เผยเคสอุทาหรณ์ หนุ่มป่วยไอเป็นเลือด 2 ปี ย้ายโรงพยาบาลรักษาถึง 5 ครั้ง วินิจฉัยพลาดจนนึกว่าเป็นมะเร็ง สุดท้ายเจอ พยาธิใบไม้ปอด เหตุจากชอบกินปูดิบ
![ปูดิบ ปูดิบ]()
โพสต์ดังกล่าวระบุว่า 2 ปี 5 โรงพยาบาล กับคำวินิจฉัยที่ผิดทั้งหมด กินปูดิบ…แลกด้วยโรคปอดที่หาคำตอบไม่เจอ เมื่ออาการไอเป็นเลือดไม่ใช่แค่วัณโรค แต่คือพยาธิที่ซ่อนอยู่ในปอดนานนับปี เคสจริงของโรคพยาธิใบไม้ปอด ซ่อนตัวแนบเนียน จนเกือบถูกเข้าใจว่าเป็นมะเร็ง
โรคพยาธิใบไม้ปอด (Paragonimiasis) เป็นโรคพยาธิที่พบได้ไม่บ่อย และมักวินิจฉัยได้ยาก เนื่องจากเริ่มมีอาการแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจเกี่ยวข้องกับหลายอวัยวะ และมีอาการทางคลินิกที่ไม่จำเพาะ ทำให้ถูกวินิจฉัยผิดได้บ่อย
แม้ว่าจะมีรายงานเกี่ยวกับการวินิจฉัยผิดในโรคนี้จำนวนมาก แต่กรณีที่ถูกวินิจฉัยผิดซ้ำหลายครั้งในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิหลายแห่ง เป็นเวลาถึง 2 ปี (โดยเฉพาะกรณีที่มีหลักฐานทางระบาดวิทยาชัดเจนเรื่องการกินปูน้ำจืด) ถือว่าพบได้ยากมาก
ช่วงแรกพบเม็ดเลือดขาวสูง แต่ต่อมากลับสู่ปกติ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก (CT) หลายครั้งพบรอยโรคในปอดที่มีการเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนย้ายตำแหน่งได้
การตรวจอย่างละเอียด เช่น X-pert/T-pert และการส่องกล้องหลอดลม พร้อมตรวจลำดับพันธุกรรมของของเหลวที่ล้างจากถุงลม แต่ไม่สามารถให้การวินิจฉัยที่ชัดเจน ทำให้ถูกวินิจฉัยผิดต่อเนื่องว่าเป็น
ระหว่างเข้ารักษาที่โรงพยาบาล 924 ได้มีการส่องกล้องหลอดลม และตรวจของเหลวที่ล้างจากถุงลมด้วยการตรวจลำดับพันธุกรรมแบบความเร็วสูง จึงพบพยาธิใบไม้ปอด Paragonimus westermani
เมื่อซักประวัติเพิ่มเติม ผู้ป่วยรายงานว่าเคยจับและกินปูน้ำจืดดิบ ระหว่างการเดินทางไปมณฑลกุ้ยโจวเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 และผู้ป่วยก็เคยโพสต์วิดีโอที่ตัวเองกินปูดิบลงในโซเชียลมีเดียด้วย
การตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ การตรวจเสมหะหลายครั้งเพื่อหาไข่พยาธิ พบไข่พยาธิในการตรวจครั้งที่ 3 ยืนยันการวินิจฉัยโรคว่าติดพยาธิใบไม้ปอด P. westermani
แพทย์ให้การรักษา โดยให้ยากำจัดพยาธิ คือ praziquantel ขนาด 0.2 กรัม รับประทานวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นให้ยาซ้ำอีกคอร์สหลังเว้นระยะ 1 สัปดาห์
หลังออกจากโรงพยาบาล 4 เดือน ผู้ป่วยไม่มีอาการไอ และอาการไอเป็นเลือดหายไปทั้งหมด ผลตรวจเลือดพบว่าอีโอซิโนฟิลกลับสู่ปกติ
การตรวจ CT พบว่ารอยโรคดีขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่ ก้อนผิดปกติในปอดซ้ายส่วนบนหายไป รอยอักเสบรอบโพรงในปอดขวาลดลงอย่างมาก
จากเคสผู้ป่วยรายนี้ทำให้ได้บทเรียนดี ๆ สำหรับท่านที่ทำงานด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์และนักปรสิต รวมถึงท่านที่ชื่นชอบการกินปูดิบ
ในผู้ป่วยที่มี
ควรพิจารณาโรคพยาธิใบไม้ปอดอย่างจริงจัง แม้ว่าการวินิจฉัยในระยะแรกจะทำได้ยากก็ตาม
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Parasite stories เล่าเรื่องปรสิต

