โลกการทำงานวันนี้ ‘ความเก่ง’ อย่างเดียวไม่พออีกต่อไป เผย 15 Insights สำคัญจาก 16 Sessions ที่คนทำงานต้องรู้ในปี 2026 จากงาน PPC2026
งาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026 (PPC2026) จัดโดย CREATIVE TALK ร่วมกับ AME IMAGINATIVE และ QGEN Consultant งานของคนทำงานแห่งปีได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย พร้อมบรรยากาศสุดคึกคักท่ามกลางคนทำงานหลายพันคน พร้อม Speakers จากหลากหลายวงการมากกว่า 20 ชีวิต ทั้งผู้บริหารระดับแนวหน้า, HR, นักจิตวิทยา และนักแสดงชั้นนำ
หัวใจสำคัญของงานปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘เทคโนโลยี’ ที่เข้ามาอย่างเดียว แต่คือการเข้าใจ ‘People Performance’ ควบคู่ไปกับการยกระดับ ‘Human Intelligence’ ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการเวลา พลังงาน ความคิด และการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อเปลี่ยน ‘คนทำงาน’ ทั่วไป ให้กลายเป็น ‘คนที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง’ จากหลาย Sessions สุดเข้มข้นบนเวทีที่ครอบคลุมเรื่อง ‘Life’ และ ‘Work’ รวมถึง Workshops ที่เน้นการลงมือทำจริง
คนที่ไปต่อได้ในวันนี้ ไม่ใช่แค่ทำงานเป็น แต่ต้องบริหารตัวเองเป็นด้วย
เพราะสุดท้ายการทำงานยุคนี้ ไม่ได้แข่งกันที่ว่าใครรู้มากกว่า
แต่แข่งกันที่ว่าใครพัฒนาตัวเอง และสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่า
เมื่อโลกไม่ได้ให้รางวัลคนเก่งเสมอไป แต่ให้รางวัลกับคนที่สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงมากกว่า รวม 15 Insights สำคัญที่คนทำงานต้องรู้ในปี 2026 จากงาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026
1. หมดยุคของ ‘Work-Life Balance’ แต่ต้องเริ่ม ‘Work-Life Intelligence’
โลกไม่ได้หยุดนิ่งพอให้เราสามารถบาลานซ์เรื่อง ‘งาน’ และ ‘ชีวิต’ ได้ คนทำงานต้องเลิกมองหาวิธีการบาลานซ์ให้มันลงตัว แต่ต้องหันมาปรับตัวให้ทันในโลกปัจจุบัน รวมถึงต้องบริหารจัดการ และตัดสินใจให้ ‘ฉลาด’ มากยิ่งขึ้น
2. ‘พลังงาน’ จะกลายเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อน ‘ความสำเร็จ’
ยุคนี้คนทำงานบริหารจัดการ ‘เวลา’ ดีอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องบริหารจัดการ ‘พลังงาน’ ควบคู่ไปด้วย เพราะเมื่อคนทำงานบริหารทั้งเวลา และพลังงานได้ดี สิ่งนี้จะกลายเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนความสำเร็จได้จริง
3. เลิกเป็นแค่คนที่ ‘ใช้ AI ทำงาน’ แต่ต้องเป็นคนที่ ‘ใช้ AI เพิ่มความสามารถ’ ให้ตัวเอง
การเข้ามาของ AI ในวันนี้พิสูจน์ว่า ‘ตัวจริง’ เท่านั้นที่จะอยู่รอด อย่าปล่อยให้เราเป็นแค่คนทำตามสิ่งที่ AI บอก แต่ต้องยกระดับด้วยการเริ่มคิดและทำสิ่งใหม่ ๆ ดังนั้น คำถามสำคัญในวันนี้ไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนเราหรือไม่ แต่คือ “AI จะเพิ่มความสามารถเราในการทํางาน และใช้ชีวิตได้ยังไง” มากกว่า
4. อย่าเป็นแค่ ‘คนที่ทำงานตามสั่ง’ แต่ต้องเป็น ‘เจ้าของผลลัพธ์’ ที่ส่งมอบความสำเร็จ
เลิกยึดติดการทำงานบทบาทเดิม ๆ ที่อยู่บน JD (Job Description) เพราะหน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การทำตามสั่งให้ ‘เสร็จ’ แต่คือการเป็นเจ้าของงานที่ต้องแก้ให้สำเร็จ ยิ่งเรารู้สึกเป็นเจ้าของของมันมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งใส่ใจในผลลัพธ์ จนเปลี่ยนจากงานที่แค่เสร็จ ให้กลายเป็นงานที่สำเร็จ
