แฉพฤติกรรม เสี่ยกำมะลอ ใช้โซเชียลสร้างโปรไฟล์หรู หลอกหญิงโดยเฉพาะแม่เลี้ยงเดี่ยว สูญเงินนับล้าน พร้อมเชิดรถหรูหนี พบผู้เสียหายจำนวนมาก
![แฉเสี่ยกำมะลอ อ้างสนิท บังมัด หลอกแม่เลี้ยงเดี่ยว แฉเสี่ยกำมะลอ อ้างสนิท บังมัด หลอกแม่เลี้ยงเดี่ยว]()
![แฉเสี่ยกำมะลอ อ้างสนิท บังมัด หลอกแม่เลี้ยงเดี่ยว แฉเสี่ยกำมะลอ อ้างสนิท บังมัด หลอกแม่เลี้ยงเดี่ยว]()
![แฉเสี่ยกำมะลอ อ้างสนิท บังมัด หลอกแม่เลี้ยงเดี่ยว แฉเสี่ยกำมะลอ อ้างสนิท บังมัด หลอกแม่เลี้ยงเดี่ยว]()
.jpg)
รายการโหนกระแส ช่อง 3 วันที่ 8 เมษายน ดำเนินรายการโดย หมวย อริสรา แทนหนุ่ม กรรชัย เปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายหลายรายออกมาแฉพฤติกรรมของชายที่รู้จักกันในชื่อ "เสี่ยต่อ" โดยมีผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เอกภพ เหลืองประเสริฐ และ ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ร่วมให้ข้อมูลด้านกฎหมาย
เสี่ยต่อใช้ติ๊กต๊อกเป็นช่องทางหลักในการเข้าหาเหยื่อ โดยเน้นเป้าหมายเป็น แม่เลี้ยงเดี่ยวอายุ 40 ปีขึ้นไป ทั่วภาคอีสาน เปิดฉากด้วยการทักหา แสดงความห่วงใย อ้างจะดูแลซัปพอร์ตทุกอย่าง ก่อนค่อย ๆ ขอยืมเงินและขอออกรถในชื่อเหยื่อ
กลโกง - โชว์รวยปลอม สร้างความไว้ใจ
เสี่ยต่อสร้างภาพลักษณ์ความร่ำรวยด้วยการส่งรูปทอง เงิน เพชร นาฬิกาโรเล็กซ์ รถเบนซ์ และของมีค่าต่างๆ ให้เหยื่อดู พร้อมอ้างว่า ดูแลบ่อน เป็นอาชีพ และอ้างความสนิทสนมกับคนดังหลายราย ได้แก่ บังมัด, เบนซ์ สามพราน และโค้กซีโร่ โดยส่งรูปวิดีโอคอลเพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมงานสอบถาม บังมัดยืนยันว่า จำคนนี้ไม่ได้เลย และอนุญาตให้ดำเนินคดีได้ทันที ขณะที่เบนซ์ สามพราน ระบุว่ารู้จักกันเพียงผิวเผิน
กรณีที่ 1 - แป๋ว สูญกว่า 1 ล้านบาท พร้อมรถเบนซ์
แป๋ว ชาวศรีสะเกษ แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไลฟ์ขายของผ่านติ๊กต๊อก รู้จักเสี่ยต่อในช่วงปลายปี 2567 หลังถูกทักและพยายามติดต่อมาต่อเนื่องกว่า 3 ปี
ขั้นตอนการหลอกลวงเริ่มจาก ขอยืมเงิน 3 หมื่นบาทแรก อ้างจะหาทนายความให้ในคดีครอบครัว แต่ไม่มีทนายจริง จากนั้นก็ทยอยขอเงินเป็นระยะ อ้างว่านำไปลงทุน บางครั้งโอนเงินคืนบางส่วนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะขอเงินก้อนใหม่อีก
เรื่องรถ - เสี่ยต่อเสนอออกรถเบนซ์มือสองและรถปิ๊กอัพให้ โดยอ้างว่าตนเองจะรับผิดชอบค่าผ่อน แต่ความจริงคือ เงินดาวน์และค่างวดทุกบาทมาจากแป๋ว ผ่านบัญชีของ "พุ่มพวง" ที่เสี่ยต่ออ้างว่าเป็น "บัญชีงาน" นอกจากนั้นยังออกมอเตอร์ไซค์อีก 1 คัน มูลค่า 7-8 หมื่นบาท โดยใช้วิธีเดียวกัน
