พ่อประหยัดจนรวย 20 ล้าน มีลูกหลานแต่ต้องอยู่โดดเดี่ยวตอนบั้นปลาย ชี้จุดแตกหักหลังให้เงินลูกชาย อุทาหรณ์เตือนใจ มีเงินไม่ได้มีความสุขเสมอไป

วันที่ 11 เมษายน 2569 เว็บไซต์ CTWANT รายงานเรื่องราวของชายญี่ปุ่นวัย 79 ปี ที่มีทรัพย์สินมากกว่า 100 ล้านเยน (ราว 20 ล้านบาท) แต่ในขณะที่มีความมั่งคั่งและลูกหลาน สุดท้ายกลับต้องอยู่แบบเหงา ๆ เพียงลำพัง เหตุจากความยึดติดของเขาในเรื่องเงิน ทำความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหิน และมาถึงจุดแตกหักตอนที่เขาให้เงินแก่ลูกชาย ที่มาดูแลตัวเองตอนป่วย
รายงานเผยว่า เมื่อสมัยยังหนุ่ม ทาจิมะ เคยทำงานอยู่ในบริษัทอุตสาหกรรมการผลิต และไต่เต้าจนใกล้จะเป็นผู้บริหารระดับสูง เรียกว่าเป็นหนึ่งในมนุษย์เงินเดือนระดับท็อป โดยตอนที่ยังทำงานอยู่ เขาใช้ชีวิตอย่างประหยัด บริหารเงินอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ สะสมทรัพย์สิน สุดท้ายเมื่อนับรวมเงินออม เงินบำนาญ มรดก และรายได้จาการลงทุน เขาจึงมีทรัพย์สินมากกว่า 100 ล้านเยน หลังเกษียณ
เมื่อ 5 ปีก่อน ทาจิมะต้องเริ่มใช้ชีวิตคนเดียวหลังภรรยาเสียชีวิต แต่แม้คนภายนอกต่างคิดว่าเขาน่าจะใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างมั่นคงและอบอุ่น เพราะยังคงมีลูกหลานดูแล แต่เมื่อเวลาผ่านไป ระหว่างห่างระหว่างเขากับครอบครัวกลับยิ่งเพิ่มขึ้น จนสุดท้ายก็แทบจะตัดขาดกันอย่างสิ้นเชิง
ปรากฏว่า ทาจิมะที่มีนิสัยตระหนี่และประหยัดเสมอ ยิ่งมีความยึดติดเรื่องเงินมากขึ้นหลังภรรยาจากไป ทุกครั้งที่ลูกชายคนโตมาเยี่ยม เขามักจะย้ำกับลูกเสมอว่า "เงินหายาก ได้มาจากการทำงานหนัก อย่าคิดว่าจะได้มาง่าย ๆ" และ "ลูกต้องพึ่งความพยายามของตัวเอง"
อย่างไรก็ตาม ลูกชายนั้นแยกออกไปมีครอบครัวของตัวเองนานแล้ว และไม่คิดที่จะพึ่งพาเงินของพ่อ คำพูดของพ่อจึงเป็นเหมือนสิ่งที่สร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์
มีครั้งหนึ่ง ทาจิมะล้มในบ้านและต้องมีคนดูแล ลูกชายคนโตที่รู้ข่าวก็รีบลางานมาดูแลพ่อที่บ้านถึง 3 วันติด แต่วันที่จะกลับไป พ่อกลับยื่นซองใส่เงินให้ลูกชาย พร้อมกับโน้ตข้อความว่า "ค่าดูแล 30,000 เยน x 3 วัน" ซึ่งตกเป็นเงินประมาณ 18,000 บาท
ทาจิมะยังกล่าวอีกว่า แม้พวกเขาจะเป็นพ่อลูก แต่เรื่องเงินก็ต้องทำให้ชัดเจน รวมถึงชี้ว่าแม้ในอนาคตลูกจะได้มรดก "แต่ตอนที่พ่อยังอยู่ เงินเหล่านี้ล้วนเป็นของพ่อ"
สิ่งที่ทาจิมะทำสร้างความเจ็บปวดให้ลูกชายคนโตมาก เมื่อสิ่งที่ตนทำให้พ่อ กลับถูกมองว่าเป็นการหวังผลประโยชน์ ตอนนั้นเองที่ความไม่พอใจซึ่งสั่งสมมาเรื่อย ๆ ถูกระเบิดออก ไม่กี่วันต่อมา ลูกชายได้ส่งจดหมายมาหาพ่อ ย้ำว่าเขาไม่เคยสนใจในทรัพย์สินของพ่อ และต่อจากนี้จะขอรักษาระยะห่าง
ลูกชายยังหวังว่าพ่อจะ "เก็บเงินเหล่านั้นไว้กับตัวดี ๆ" และนับจากตอนนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกก็ขาดสะบั้นอย่างสิ้นเชิง
รายงานชี้ว่า ในสังคมญี่ปุ่นนั้น การที่ผู้สูงวัยจะมีทรัพย์สินอยู่มากมายแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถึงอย่างนั้นผู้เชี่ยวชาญมองว่า การมีทรัพย์สินไม่จำเป็นจะต้องนำความสุขมาให้เสมอไป สิ่งที่สำคัญคือ พวกเขามีมุมมองต่อทรัพย์สินนั้นและใช้มันอย่างไร
มีนักวิเคราะห์มองว่า การที่ผู้สูงวัยยึดติดกับทรัพย์สินมาก มักเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องรายได้ที่หยุดลงหลังเกษียณ บางคนมองว่าทรัพย์สินที่ลดลง หมายถึงการสูญเสียความมั่งคง หรือแม้แต่มองว่าเหมือนอายุขัยที่สั้นลง บางคนยังมองว่าทรัพย์สินที่สะสมไว้เป็นสัญลักษณ์ของคุณค่าในตัวเอง การถือครองทรัพย์สินไว้เหมือนการรักษาศักดิ์ศรีและความสำเร็จ
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ในขณะที่เงินทองเป็นสิ่งสำคัญในการค้ำจุนชีวิต แต่หากยึดติดมากเกินไป อาจต้องสังเวยด้วยความสัมพันธ์ แทนที่ผู้สูงวัยจะคิดแค่การรักษาสมบัติ ควรนึกถึงวิธีใช้มันอย่างเหมาะสม และรักษาความสัมพันธ์ไว้จะดีกว่า ซึ่งจะทำให้ชีวิตบั้นปลายมีความมั่นคงและน่าพึงพอใจอย่างแท้จริงในช่วงเวลาที่เหลืออยู่
ขอบคุณข้อมูลจาก CTWANT





