สาวช็อกป่วยไตวายระยะสุดท้าย เกือบไม่รอด หมอชี้ 2 พฤติกรรมเสี่ยง หลายคนก็ทำ

 
           สาวออฟฟิศสายหวาน อึ้งไตวายระยะสุดท้าย เกือบไม่รอด อายุแค่ 26 ปี หมอซักจนรู้ พบ 2 พฤติกรรมเสี่ยง หลายคนทำประจำ กว่าจะรู้ก็สายไป
สาวช็อกป่วยไตวายระยะสุดท้าย

           ในขณะที่การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ แต่ยังมีหลายคนที่เข้าใจผิดว่า แค่ของเหลวที่เข้าสู่ร่างกายก็เพียงพอแล้ว จะดื่มน้ำอะไรก็คงไม่ต่างกัน แต่ความจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น 

           โดยล่าสุด (29 เมษายน 2569) เว็บไซต์ Soha มีรายงานกรณีของ นางสาวจ้าว วัย 26 ปี พนักงานขายของบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศจีน แม้จะได้รับเงินเดือนสูง แต่เธอก็ยุ่งมากและมักจะอยู่ภายใต้ความกดดันตลอดเวลา แต่เธอไม่คิดเลยว่าเครื่องดื่มหวาน ๆ ที่เธอใช้เติมพลังและคลายเครียดมาตลอด จะเป็นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเสียใจ 

           โดยช่วง 6 เดือนก่อนเข้าโรงพยาบาล เธอมักจะมีอาการหน้าบวม เท้าบวม และปัสสาวะบ่อยในตอนเช้า แต่เธอคิดว่าเกิดจากการดื่มน้ำเยอะไปและการนอนดึกเท่านั้น กระทั่งคืนหนึ่งขณะทำงานล่วงเวลาที่บริษัท เธอเกิดแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก จากนั้นก็หมดสติไปขณะจะขอความช่วยเหลือ เพื่อนร่วมงานจึงรีบโทร. เรียกรถพยาบาล มารับเธอไปโรงพยาบาลทันที 

           ดร.หงหยงเซียง แพทย์โรคไต เผยว่า ตอนที่คนไข้มาถึงโรงพยาบาลก็อยู่ในสภาพโคม่าแล้ว ผลการตรวจเผยว่าการทำงานของไตเธอล้มเหลว และมีระดับยูเรียในเลือดสูงผิดปกติ เธอมีภาวะน้ำท่วมปอดเฉียบพลัน ต้องใส่ท่อช่วยหายใจและฟอกไตฉุกเฉินเพื่อยื้อชีวิต และหลังรอดมาได้เธอก็ยังต้องฟอกไตไปทั้งชีวิต 

           หลังผ่านพ้นความตายมาได้ แพทย์ก็ได้พูดคุยกับคนไข้ นางสาวจ้าวช็อกมากเมื่อทราบว่าตัวเองป่วยเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และถามแพทย์ทั้งน้ำตาว่าเหตุใดเธอที่แทบไม่ดื่มแอลกอฮอล์และไม่เคยสูบบุหรี่ถึงเป็นโรคนี้ได้ สุดท้ายจากการพูดคุยก็ทำให้ทราบว่าน่าจะเกิดจากพฤติกรรมหลัก ๆ 2 อย่าง ที่ทำให้ไตแย่ลง นั่นคือการบริโภคเครื่องดื่มหวาน ๆ มาเป็นเวลานาน และการนอนดึกเป็นประจำ 

           นางสาวจ้าวยอมรับว่า เธอรู้แค่ว่าน้ำหวานทำให้อ้วนและเป็นเบาหวานได้ แต่ไม่คิดว่าจะส่งผลต่อไต คิดว่าน้ำก็คือน้ำ ขอแค่ได้รับของเหลวเพียงพอก็ดีต่อไตแล้ว เธอจึงแทบไม่ดื่มน้ำเปล่าเลย และจะดื่มชาไข่มุกอย่างน้อยวันและแก้วเพื่อคลายเครียด 

           ยิ่งวันไหนเครียด ๆ หรือต้องทำงานล่วงเวลา เธอก็จะดื่มชาไข่มุกแทนอาหาร บางครั้งดื่มถึง 4 แก้ว นอกจากนี้เธอยังมักจะดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม และกาแฟใส่นม แม้จะไม่เยอะเท่าชาไข่มุกก็ตาม 

           ดร.หงหยงเซียง ชี้ว่าพฤติกรรมดื่มน้ำหวานแทนน้ำเปล่านั้น ส่งผลกระทบต่อไต โดยชี้ว่าชานมนั้นมีไซรัปและฟรุกโตสอยู่มาก เมื่อดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดก็จะทำให้มีกรดยูริกสูง ไตต้องทำงานหนักและเกิดการอักเสบ กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าไตกำลังแย่ลงเรื่อย ๆ 

           นอกจากนี้ นางสาวเจ้ามักจะนอนดึกเป็นประจำ เนื่องจากการทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เธอจึงมักจะใช้เวลาส่วนตัวและนอนตี 2 เป็นประจำ ทำให้ตื่นมาในสภาพเหนื่อยล้า และก็ยิ่งดื่มน้ำหวานเพื่อทำให้ตื่นตัว เป็นกิจวัตร

           ดร.หงหยงเซียง ชี้ว่าการนอนดึกทำให้ความสามารถในการฟื้นฟูของร่างกายแย่ลง ในขณะที่ตอนนอนคือช่วงเวลาดีสุดที่ไตจะขับสารพิษ การนอนดึกอย่างต่อเนื่องทำให้หลอดเลือดในไตถูกกดดันโดยไม่ได้พัก และทำให้ความสามารถในการกรองของไตลดลง 

           ทั้งนี้ พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัวนี้ นับเป็นบทเรียนราคาแพงของนางสาวจ้าว ที่ถือว่าเป็นเรื่องเตือนใจแก่ผู้อื่นให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนจะสายเกินไป 


ขอบคุณข้อมูลจาก Soha




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สาวช็อกป่วยไตวายระยะสุดท้าย เกือบไม่รอด หมอชี้ 2 พฤติกรรมเสี่ยง หลายคนก็ทำ อัปเดตล่าสุด 30 เมษายน 2569 เวลา 10:18:02 1,241 อ่าน
TOP
x close