จนท. สหรัฐฯ รวบของกินคุ้นตาจากเมืองไทย 100 ชิ้น หลังน้องหมาจมูกไวดมกลิ่นเจอเต็ม ๆ เตือนผู้เดินทางอย่าหาทำ เสี่ยงโดนปรับหนัก

วันที่ 17 เมษายน 2569 สำนักงานปฏิบัติการภาคสนาม สังกัดศุลกากรและป้องกันพรมแดนสหรัฐฯ (CBP) เผยภาพปฏิบัติการที่กำลังเป็นไวรัล หลังจากสุนัขตรวจค้นของหน่วยสามารถดมกลิ่นจนเจอของลักลอบนำเข้าผิดกฎ แต่ชวนให้คนไทยแปลกใจ ทั้งชนิดสินค้าที่ดูเผิน ๆ หลายคนอาจไม่คิดว่าผิดกฎ แต่อีกมุมการขนสิ่งนี้มาด้วยปริมาณมากและตั้งใจไม่สำแดงก็เป็นอะไรที่เอะใจไม่น้อยเช่นกัน
จากภาพเผยให้เห็นสุนัขตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ เป็นสุนัขพันธุ์บีเกิล ชื่อ เจ้าเมอร์ลา (Merla) โชว์สกิลจมูกไวตรวจจับของกินที่มีคนนำเข้าผ่านด่านโดยไม่ได้สำแดง เมื่อเปิดออกดูพบว่าสินค้าดังกล่าวเป็น "แซนวิชโบราณหมูหยองโบโลน่า" ซึ่งถูกขนมาในถุงจำนวน 100 ชิ้น
ภาพจาก เฟซบุ๊ก CBP Office of Field Operations
เพจระบุถึงการตรวจยึดครั้งนี้ว่า เมอร์ลา สุนัขตรวจจับของหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) สามารถตรวจพบแซนด์วิชที่มีส่วนประกอบของเนื้อหมูและเนื้อไก่รวมจำนวน 100 ชิ้น ภายในกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสาร ซึ่งท้ายที่สุดอาหารทั้งหมดจะถูกนำไปทำลาย
ตามกฎแล้ว สินค้าทางการเกษตร รวมถึงผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ จำเป็นต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้งเมื่อเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสินค้าทางการเกษตรจากต่างประเทศบางประเภทจะถูกจำกัดหรือห้ามนำเข้า เพราะอาจเป็นพาหะนำศัตรูพืชหรือโรคระบาดในสัตว์ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคเกษตรกรรม ปศุสัตว์ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจได้ ผู้เดินทางทุกคนจึงมีหน้าที่ต้องแจ้งรายการสิ่งของ เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ พืช เมล็ดพันธุ์ ดิน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในกระเป๋าโหลด กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง หรือยานพาหนะ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก CBP Office of Field Operations
เมื่อมีการสำแดง เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรของ CBP จะเป็นผู้ตรวจสอบว่าสิ่งของดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดในการนำเข้าหรือไม่ หากพบว่าเป็นสิ่งของต้องห้าม หรือไม่ได้มีการสำแดง สิ่งของนั้นจะถูกยึดและทำลายทันที
ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการสำแดงสินค้าเกษตร อาจถูกลงโทษทางแพ่ง โดยค่าปรับสำหรับความผิดครั้งแรกในกรณีที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ อาจสูงถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,000 บาท) และหากเป็นกรณีเชิงพาณิชย์ โทษปรับจะยิ่งสูงขึ้น





