อินฟลูเอนเซอร์หนุ่มใจบุญ สงสารสาวสู้ชีวิต เลี้ยงน้องตามลำพัง สภาพสุดลำบาก ควักเงินล้านสร้างบ้านใหม่ให้อย่างสวย ก่อนรู้ความจริง ที่แท้โอ้ละพ่อ
![สร้างบ้าน สร้างบ้าน]()
ภาพจาก Weibo
![สร้างบ้าน สร้างบ้าน]()
ภาพจาก Weibo
เฉิน เจียจุน เป็นอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มจีน ที่รู้จักในชื่อ Super Btai เขามีชื่อเสียงจากการเปิดโปงกลโกง และให้การสนับสนุนชุมชนที่ด้อยโอกาส บนแพลตฟอร์มโซเชียลของเขามีผู้ติดตามมากกว่า 25 ล้าน เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เขาได้ไปเจอหญิงสาวรายหนึ่งชื่อว่า อาจี๋ อายุ 18 ปี ที่หมู่บ้านห่างไกล ในมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เธอมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ต้องเลี้ยงดูน้องสาว 2 คน และหลานสาวอีก 1 คนเพียงลำพัง เธอต้องเสียสละเรื่องการเรียนของตัวเอง เพื่อเลี้ยงดูน้องและหลานสาว
ในตอนนั้นเขาเห็นว่า อาจี๋ อาศัยอยู่ในบ้านที่มีสภาพแร้นแค้น หลายจุดรั่วซึม ไม่มีห้องน้ำ และต้องขับถ่ายนอกบ้าน เด็กผู้หญิง 3 คน และเด็กสาว 1 คน ต้องนอนเบียดกันอยู่บนเตียงเล็ก ๆ พวกเธอดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยซุปกะหล่ำปลีดองเพียงวันละหม้อ อาจี๋บอกว่า พี่ชายของเธอเสียชีวิตแล้ว แม่ของเธอทิ้งครอบครัวไป ส่วนพ่อของเธอก็ป่วยจนทำงานไม่ได้ เธอจึงกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว หาเลี้ยงชีพด้วยการปลูกมันฝรั่งและข้าวโพด
![สร้างบ้าน สร้างบ้าน]()
ภาพจาก Weibo
![สร้างบ้าน สร้างบ้าน]()
ภาพจาก Weibo
ภาพที่เห็นทำให้อินฟลูเอนเซอร์หนุ่มรายนี้รู้สึกหดหู่และสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ในขณะนั้นทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็ยืนยันว่า ครอบครัวนี้ยากจนมากจริง ๆ หลังจากได้พูดคุยและรับรู้เรื่องราวที่น่าเห็นใจ ในที่สุดเขาจึงตกลงเข้าไปช่วยเหลือ ตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับพวกเธอ โดยใช้เงินไปกว่า 200,000 หยวน (ราว 940,000 บาท) จ้างนักออกแบบและคนงานในพื้นที่มาดำเนินการ
![สร้างบ้าน สร้างบ้าน]()
ภาพจาก Weibo
หลังจากใช้เวลาประมาณ 1 เดือน บ้านของอาจี๋ได้รับการเนรมิตให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ที่สะอาดและสวยงาม ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ อินฟลูเอนเซอร์หนุ่มได้พาพวกเธอไปสำรวจบ้านหลังใหม่ก่อนที่พวกเธอจะย้ายเข้าไปอยู่ด้วยความตื่นเต้นและรู้สึกซาบซึ้งใจ
![สร้างบ้าน สร้างบ้าน]()
ภาพจาก Weibo
อย่างไรก็ดี ความลับไม่มีในโลก ในระหว่างการก่อสร้าง เฉินได้รู้เรื่องราวความจริงที่เขาไม่คาดคิด โดยเขาสังเกตเห็นว่ามีคนงานชาย 2 คน หน้าตาคล้ายกับอาจี๋ ก่อนจะพบว่า ชื่อของพวกเขาอยู่ในทะเบียนบ้านของเธอ และพวกเขาเป็นญาติกัน ต่อมา ชายคนหนึ่งสารภาพว่า เป็นน้องชายของอาจี๋ จริง ๆ แล้ว อาจี๋และน้องสาวของเธออาศัยอยู่ในบ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งมีห้องส่วนตัว
![สร้างบ้าน สร้างบ้าน]()
ภาพจาก Weibo
![สร้างบ้าน สร้างบ้าน]()
ภาพจาก Weibo
ส่วนชายอีกคน คือพี่ชายของอาจี๋ ที่เธออ้างว่าเสียชีวิตไปแล้ว กลับยังมีชีวิตอยู่ และเป็นคนหารายได้หลักของครอบครัว ส่วนพ่อของเธอก็มีสุขภาพแข็งแรงดี แต่ติดหนี้การพนัน ครอบครัวของเธอจะยากจน แต่ไม่ได้ลำบากอย่างที่เขาเข้าใจ และที่ทำให้เขาตกใจก็คือ บริเวณบ้านของเธอมีบ้านอยู่ด้วยกัน 5 หลัง โดยหลังที่มีสภาพแย่ที่สุด เป็นหลังที่อาจี๋ใช้ถ่ายทำสร้างสตอรี่ลวงโลกนี้ขึ้นมา
![สร้างบ้าน สร้างบ้าน]()
ภาพจาก Weibo
หลังจากรู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องหลอกลวง เฉินยังคงตั้งใจสานต่อเจตนาของเขา จึงสร้างบ้านให้เสร็จตามกำหนดในเดือนเมษายน จนกระทั่งวันที่อาจี๋ย้ายเข้าไปอยู่ เขาจึงเผยว่าเขารู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ทำให้เธอยอมรับและขอโทษสำหรับการ "แต่งเรื่องบางส่วน" อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้เรียกร้องบ้านคืน และได้ส่งเด็กหญิง 3 คนไปเรียนที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์
สุดท้ายเฉินก็ไม่ได้ติดตามเรื่องราวนี้ต่อ โดยคาดหวังว่าเธอและครอบครัวจะได้รับบทเรียน และได้เรียนรู้จากเรื่องราวนี้ โดยเขากล่าวว่า "การเปลี่ยนแปลงทางวัตถุเป็นเพียงชั่วคราว การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยนแปลงทางความคิด ฉันอยากให้พวกเขารู้ว่าความสุขสามารถได้มาด้วยความพยายามของตนเอง"
ขอบคุณข้อมูลจาก South China Morning Post