5. อย่ายึดติด ‘กระบวนการเดิม’ มากไป จนไม่เหลือที่ให้ ‘ความคล่องตัว’
องค์กรหรือลีดเดอร์ยุคใหม่ ต้องอย่ายึดมั่นในกระบวนการเดิมจนขยับตัวไม่ได้ ในวันที่งาน, คน และเทคโนโลยีเปลี่ยนไป องค์กรและผู้นำคือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คนทำงานปรับตัวตามทัน ดังนั้นอย่ายึดติดมากเกินไป เพราะการทำเรื่องเดิมแต่หวังผลลัพธ์ที่ต่างออกไป มันเป็นไปไม่ได้
6. ‘Middle Managers’ คือ ‘The Most Critical Player’ ขององค์กร
คนกลุ่ม ‘Middle Managers’ คือคนที่องค์กรควรให้ความสำคัญมากที่สุดในปี 2026 ไปจนถึงปี 2027 เพราะถ้าองค์กรดูแล และมอบทักษะที่แข็งแรงมากพอ เขาจะกลายเป็น ‘The Most Critical Player’ ให้กับองค์กรได้ในอนาคต
7. ไม่ใช่ต้องมีคำตอบชัดที่สุด แต่ต้องอยู่กับคำถามที่ไม่มีคำตอบให้ได้ดีที่สุด
ในวันที่มรสุมต่าง ๆ เข้ามามากมาย ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ, สงคราม หรือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้หลาย ๆ องค์กรคิดว่านี่อาจเป็น ‘ทางตัน’ ที่มองไม่เห็น ‘ทางออก’ แต่ในความเป็นจริงแล้ว องค์กรที่ไปต่อได้ในวันนี้ ไม่ใช่องค์กรที่มีคำตอบชัดที่สุด แต่คือองค์กรที่อยู่กับคำถามที่ไม่มีคำตอบได้ดีที่สุดต่างหาก
8. เก่ง ‘ภาษา’ อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง ‘กล้าสื่อสาร’ เพื่อสร้างโอกาสได้ด้วย
ผลสำรวจชี้ว่า 58% ขององค์กรในไทยประสบปัญหาในการหาคนทำงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ เพราะคนทำงานส่วนใหญ่มักเรียนเพื่ออ่าน ทำความเข้าใจ แต่ไม่ได้ใช้ในการสื่อสาร ดังนั้นวันนี้ภาษาอังกฤษไม่ใช่สิ่งที่ ‘ควรมี’ ในองค์กรอีกต่อไป แต่คือสิ่งที่ ‘ต้องมี’ และใช้สื่อสารอย่างจริงจัง เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานมากยิ่งขึ้น
9. สร้างโอกาสให้คนทำงานเก่งภาษา ด้วยการบอกลา ‘Language Learning’
องค์กรส่วนใหญ่มักปลูกฝังให้คนทำงานใช้ภาษาอังกฤษแบบ ‘Language Learning’ คือการจำ และนำไปใช้ แต่ไม่เคยสอนแบบ ‘Language Acquisition’ จึงทำให้คนทำงานใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วย 2 วิธี ประกอบด้วย
- Acquisition Learning Hypothesis คือ การได้รับภาษานั้นได้โดยไม่ต้องตั้งใจเข้าใจกฎไวยากรณ์ แต่ต้องอยู่กับมันบ่อย ๆ ซึมซับนาน ๆ
- Monitor Hypothesis คือ ไม่ต้องให้คิดและวิเคราะห์เยอะ เมื่อไหร่ที่เราคิดเยอะ มันทำให้สมองกลัวไปจนไม่กล้าเริ่มพูด
เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้คนทำงานสร้างโอกาสจากภาษาได้จริง ต้องเลิกเรียนแบบ ‘Language Learning’ แล้วเปลี่ยนมาเป็น ‘Language Acquisition’ แทน
10. อยากเป็นผู้นำที่คนอยากทำงานด้วย ต้องเลิกออก ‘คำสั่ง’ แล้วหันมา ‘รับฟัง’ ให้มากขึ้น
สิ่งหนึ่งต้องคำนึงไว้เสมอคือ อย่ายึดติดกับคำว่า ‘ผู้นำ’ จนมัน ‘ค้ำคอ’ ไม่ต้องเป็นคนที่ต้องฉลาดลอดเวลา หรือรู้ทุกเรื่อง เพราะผู้นำที่มีบุคลิกแบบนี้จะไม่มีวันไปต่อได้ในยุค AGI สิ่งสำคัญคืออย่าเป็นผู้บอกตลอดเวลา ผู้นำยุคใหม่ต้องกล้าฟัง อย่าเป็นผู้นำในแบบอดีต ต้องให้คนทำงานกล้าทำ กล้าคิดด้วย
11. อย่าเลือกผู้นำแค่เพราะ ‘ถูกใจ’ แต่ต้องเลือกคนที่ ‘ขับเคลื่อน’ ทีมได้จริง
