ยกเลิกเน็ตบ้าน ทำเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ กางประกาศ กสทช. ย้ำชัดจะเอาเรื่องคืนกล่อง-อุปกรณ์ มาเรียกค่าปรับไม่ได้

ยกเลิกเน็ตบ้าน แม้จะเป็นสิทธิที่ผู้บริโภคสามารถทำได้ แต่กลับต้องเจอปัญหากวนใจสารพัด จนไม่สามารถขอยกเลิกบริการได้ง่าย ๆ อย่างที่คิด บ้างก็ถูกเรียกคืนอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ครบ หลังใช้งานมานานจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอุปกรณ์อะไรมาให้บ้าง หรือแม้กระทั่งถูกคิดค่าปรับราคาแพง แถมบางคนยังถูกเรียกเก็บค่าบริการต่อแม้จะแจ้งยกเลิกไปแล้ว
จากปัญหาที่เกิดขึ้น ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามามากมาย โดย นายธนัช ธรรมิสกุล หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในมุมมองของผู้บริโภคมองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรม และหากลูกค้าไม่สะดวกในการนำไปคืนที่ศูนย์บริการ เหตุใดผู้ให้บริการจึงไม่มีบริการมารับคืนที่บ้าน เหมือนตอนที่มาติดตั้งให้ฟรี ทำให้ผู้บริโภคเสียเวลา และไม่รู้ข้อมูลว่า สิ่งที่ต้องคืนมีอะไรบ้าง
ที่สำคัญ การลงบัญชีทรัพย์สินในระบบหลังบ้าน ก็อาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับ เช่น เงื่อนไขการแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ การให้อุปกรณ์ฟรี โดยคำแนะนำจากช่าง แต่ช่างไม่ได้แจ้งระบบหลังบ้านให้อัปเดตตรงกัน เป็นต้น
ประเด็นที่น่าสงสัยคือ
1. ทำไมยกเลิกบริการเน็ตบ้าน ต้องให้ลูกค้านำอุปกรณ์ไปคืนที่ช็อป ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีช็อปทุกอำเภอ และเดี๋ยวนี้ทุกอย่างทำออนไลน์ได้ แล้วบริษัทด้านเทคโนโลยีเหตุใดถึงไม่ยอมให้ลูกค้าคืนอุปกรณ์ผ่านทางขนส่งแล้วทำธุรกรรมยกเลิกทางออนไลน์ ราวกับเป็นลูกเล่นยื้อเวลา เจตนาชัดเจนว่าไม่อยากให้ยกเลิกบริการง่าย ๆ แถมมื่อลูกค้าจะขอให้ระงับสัญญาณไว้ก่อนไปยกเลิกที่ช็อป ก็ยังจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่อ
2. กล่อง IPTV (Internet Protocal Television) ที่ถูกยัดเยียดพ่วงมาให้ตอนติดตั้งอินเทอร์เน็ตบ้าน แม้ลูกค้าบอกไม่ใช้ แต่ทางบริษัทบอกเป็นโปรโมชั่น ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อลูกค้าไม่ได้ดูก็วางทิ้งไว้ไหนไม่รู้ ผ่านไปหลายปี พอแจ้งยกเลิกบริการ กลับมาบอกให้คืนกล่องด้วยมิเช่นนั้นจะเสียค่าปรับหลักพัน ทั้งที่หากกลัวลูกค้าแอบนำไปใช้ ก็สามารถตัดสัญญาณได้อยู่แล้ว
เรื่องนี้เป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม จากการสืบค้นข้อมูลตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ค. 2549 บนเว็บไซต์ กสทช. ในส่วนข้อ 15 และ 32 สรุปได้ว่า...
"ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกบริการเมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าปรับตามที่ผู้ให้บริการแจ้งมา ผู้ให้บริการไม่สามารถกำหนดให้ผู้ใช้บริการ ใช้บริการ 1 ปี และเรียกเก็บค่าปรับใด ๆ ได้ "
โดยข้อ 15 ระบุว่า "ในกรณีที่ผู้ให้บริการได้ส่งมอบเครื่องอุปกรณ์หรือสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดค่าใช้จ่ายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดของค่าอุปกรณ์ ในขณะที่ส่งมอบ เพื่อประโยชน์ในการใช้บริการโทรคมนาคมนั้น ผู้ให้บริการจะถือเอาเหตุดังกล่าวมากำหนดเป็นเงื่อนไข อันก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ใช้บริการหรือเรียกเก็บค่าปรับหรือค่าเสียหายจากการที่ผู้ใช้บริการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดมิได้
ผู้ใช้บริการที่ได้รับมอบเครื่องอุปกรณ์หรือสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่ ต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้เครื่องอุปกรณ์ดังกล่าว และต้องส่งคืนให้แก่ผู้ให้บริการเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง หากผู้ใช้บริการก่อให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องอุปกรณ์นั้น ผู้ให้บริการมีสิทธิเรียกให้ ผู้ใช้บริการรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแก่เครื่องอุปกรณ์ดังกล่าวได้ ทั้งนี้ จะต้องไม่เกินกว่าราคาตลาดของค่าอุปกรณ์ดังกล่าวในขณะนั้น"
และข้อ 32 ระบุว่า "ผู้ใช้บริการมีสิทธิเลิกสัญญาในเวลาใดก็ได้ด้วยการบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่ ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะต้องชำระค่าบริการครบถ้วนแล้ว จนถึงวันที่การยกเลิกสัญญามีผลบังคับ"
ทั้งนี้ หากพบว่าผู้ให้บริการยังยืนยันจะเก็บค่าปรับ สามารถร้องเรียนได้ที่ กลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท. เดิม) สำนักงาน กสทช. โทร.ฟรี 1200 เพื่อให้มีการตรวจสอบต่อไป
พร้อมกันนั้น ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยังย้ำว่า จากนี้ไปเมื่อเกิดการยกเลิกบริการโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นบริการโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ตบ้าน ผู้บริโภคต้องเก็บหลักฐานเอาไว้ให้ดี เพราะมันมีประโยชน์อย่างมหาศาล หากเจอบริษัทผู้ให้บริการมาเรียกร้องให้จ่ายหนี้ ทั้งที่การให้บริการสิ้นสุดลงไปแล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, กสทช.