ภาพจาก Weibo
วันที่ 20 เมษายน 2569 เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เผยเรื่องราวของอินฟลูเอนเซอร์ใจบุญรายหนึ่งที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกออนไลน์ของจีน ภายหลังจากเขาตัดสินใจช่วยเหลือ "หญิงสาวสู้ชีวิต" รายหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่ามีชีวิตที่ยากลำบาก มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งต้องเลี้ยงน้องสาว 2 คน และหลานสาวอีก 1 คนเพียงลำพัง ทำให้เขายอมจ่ายเงินล้านเพื่อสร้างบ้านใหม่ให้กับพวกเธอ ก่อนที่ความจริงจะปรากฏกลายเป็นอีกเรื่อง

ภาพจาก Weibo
ในตอนนั้นเขาเห็นว่า อาจี๋ อาศัยอยู่ในบ้านที่มีสภาพแร้นแค้น หลายจุดรั่วซึม ไม่มีห้องน้ำ และต้องขับถ่ายนอกบ้าน เด็กผู้หญิง 3 คน และเด็กสาว 1 คน ต้องนอนเบียดกันอยู่บนเตียงเล็ก ๆ พวกเธอดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยซุปกะหล่ำปลีดองเพียงวันละหม้อ อาจี๋บอกว่า พี่ชายของเธอเสียชีวิตแล้ว แม่ของเธอทิ้งครอบครัวไป ส่วนพ่อของเธอก็ป่วยจนทำงานไม่ได้ เธอจึงกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว หาเลี้ยงชีพด้วยการปลูกมันฝรั่งและข้าวโพด

ภาพจาก Weibo

ภาพจาก Weibo

ภาพจาก Weibo

ภาพจาก Weibo

ภาพจาก Weibo

ภาพจาก Weibo

ภาพจาก Weibo
สุดท้ายเฉินก็ไม่ได้ติดตามเรื่องราวนี้ต่อ โดยคาดหวังว่าเธอและครอบครัวจะได้รับบทเรียน และได้เรียนรู้จากเรื่องราวนี้ โดยเขากล่าวว่า "การเปลี่ยนแปลงทางวัตถุเป็นเพียงชั่วคราว การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยนแปลงทางความคิด ฉันอยากให้พวกเขารู้ว่าความสุขสามารถได้มาด้วยความพยายามของตนเอง"
ขอบคุณข้อมูลจาก South China Morning Post
ขอบคุณภาพจาก Weibo