คนเราชอบหาคนที่ถูกใจเข้ามาทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ไม่ควรทำในองค์กร กลับกันแล้วต้องเลือกคนที่จะขับเคลื่อนทีมได้จริง โดยเฉพาะคนที่เหมาะกับยุคนั้น ๆ ซึ่งในยุคนี้มันคือการขับเคลื่อนเทคโนโลยี และเรื่องของคนไปพร้อม ๆ กัน เพราะถ้าเราเอาเขามาเป็นผู้นำ แต่เขากลับเดินตามอย่างเดียว นั่นคือความเสี่ยงในอนาคต
12. ก่อนจะซื้อ ‘เทคโนโลยี’ ตัวใหม่ ต้องหาให้เจอก่อนว่า ‘จะเอามันมาแก้ปัญหาอะไร’
ในด้านของการลงทุนกับเรื่องเทคโนโลยี ต้องกลับมาคิดก่อนว่า บริษัทของเราจะใช้ AI เข้ามาทำงานในส่วนไหน หา Pain Point ให้เจอ อย่าซื้อตามกระแส ความชัดเจนขององค์กรสำคัญมาก รวมไปถึงกลับมาดูคนทำงานด้วย วิเคราะห์ให้ได้ว่าเขาจะไปไกลได้แค่ไหน เมื่อรู้แล้วจะได้เตรียมตัวถูก เพื่อให้เขามี Capability ในการไปต่อยอดได้จริง โดยที่ไม่เป็นภาระขององค์กร
13. เลิก ‘บังคับ’ ให้เรียนรู้ตาม แต่ต้องสร้าง ‘ความหิว’ และ ‘เป้าหมายร่วมกัน’ เพื่อให้อยากเรียนรู้เอง
ผู้นำยุคใหม่ต้องเปลี่ยนหน้าที่จากการ ‘สั่งการ’ เป็น ‘การพูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย’ เพื่อกระตุ้นให้คนอยากพัฒนาตัวเอง องค์กรต้องกล้าคัดเลือก และโปรโมทหัวหน้างานที่ ‘เก่งคน’ มากกว่าแค่ ‘เก่งงาน’ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่พร้อมต่อการเติบโต
14. การใช้คนผิดบทบาท และ การไม่ยอมปรับตัว คือ ‘สิ่งที่น่ากลัวกว่า AI’
ในวันที่โลกพูดถึง AI และกำลังขยับเข้าใกล้ AGI หลายองค์กรยังคงใช้คนไปกับงานเดิม ๆ ในขณะที่งานที่ใช้ความคิด, การตัดสินใจ และการนำทีม ไม่ถูกยกระดับอย่างจริงจัง สุดท้ายแล้ว AI อาจไม่ได้มาแทนคนทั้งหมด แต่มันจะเข้ามาแทนคนที่หยุดพัฒนา และทิ้งไว้แค่คนที่รู้ว่าอนาคตของการทำงาน วันนี้ไม่ใช่การที่เราต้องเลือกระหว่าง ‘คน VS AI’ อีกแล้ว เพราะคนที่ใช้ AI เป็น จะไปได้ไกลกว่าคนที่ไม่ยอมเปลี่ยน
15. จงใช้ ‘จินตนาการ’ ของคนนำทาง และให้ AI เป็น ‘พลังขับเคลื่อน’
งานวิจัยชี้ว่าหากองค์กรลงทุนใน AI และกำลังคนด้วยจะเพิ่มโอกาสสำเร็จมากถึง 42% โดยใช้จินตนาการของมนุษย์นำทางในสิ่งที่ AI มองไม่เห็น และใช้ AI เป็น ‘กระจกมองหลัง’ ฉะนั้นองค์กรจึงควรมุ่งเน้นการสร้างคนให้เป็น ‘เซนทอร์ (Centaur)’ หรือสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายครึ่งคนครึ่งม้า ที่มีพละกำลังเหนือคน (Human) และปัญญาเหนือม้า (AI) เพื่อให้คนทำงานสามารถนำ AI ได้ มากกว่าจะให้ AI นำ
งาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026 ไม่ได้เป็นแค่งาน Conference แต่คือภาพสะท้อนสำคัญของการทำงานยุคปัจจุบัน งานนี้ไม่ได้มีแค่ความรู้ แต่คือจุดเริ่มต้นของการกลับมาทบทวนว่า เรากำลังใช้ศักยภาพของตัวเองได้เต็มที่แล้วหรือยัง และถ้ายัง เราจะเริ่มใหม่ยังไงให้ไปได้ไกลกว่าเดิม
ทั้ง 15 Insights นี้เป็นเพียง ‘น้ำจิ้ม’ จากเนื้อหาทั้งหมดของงาน และยังมีอีกหลาย Sessions เจาะลึกที่จะมาปลดล็อกทุกข้อสงสัย และช่วยหาคำตอบที่คนทำงานยุค 2026 อยากรู้
สามารถรับฟังแบบจัดเต็มทุก Sessions ย้อนหลังในรูปแบบออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. - 31 ต.ค. 2026 ที่ https://creativetalkonline.com/
หากใครยังไม่มีบัตร สามารถซื้อบัตรดูย้อนหลังได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/PPC2026
#PPC2026 #PEOPLEPERFORMANCEConference2026 #CREATIVETALK #QGEN #AMEImaginative