ระยะเวลา 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค. 2568) แป๋วสูญเงินรวมกว่า 1 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีพุ่มพวงทั้งหมด บางวันสูงสุดถึง 7 หมื่นบาทต่อวัน และถูกเร่งให้โอน "ภายใน 10 นาที"
จนกระทั่งลูกสาว เหมย สืบพบประวัติอาชญากรรมของเสี่ยต่อในเฟซบุ๊ก ซึ่งมีคดีเกี่ยวกับ ยักยอกและฉ้อโกงเรียงราย แป๋วจึงรู้ความจริง แต่ขณะนั้นเสี่ยต่อได้เชิดรถเบนซ์หายไปแล้วตั้งแต่พฤษภาคม 2568
เหมยเปิดเผยพร้อมน้ำตาว่า แม่เกือบคิดสั้นจากความเครียด และปัจจุบันภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดตกอยู่ที่เธอคนเดียว
กรณีที่ 2 - หญิง สูญ 3.3 หมื่นบาท
หญิง ผู้เสียหายอีกราย รู้จักเสี่ยต่อผ่านติ๊กต๊อกเช่นกัน โดนหลอกด้วยวิธีเดียวกัน คือ อ้างจะดูแล ยืมเงิน 3.3 หมื่นบาท โดยโอนเข้า "บัญชีพุ่มพวง" ชุดเดิม เมื่อทวงถาม เสี่ยต่อกลับบอกให้ "เติมเงิน 2,000 บาทก่อนถึงจะถอนได้" ก่อนจะหายตัวไปโดยไม่คืนเงิน
กรณีที่ 3 - ฟ้า พยาบาล สูญเกือบ 4 แสน และถูกทำร้ายร่างกาย
กรณีรุนแรงที่สุดคือ ฟ้า พยาบาล จากอุดรธานี ที่ถูกเสี่ยต่อเข้าหาด้วยการ ขู่แบล็กเมล์ ก่อนจะอ้างจะมาช่วยดูแล จากนั้นย้ายเข้ามาอยู่ด้วยโดยไม่ได้รับอนุญาต และ กักขังหน่วงเหนี่ยว ห้ามออกไปไหน
- เสี่ยต่อเปลี่ยนรหัสโทรศัพท์และรหัสธนาคารของฟ้าโดยที่เธอไม่รู้ตัว
- ปลดทองจากข้อมือ สร้อยคอ แหวน รวม ทอง 4 บาท
- ดูดเงินในบัญชีกว่า 2 แสนบาท และยอดบัตรเครดิตอีก 4 แสนบาท
- ขู่ด้วยปืน จ่อหัว และข่มขู่ทำร้ายทั้งครอบครัว
- ออกรถฟอร์จูนเนอร์ในชื่อฟ้า แล้วเอาไปใช้โดยไม่คืน ตั้งแต่ปี 2562
ปัจจุบันฟ้าโดนฟ้องในคดีรถ ถูกหักเงินสหกรณ์ และต้องให้แม่กู้เงินมาใช้หนี้แทน รวมความเสียหายเกือบ 4 แสนบาท
บัญชีพุ่มพวง - ปมลึกที่เชื่อมทุกเหยื่อ
"พุ่มพวง" ที่เสี่ยต่ออ้างว่าเป็นบัญชีงาน แท้จริงแล้วคือ อดีตภรรยาที่เป็นปลัดอำเภอ ซึ่งตกเป็นเหยื่อของเสี่ยต่อมาก่อนนานกว่า 3-4 ปี สูญเสียทั้งบ้านและรถ เมื่อไม่มีอะไรเหลือ เธอจึงยินยอมให้เสี่ยต่อใช้บัญชีเพื่อหวังจะได้รับเงินคืนบ้าง ซึ่งหมายความว่า เงินที่เหยื่อทุกรายโอนไป ล้วนวนเวียนผ่านบัญชีของผู้เสียหายคนเดิมอีกที
ผู้เสียหายมีอีกมาก
นอกจากสามรายที่ออกมาให้ข้อมูล ยังมีผู้เสียหายอีกหลายกลุ่ม ได้แก่
- ครูเกษียณ จากโคราช สูญกว่า 1 ล้านบาท โดยไม่เคยพบตัวกันเลย
- ครูผู้ชาย 2 ราย ถูกยืมเงิน
- เซียนพระ ถูกหลอกโดยอ้างว่ามีพระเครื่องมูลค่าหลายล้าน
- ปลัดอำเภอหญิง ซึ่งเป็นอดีตภรรยา
- พนักงาน ป.ป.ช.
