ควันหลง บุกจับ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ กลางโต๊ะอาหาร แต่ไร้เจ้าภาพจ่ายบิล 2,420 บาท สุดท้ายพนักงานรับเคราะห์จ่ายแทน
![อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์]()
ด้าน นายอัจฉริยะ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่ากรณีดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้ง และเตรียมดำเนินคดีกลับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งความ นอกจากนี้ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการรับเงินจากผู้กำกับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยยืนยันว่าไม่เคยมีการรับเงินแต่อย่างใด พร้อมชี้แจงว่าประเด็นที่เกิดขึ้นมีที่มาจากที่ตนเองออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งอาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดการดำเนินคดีดังกล่าว
![อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์]()
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
เพจดังกล่าวระบุว่า ดราม่า "โคนันถูกรวบคาโต๊ะอาหาร" แต่บิล 2,000 กว่าบาท พนักงานต้องเป็นคนจ่าย ?
กลายเป็นประเด็นทันที หลังมีคลิปตำรวจเข้าจับ "อัจฉริยะ" ถึงในร้านอาหาร ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนรวม 4 คน สั่งอาหารไปหลายอย่าง รวมยอดค้างชำระประมาณ 2,420 บาท
จังหวะนั้นพนักงานกำลังจะทยอยเสิร์ฟอาหารเพิ่ม แต่ตำรวจก็เข้ามาแสดงหมายจับถึงโต๊ะ ก่อนพาตัวออกไปทันที ทำให้กลุ่มเพื่อนที่มาด้วยลุกออกจากร้านไปทั้งหมดโดยไม่ได้แตะอาหาร
ปัญหามันอยู่ตรงที่อาหารทำเสร็จแล้ว แต่ไม่มีใครจ่าย ตามกฎของร้าน หากลูกค้าสั่งแล้วไม่จ่าย คนรับออร์เดอร์กับแคชเชียร์ต้องรับผิดชอบเอง สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าพนักงานต้องควักเงินจ่ายแทน ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องคดีเลย
ฝั่งพนักงานบางส่วนถึงกับโอด เพราะเป็นเงินจำนวนมากเมื่อเทียบกับค่าแรงที่ได้รับ
![อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์]()
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
เพจระบุว่า ส่วนตัวมองว่า คนที่ต้องจ่ายคืออัจฉริยะ จะไปเรียกเก็บกับตำรวจก็ไม่ถูกเพราะปฏิบัติหน้าที่ หรือจะไปปรับพนักงานแบบนี้ร้านก็ไม่สมควร ถึงแม้ว่าร้านจะตั้งกฎ แต่มันคนละกรณีที่ลูกค้าเบี้ยวเองหรือคิดเงินผิด

จากกรณีวันที่ 21 เมษายน 2569 ตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำหมายจับเข้าควบคุมตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ พร้อมพวกรวม 6 คน จากร้านอาหารย่านคลองประปา ก่อนนำตัวไปตรวจค้นบ้านพักเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และคุมตัวกลับมาสอบปากคำที่กองปราบปราม โดยคดีดังกล่าวมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเรียกรับเงินจากผู้กำกับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แลกกับการไม่นำข้อมูลไปเผยแพร่ ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 22 เมษายน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังแล้ว
ด้าน นายอัจฉริยะ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่ากรณีดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้ง และเตรียมดำเนินคดีกลับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งความ นอกจากนี้ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการรับเงินจากผู้กำกับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยยืนยันว่าไม่เคยมีการรับเงินแต่อย่างใด พร้อมชี้แจงว่าประเด็นที่เกิดขึ้นมีที่มาจากที่ตนเองออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งอาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดการดำเนินคดีดังกล่าว
.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
วันที่ 22 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก ซ้อเปา - เรื่องนี้ต้องใส่ใจ โพสต์ประเด็นดราม่าภายหลังการจับกุมตัวนายอัจฉริยะ ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนรวม 4 คน โดยมีการสั่งอาหารหลายรายการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,420 บาท ท่ามกลางจังหวะที่พนักงานกำลังทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟ ก่อนจะควบคุมตัวออกจากร้านทันที ส่งผลให้ผู้ที่มาด้วยทั้งหมดลุกออกจากร้านโดยไม่ได้ชำระค่าอาหาร ส่งผลให้พนักงานที่รับออร์เดอร์และแคชเชียร์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวแทน
เพจดังกล่าวระบุว่า ดราม่า "โคนันถูกรวบคาโต๊ะอาหาร" แต่บิล 2,000 กว่าบาท พนักงานต้องเป็นคนจ่าย ?
กลายเป็นประเด็นทันที หลังมีคลิปตำรวจเข้าจับ "อัจฉริยะ" ถึงในร้านอาหาร ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนรวม 4 คน สั่งอาหารไปหลายอย่าง รวมยอดค้างชำระประมาณ 2,420 บาท
จังหวะนั้นพนักงานกำลังจะทยอยเสิร์ฟอาหารเพิ่ม แต่ตำรวจก็เข้ามาแสดงหมายจับถึงโต๊ะ ก่อนพาตัวออกไปทันที ทำให้กลุ่มเพื่อนที่มาด้วยลุกออกจากร้านไปทั้งหมดโดยไม่ได้แตะอาหาร
ปัญหามันอยู่ตรงที่อาหารทำเสร็จแล้ว แต่ไม่มีใครจ่าย ตามกฎของร้าน หากลูกค้าสั่งแล้วไม่จ่าย คนรับออร์เดอร์กับแคชเชียร์ต้องรับผิดชอบเอง สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าพนักงานต้องควักเงินจ่ายแทน ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องคดีเลย
ฝั่งพนักงานบางส่วนถึงกับโอด เพราะเป็นเงินจำนวนมากเมื่อเทียบกับค่าแรงที่ได้รับ
.jpg)
ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
งานนี้เลยเกิดเสียงวิจารณ์สองด้าน โดยมุมหนึ่งมองว่า ยังไงก็ต้องไปเก็บเงินจากคนสั่ง ไม่ใช่ให้พนักงานรับกรรม อีกมุมหนึ่งระบุว่า เป็นเหตุสุดวิสัย แต่การเข้าจับกุมก็ควรมีการจัดการเรื่องบิลให้ชัดเจนกว่านี้
เพจระบุว่า ส่วนตัวมองว่า คนที่ต้องจ่ายคืออัจฉริยะ จะไปเรียกเก็บกับตำรวจก็ไม่ถูกเพราะปฏิบัติหน้าที่ หรือจะไปปรับพนักงานแบบนี้ร้านก็ไม่สมควร ถึงแม้ว่าร้านจะตั้งกฎ แต่มันคนละกรณีที่ลูกค้าเบี้ยวเองหรือคิดเงินผิด





