แรงงานไทยในเกาหลีใต้เคราะห์ร้าย ถูกนายจ้างใช้ปืนลมแรงสูงฉีดใส่รูทวารจนลำไส้ทะลุเจ็บสาหัส อีกฝ่ายอ้างเป็นอุบัติเหตุ เรื่องร้อนถึง ปธน. สั่งสอบเข้ม
.jpg)
วันที่ 11 เมษายน 2569 เว็บไซต์ Naver รายงานว่า
เกิดคดีชวนน่าตกใจกับแรงงานไทยที่ทำงานในโรงงานเกาหลีใต้
หลังชายไทยรายหนึ่งถูกนายจ้างใช้อุปกรณ์ฉีดลมความแรงสูง
ยิงใส่รูทวารขณะทำงาน ส่งผลให้เจ็บสาหัสถึงขั้นลำไส้ทะลุ
ก่อนที่ปัจจุบันเคสนี้จะกลายเป็นประเด็นร้อนลุกลามระดับประเทศ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ นาย ช. (นามสมมติ) แรงงานข้ามชาติชาวไทย วัยประมาณ 50 ปี ที่ทำงานในโรงงานชุบโลหะแห่งหนึ่งในเมืองฮวาซอง จังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลีใต้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ขณะที่เขากำลังทำงานอยู่บนโต๊ะ โดยใช้ปืนลม (Air gun) เป่าเศษฝุ่นหรือสารเคมีออกจากชิ้นงาน ระหว่างนั้นนายจ้างได้เดินเข้ามาด้านหลัง และจู่ ๆ ก็ยิงลมเข้าไปที่บริเวณทวารหนัก
ผู้เสียหายเผยว่า วินาทีที่ถูกยิงปืนลมใส่นั้น เขาถึงกับหายใจไม่ออก และรู้สึกเหมือนจะเสียชีวิตทันที โดยหลังได้รับบาดเจ็บ เขาไม่ได้ถูกส่งรักษาทันที แต่ถูกปล่อยไว้ในที่พักแรงงาน จนรู้สึกว่าอาจเสียชีวิตได้
หลังเกิดเหตุ แรงดันอากาศรุนแรงทำให้ลำไส้เกิดการฉีกขาด เป็นแผลทะลุยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน และปัจจุบันยังต้องใส่ถุงขับถ่ายไว้ที่หน้าท้อง ขณะรอการผ่าตัดครั้งที่ 2
ผู้เสียหายยืนยันว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่อุบัติเหตุหรือการหยอกล้อ แต่เป็นการกลั่นแกล้งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยก่อนหน้านี้นายจ้างเคยใช้อุปกรณ์ลักษณะเดียวกันยิงใส่เขาหลายครั้ง อีกทั้งหลังเกิดเหตุ นายจ้างยังมีท่าทีเหมือนไม่เห็นใจ โดยยิ้มเหมือนสะใจเมื่อเห็นตนทรมาน
แพทย์ตรวจพบว่ามีอาการลำไส้ตรงแตก (rectum rupture) และต้องผ่าตัดฉุกเฉินในทันที อย่างไรก็ตาม หลังการรักษา นายจ้างกลับแนะนำให้ผู้เสียหายเดินทางกลับประเทศไทย ทั้งที่ยังมีบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งต่อมาผู้เสียหายตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวผ่านสื่อเพื่อให้สังคมรับรู้
ด้านเพื่อนร่วมงานทั้งอดีตและปัจจุบันให้ข้อมูลตรงกันว่า ภายในโรงงานมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงและคุกคามเกิดขึ้นเป็นประจำ ทั้งการทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าออกมาต่อต้าน
ขณะที่อดีตพนักงานรายหนึ่งเผยว่า เคยถูกทำร้ายจนต้องแจ้งความ แต่สุดท้ายต้องถอนแจ้งเพราะความกลัว และเลือกย้ายงานแทน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นแรงงานเกาหลีอาจไม่ถูกปฏิบัติในลักษณะนี้
ในส่วนของคดี ตำรวจเกาหลีใต้ได้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายกับนายจ้างผู้ก่อเหตุ พร้อมสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ขณะที่กระทรวงแรงงานก็ได้ดำเนินคดีในข้อหาละเมิดกฎหมายแรงงานเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม คำให้การของผู้ต้องหายังคงเปลี่ยนไปมา จากเดิมที่อ้างว่าเป็น "การหยอกล้อ" ก่อนจะปฏิเสธว่าไม่ได้ยิงปืนลมใส่ร่างกายโดยตรง ขณะที่ทนายความชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน
เหตุการณ์นี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในสังคมเกาหลีใต้ โดยหน่วยงานสิทธิมนุษยชนออกมาชี้ว่า เป็นกรณีที่สะท้อนการละเมิดศักดิ์ศรีและความปลอดภัยของแรงงานข้ามชาติอย่างรุนแรง
ล่าสุด ผู้เสียหายได้รับการรับรองให้เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน ทำให้สามารถเข้ารับการรักษาได้เต็มสิทธิ์ และเตรียมเข้ารับการผ่าตัดครั้งต่อไปในเร็ว ๆ นี้
ขณะที่ อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวด พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ไม่อาจยอมรับได้
ขอบคุณข้อมูลจาก naver, hani, Khua Thai





