คนไทยเล่าเหตุการณ์ 140 ชีวิตระทึกกลางอากาศ หลังเครื่องยนต์ขัดข้องต้องบินวนกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนลงจอดฉุกเฉิน
_3.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ธนาธร ตรงสิทธิวิทู
วันที่ 14 เมษายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ธนาธร ตรงสิทธิวิทู เล่าเหตุการณ์ระทึกของเที่ยวบิน VZ3691 เส้นทางซีหนิง-สุวรรณภูมิ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้โดยสารกว่า 140 ชีวิตไม่มีวันลืม หลังเครื่องยนต์ขัดข้องกลางอากาศจนต้องบินวนรอนานก่อนลงจอดฉุกเฉิน และต้องค้างคืนต่างประเทศ ก่อนเผชิญความล่าช้าและปัญหาต่อเนื่องในเที่ยวบินถัดมา แต่ในท้ายที่สุดผู้โดยสารทั้งหมดก็สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย
เจ้าของเรื่องราวเผยว่า คืนเทศกาลสงกรานต์ที่ควรสิ้นสุดลงด้วยการเดินทางกลับภูมิลำเนา กลับกลายเป็นเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารบนเที่ยวบิน VZ3691 ไม่มีวันลืม เหตุการณ์เริ่มต้นเช่นเดียวกับการเดินทางทั่วไป โดยมีผู้โดยสารมากกว่า 140 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทย เตรียมออกเดินทางจากเมืองซีหนิงเพื่อกลับประเทศไทย
เวลา 23.40 น. เครื่องบินเริ่มเคลื่อนตัวบนรันเวย์ ท่ามกลางความคาดหวังของผู้โดยสารที่จะได้เดินทางกลับถึงบ้าน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เครื่องบินทะยานขึ้น ได้เกิดเสียงดังคล้ายการระเบิดเป็นระยะจากเครื่องยนต์ด้านขวา ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่ควรเกิดขึ้นในการเดินทางทางอากาศ
ประมาณ 20 นาทีหลังจากนั้น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินได้ประกาศว่า เครื่องยนต์เกิดความขัดข้อง และจำเป็นต้องนำเครื่องบินกลับไปลงจอดที่เมืองซีหนิง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกังวลของผู้โดยสาร
_3.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ธนาธร ตรงสิทธิวิทู
ต่อมา แม้เครื่องบินยังคงอยู่ในอากาศ และเวลาผ่านไปอีกประมาณ 20 นาที ก็ยังไม่มีสัญญาณการลงจอด กระทั่งกัปตันได้แจ้งเพิ่มเติมว่าจำเป็นต้องบินวนรอเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ส่งผลให้ผู้โดยสารอยู่ในภาวะตึงเครียดเพิ่มขึ้น โดยบางส่วนพยายามตั้งสติ บางส่วนสวดมนต์ และบางส่วนจับมือกันเพื่อคลายความกังวล
กระทั่งเวลา 01.25 น. เครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งลำ อันเป็นปฏิกิริยาจากความโล่งใจของผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม พนักงานต้อนรับได้แจ้งเพิ่มเติมว่า เครื่องบินลำดังกล่าวไม่สามารถใช้งานต่อได้ ส่งผลให้ผู้โดยสารจำเป็นต้องพักค้างคืนที่เมืองซีหนิงอีก 1 คืน โดยบรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความโล่งใจ ความอ่อนล้า และความตึงเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้โดยสารยังตั้งข้อสงสัยถึงกระบวนการจัดการเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะเหตุผลที่ไม่สามารถลงจอดได้ทันที และจำเป็นต้องบินวนเป็นระยะเวลานาน รวมถึงแนวทางการดูแลผู้โดยสารและการจัดเที่ยวบินกลับประเทศไทยในลำดับถัดไป
ในเวลาต่อมา สายการบินได้จัดส่งเครื่องบินอีกลำจากประเทศไทยเพื่อรับผู้โดยสารที่ตกค้าง โดยเครื่องบินดังกล่าวเดินทางมาถึงเมืองซีหนิงในเวลา 14.20 น. ก่อนการเดินทาง ผู้โดยสารทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการใหม่อีกครั้ง มีการเรียกผู้โดยสารให้ดำเนินการเช็กอินใหม่ ภายในสนามบินซีหนิงซึ่งมีขนาดค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้เกิดความแออัดและความล่าช้า ผู้โดยสารจำนวนมากต้องต่อคิวและรอคอยเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม การเดินทางล่าช้าออกไป เนื่องจากเอกสารของสนามบินยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้เครื่องออกเดินทางจริงในเวลา 15.40 น.
หลังใช้ระยะเวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง เครื่องบินได้เดินทางถึงประเทศไทยในเวลา 18.40 น. โดยผู้โดยสารได้รับเวลาคืนจากส่วนต่างของเขตเวลา อย่างไรก็ตาม ภายหลังเครื่องลงจอด ผู้โดยสารยังไม่สามารถลงจากเครื่องได้ทันที โดยต้องรอเจ้าหน้าที่ภาคพื้นประมาณ 35 นาที ก่อนจะมีการแจ้งว่าอุปกรณ์งวงช้างขัดข้อง และจำเป็นต้องย้ายตำแหน่งจอดอากาศยาน ส่งผลให้ต้องใช้เวลาเพิ่มเติมอีกเกือบ 40 นาที รวมระยะเวลารอคอยภายหลังการลงจอดกว่า 1 ชั่วโมง 20 นาที
สุดท้ายนี้ อยากขอบคุณนักบินและผู้ช่วยนักบินที่ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ทำให้ผู้โดยสารปลอดภัยทั้งหมด รวมทั้งการดูแลของสายการบินที่มีการจัดที่พักในโรงแรมระดับ 4 ดาวให้ทันที ที่สำคัญคือ ผู้โดยสารร่วมเที่ยวบินที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยไม่เกิดความวุ่นวาย แม้ในขณะเกิดเหตุจะเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่เมื่อทุกคนปลอดภัย เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นอีกช่วงเวลาซึ่งยากที่จะลืม
ขอบคุณข้อมูลจาก
เฟซบุ๊ก ธนาธร ตรงสิทธิวิทู
เฟซบุ๊ก ธนาธร ตรงสิทธิวิทู





