไรอีกเลย เหลือกันแค่ 2 คนแม่ลูก เมื่อแม่ไม่อยู่แล้ว ก็เหมือนทุกอย่างพังทลายลง ไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ตอนนี้พี่เขาอยู่ในการดูแลของคุณหมอแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืน และยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ขอบคุณพี่ ๆ ทีมกตัญญูปทุมธานีมาก ๆ ครับ ที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้
![ลูกชายนอนเฝ้าศพแม่ 3 วัน ลูกชายนอนเฝ้าศพแม่ 3 วัน]()
![ลูกชายนอนเฝ้าศพแม่ 3 วัน ลูกชายนอนเฝ้าศพแม่ 3 วัน]()
![ลูกชายนอนเฝ้าศพแม่ 3 วัน ลูกชายนอนเฝ้าศพแม่ 3 วัน]()
กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังจาก "ปอนด์" จักรกฤษณ์ แต่งตั้ง อินฟลูเอนเซอร์กู้ภัย ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ช่วยเหลือครอบครัวหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งต้องเผชิญกับสถานการณ์ชีวิตที่ยากลำบากอย่างหนัก
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง โดยปลายสายกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า "พี่ครับ…ช่วยผมด้วย ผมนอนเฝ้าศพแม่มา 3 วันแล้ว ผมไม่มีเงินเลย"
คำพูดดังกล่าวทำให้เขาตัดสินใจให้วิดีโอคอลเพื่อยืนยัน ก่อนจะพบภาพที่สะเทือนใจ เมื่อชายวัย 56 ปี กำลังอยู่กับร่างของแม่วัย 74 ปี ภายในห้องพักเล็ก ๆ และใช้ชีวิตอยู่กับศพแม่มานานถึง 3 วันเต็ม
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เขาได้ถามชายคนดังกล่าวว่า "พี่กินข้าวหรือยัง"
ซึ่งอีกฝ่ายตอบกลับว่า "ผมยังไม่ได้กินอะไรมา 3 วันแล้วครับ"
เมื่อถามต่อว่าทำไมไม่ออกไปหาอาหาร คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้จุกในอก "ผมไม่กล้าลงไปครับ ผมกลัวศพแม่จะเริ่มมีกลิ่น แล้วเพื่อนบ้านจะได้กลิ่น ผมเกรงใจเขา…"
ชายคนนี้จึงเลือกนอนเฝ้าศพแม่อยู่ในห้องตลอดเวลา แม้จะหิวและอ่อนแรง พร้อมทั้งยอมรับทั้งน้ำตาว่า "เหม็นครับ…แต่มันไม่เป็นไร เพราะผมตั้งใจจะตายตามแม่ไปอยู่แล้ว"
จากการสอบถามเพิ่มเติมพบว่า ทั้งคู่แม่ลูกอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงสองคน บ้านถูกนำไปจำนองและกำลังจะถูกยึด ไม่มีงาน ไม่มีรายได้ และไม่มีใครให้พึ่งพาก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองตัดสินใจกินยาเพื่อจบชีวิต แต่สุดท้ายลูกชายรอดชีวิต ขณะที่แม่เสียชีวิต ทิ้งให้เขาต้องเผชิญกับความสูญเสียเพียงลำพัง
หลังทราบเรื่อง อินฟลูเอนเซอร์รายดังกล่าวได้ให้ความช่วยเหลือทันที โดยมอบเงิน 5,000 บาท สำหรับดำเนินเอกสาร และอีก 4,000 บาท ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่เพื่อช่วยดูแล พร้อมยืนยันว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้ทั้งหมด
พร้อมกันนี้ ปอนด์ ยังโพสต์อีกข้อความว่า บางคนอาจจะมองว่า ไม่มีใครหรอก ที่จะนอนเฝ้าศพ ทนกลิ่นแบบนั้นได้ แต่สิ่งที่ผมเจอคือเรื่องจริง… ศพ 2-3 วัน ไม่ใช่ 2-3 ชั่วโมง และนี่คือภาพตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมไปถึง ผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมอดข้าว ไม่ยอมเปิดประตูออกจากห้อง เพียงเพราะกลัวว่ากลิ่นศพแม่จะไปรบกวนคนอื่น นั่นแปลว่าเขาพร้อมจะอยู่ตรงนั้น…และพร้อมจะจากไปกับแม่จริง ๆ
ชายคนดังกล่าวกินยาไปพร้อมแม่แล้ว แต่เขากลับเป็นคนที่รอดชีวิตมาได้ ในขณะที่แม่จากไปแล้ว สำหรับเขา ชีวิตไม่เหลืออะไรอีกเลย เหลือกันแค่ 2 คนแม่ลูก เมื่อแม่ไม่อยู่แล้ว ก็เหมือนทุกอย่างพังทลายลง ไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ตอนนี้พี่เขาอยู่ในการดูแลของคุณหมอแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืน และยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ขอบคุณพี่ ๆ ทีมกตัญญูปทุมธานีมาก ๆ ครับ ที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้