ทั้งหมดมีรูปแบบเดียวกัน คือ รู้จักผ่านโซเชียล เสนอออกรถในชื่อเหยื่อ แล้วเอาไปโดยไม่คืน
ขู่ไม่ให้ออกข่าว - ใช้รถเบนซ์หาเหยื่อรายใหม่
เมื่อแป๋วโพสต์หารถในโซเชียล เสี่ยต่อส่งข้อความมาด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง และ เหยียบรูปหน้าแป๋วลงชักโครก ส่งให้ดู นอกจากนั้นยังสร้างบัญชีหลุมปลอมตัวเป็นคนรู้จักรถ อ้างจะบอกที่อยู่รถแลกเงิน 2.5 แสนบาท แต่โป๊ะแตกเพราะเหมยซูมรูปและเห็น รอยสักที่ขาอันเป็นเอกลักษณ์ ของเสี่ยต่อ
พบด้วยว่ารถเบนซ์ถูกนำไปอยู่กับผู้หญิงรายหนึ่งในสุพรรณบุรีชื่อ "แนน" ซึ่งนำรถไปเคลมประกันมูลค่า 8 หมื่นบาท แม้ไม่ใช่เจ้าของ
.jpg)
.jpg)
ข้อกฎหมายและคำแนะนำ
ทนายสายหยุดระบุว่า ความผิดที่เสี่ยต่ออาจเผชิญมีหลายข้อหา ได้แก่
- ยักยอกทรัพย์ กรณีเอารถไปไม่คืน (ชัดเจนที่สุด)
- ฉ้อโกง กรณีอ้างว่านำเงินไปลงทุนในโครงการที่ไม่มีอยู่จริง
- กักขังหน่วงเหนี่ยว, ข่มขู่คุกคาม, แบล็กเมล์ ในกรณีคุณฟ้า
อย่างไรก็ตาม เงินที่โอนไปในลักษณะ "ยืม" หรือ "ให้ใช้ในฐานะคบกัน" อาจพิสูจน์ได้ยากในทางอาญา และอาจต้องดำเนินคดีทางแพ่งแทน
ทางด้าน นายเอกภพ เรียกร้องให้ผู้เสียหายทุกรายรีบแจ้งความ และฝากไปถึง ผกก.สภ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ให้เร่งดำเนินคดีซึ่งแจ้งความไว้เกือบปีแล้วยังไม่คืบหน้า ทีมงานพยายามติดต่อเสี่ยต่อแล้ว แต่ไม่รับสายเลย
เสี่ยต่อ คือตัวอย่างของมิจฉาชีพยุคใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นอาวุธ ล่าเหยื่อด้วยความเห็นอกเห็นใจและภาพลวงตาแห่งความมั่งคั่ง ผู้เสียหายทุกรายต่างเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่กำลังมองหาความมั่นคง สูญเสียทั้งเงิน ทอง รถ และศักดิ์ศรี บางรายถึงขั้นถูกทำร้ายร่างกายและขู่ฆ่า ขณะที่ชายคนนี้ยังคงลอยนวล ใช้รถของเหยื่อหาเหยื่อรายใหม่ต่อไปโดยไม่หยุด คดีนี้จึงเป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนให้ทุกคนระวังความรักที่มาเร็วและสะดวกเกินไปบนโลกออนไลน์





