พ่อค้าร้อง ถูกผู้บริหารระดับสูงค่ายมือถือดัง ชนท้ายแล้วท้าต่อย พบมีอาการมึนเมา หายไปหลายวันกว่าจะโผล่มาพบตำรวจ ซ้ำสนิทกับตำรวจ มากดดันให้ยอมความ
![ชนท้ายแล้วท้าต่อย ชนท้ายแล้วท้าต่อย]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้
นายเอกลักษณ์ เผยว่า ตนถูกรถคู่กรณีชนท้ายอย่างจังขณะจอดติดไฟแดงอยู่ดี ๆ เมื่อลงมาเจรจาก็พบว่าคู่กรณีมีอาการมึนเมาอย่างหนัก และเดินปรี่เข้ามาจับตัว พร้อมสบถคำหยาบใส่ เมื่อตนจะถ่ายคลิปก็ถูกท้าทายว่า "มึงสมัครใจจะต่อยกะกูไหม" "มึงจะเอากับกูปะ" และ "กูมีของ" จนเกิดการปะทะกลางถนน
![ชนท้ายแล้วท้าต่อย ชนท้ายแล้วท้าต่อย]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้
นอกจากนี้ตนยังถูกสารวัตรนายหนึ่งใน สน.ลาดพร้าว พยายามกล่อมให้ยอมความและไม่ให้เอาเรื่อง จนมาทราบภายหลังว่าตำรวจนายนี้มีความสนิทสนมกับฝ่ายคู่กรณี และเมื่อขู่จะร้องเรียนไปยังบริษัทมือถือ ทนายฝั่งคู่กรณีกลับตอบอย่างมั่นใจว่า "ส่งไปเลย เดี๋ยวเขาตัดเรื่องทิ้งเอง"
![ชนท้ายแล้วท้าต่อย ชนท้ายแล้วท้าต่อย]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้
คดีเงียบไป 2-3 เดือนจนตนเริ่มรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม จนล่าสุดเดือนเมษายนมีตำรวจโทร. มาแจ้งว่าคู่กรณีต้องการไกล่เกลี่ย จึงมีการนัดกัน วันนั้นอีกฝ่ายมีทนายมาด้วย ทางคู่กรณีต้องการให้ตนไม่แจ้งความ และไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายตามที่ตนเรียกไป ทำให้ไกล่เกลี่ยกันไม่สำเร็จ
ทั้งนี้ นายนิรันดร์ เกแง้ว ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด เผยว่า คดีนี้มีหลักฐานชัดเจน ทั้งเรื่องเมาแล้วขับ ชนแล้วหนี การท้าทายทำร้ายร่างกาย โดยเตรียมประสานผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว เพื่อจี้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด รวมถึงให้ตรวจสอบพฤติกรรมของตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายด้วย
![ชนท้ายแล้วท้าต่อย ชนท้ายแล้วท้าต่อย]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้
![ชนท้ายแล้วท้าต่อย ชนท้ายแล้วท้าต่อย]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้
วันนี้ (12 พฤษภาคม 2569) เดลินิวส์ รายงานว่า นายเอกลักษณ์ กิจฉนวน พ่อค้าออนไลน์ นำหลักฐานคลิปวงจรปิดเข้าร้องเรียนผ่านเพจ สายไหมต้องรอด อ้างว่าถูกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมือถือยักษ์ใหญ่ขับรถชนท้ายแล้วหนี แถมยังถูกท้าต่อย และใช้อิทธิพลกดดันผ่านตำรวจ โดยเหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา
นายเอกลักษณ์ เผยว่า ตนถูกรถคู่กรณีชนท้ายอย่างจังขณะจอดติดไฟแดงอยู่ดี ๆ เมื่อลงมาเจรจาก็พบว่าคู่กรณีมีอาการมึนเมาอย่างหนัก และเดินปรี่เข้ามาจับตัว พร้อมสบถคำหยาบใส่ เมื่อตนจะถ่ายคลิปก็ถูกท้าทายว่า "มึงสมัครใจจะต่อยกะกูไหม" "มึงจะเอากับกูปะ" และ "กูมีของ" จนเกิดการปะทะกลางถนน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้
แต่ระหว่างที่อาสากู้ภัยให้มาเลื่อนรถเข้าข้างทางระหว่างรอเจ้าหน้าที่ คู่กรณีกลับฉวยโอกาสซิ่งรถหนีไปซะก่อน ตนจึงนำเอกสารการตรวจร่างกายเข้าแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว
หลังเกิดเหตุประมาณ 3 วัน คู่กรณีได้เข้าพบพนักงานสอบสวน อ้างว่าไม่ได้หลบหนี แต่จะไปแจ้งความเหมือนกัน แค่ไปผิดโรงพัก ทำให้ตนสงสัยว่าเป็นข้ออ้างเพื่อถ่วงเวลา หวังให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดจางหายหรือไม่
นอกจากนี้ตนยังถูกสารวัตรนายหนึ่งใน สน.ลาดพร้าว พยายามกล่อมให้ยอมความและไม่ให้เอาเรื่อง จนมาทราบภายหลังว่าตำรวจนายนี้มีความสนิทสนมกับฝ่ายคู่กรณี และเมื่อขู่จะร้องเรียนไปยังบริษัทมือถือ ทนายฝั่งคู่กรณีกลับตอบอย่างมั่นใจว่า "ส่งไปเลย เดี๋ยวเขาตัดเรื่องทิ้งเอง"

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้
อีกทั้งคู่กรณียังแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายกับตนด้วย ทั้งที่เป็นฝ่ายลงมือก่อน
คดีเงียบไป 2-3 เดือนจนตนเริ่มรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม จนล่าสุดเดือนเมษายนมีตำรวจโทร. มาแจ้งว่าคู่กรณีต้องการไกล่เกลี่ย จึงมีการนัดกัน วันนั้นอีกฝ่ายมีทนายมาด้วย ทางคู่กรณีต้องการให้ตนไม่แจ้งความ และไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายตามที่ตนเรียกไป ทำให้ไกล่เกลี่ยกันไม่สำเร็จ
ทั้งนี้ นายนิรันดร์ เกแง้ว ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด เผยว่า คดีนี้มีหลักฐานชัดเจน ทั้งเรื่องเมาแล้วขับ ชนแล้วหนี การท้าทายทำร้ายร่างกาย โดยเตรียมประสานผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว เพื่อจี้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด รวมถึงให้ตรวจสอบพฤติกรรมของตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายด้วย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์