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก Parasite stories เล่าเรื่องปรสิต เผยเคสของผู้ป่วยชายวัย 45 ปี มีอาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด ต้องวนรักษาในโรงพยาบาลถึง 5 ครั้ง ในระยะเวลา 2 ปี และถูกวินิจฉัยคลาดเคลื่อนหลายโรค ทั้งปอดอักเสบ วัณโรค เชื้อราในปอด ไปจนถึงสงสัยมะเร็ง ก่อนพบต้นตอที่แท้จริงเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกินอาหารดิบบางชนิด
โพสต์ดังกล่าวระบุว่า 2 ปี 5 โรงพยาบาล กับคำวินิจฉัยที่ผิดทั้งหมด กินปูดิบ…แลกด้วยโรคปอดที่หาคำตอบไม่เจอ เมื่ออาการไอเป็นเลือดไม่ใช่แค่วัณโรค แต่คือพยาธิที่ซ่อนอยู่ในปอดนานนับปี เคสจริงของโรคพยาธิใบไม้ปอด ซ่อนตัวแนบเนียน จนเกือบถูกเข้าใจว่าเป็นมะเร็ง
โรคพยาธิใบไม้ปอด (Paragonimiasis) เป็นโรคพยาธิที่พบได้ไม่บ่อย และมักวินิจฉัยได้ยาก เนื่องจากเริ่มมีอาการแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจเกี่ยวข้องกับหลายอวัยวะ และมีอาการทางคลินิกที่ไม่จำเพาะ ทำให้ถูกวินิจฉัยผิดได้บ่อย
แม้ว่าจะมีรายงานเกี่ยวกับการวินิจฉัยผิดในโรคนี้จำนวนมาก แต่กรณีที่ถูกวินิจฉัยผิดซ้ำหลายครั้งในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิหลายแห่ง เป็นเวลาถึง 2 ปี (โดยเฉพาะกรณีที่มีหลักฐานทางระบาดวิทยาชัดเจนเรื่องการกินปูน้ำจืด) ถือว่าพบได้ยากมาก
บทความของ Junzhang Qin และคณะ (2568) นำเสนอเคสผู้ป่วยชายอายุ 45 ปี เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 5 ครั้ง ใน 4 ศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิในเมืองกุ้ยหลิน (มกราคม 2566 - ตุลาคม 2567) ด้วยอาการไอ ไอเป็นเลือด และมีเม็ดเลือดขาวชนิดอีโอซิโนฟิลสูงอย่างต่อเนื่อง (นาน 2 ปี)
ช่วงแรกพบเม็ดเลือดขาวสูง แต่ต่อมากลับสู่ปกติ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก (CT) หลายครั้งพบรอยโรคในปอดที่มีการเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนย้ายตำแหน่งได้
การตรวจอย่างละเอียด เช่น X-pert/T-pert และการส่องกล้องหลอดลม พร้อมตรวจลำดับพันธุกรรมของของเหลวที่ล้างจากถุงลม แต่ไม่สามารถให้การวินิจฉัยที่ชัดเจน ทำให้ถูกวินิจฉัยผิดต่อเนื่องว่าเป็น
- ปอดอักเสบจากไวรัส
- การติดเชื้อไมโคพลาสมา
- เชื้อราในปอด
- วัณโรค
- สงสัยมะเร็ง
ระหว่างเข้ารักษาที่โรงพยาบาล 924 ได้มีการส่องกล้องหลอดลม และตรวจของเหลวที่ล้างจากถุงลมด้วยการตรวจลำดับพันธุกรรมแบบความเร็วสูง จึงพบพยาธิใบไม้ปอด Paragonimus westermani
เมื่อซักประวัติเพิ่มเติม ผู้ป่วยรายงานว่าเคยจับและกินปูน้ำจืดดิบ ระหว่างการเดินทางไปมณฑลกุ้ยโจวเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 และผู้ป่วยก็เคยโพสต์วิดีโอที่ตัวเองกินปูดิบลงในโซเชียลมีเดียด้วย
การตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ การตรวจเสมหะหลายครั้งเพื่อหาไข่พยาธิ พบไข่พยาธิในการตรวจครั้งที่ 3 ยืนยันการวินิจฉัยโรคว่าติดพยาธิใบไม้ปอด P. westermani
แพทย์ให้การรักษา โดยให้ยากำจัดพยาธิ คือ praziquantel ขนาด 0.2 กรัม รับประทานวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นให้ยาซ้ำอีกคอร์สหลังเว้นระยะ 1 สัปดาห์
หลังออกจากโรงพยาบาล 4 เดือน ผู้ป่วยไม่มีอาการไอ และอาการไอเป็นเลือดหายไปทั้งหมด ผลตรวจเลือดพบว่าอีโอซิโนฟิลกลับสู่ปกติ
การตรวจ CT พบว่ารอยโรคดีขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่ ก้อนผิดปกติในปอดซ้ายส่วนบนหายไป รอยอักเสบรอบโพรงในปอดขวาลดลงอย่างมาก
จากเคสผู้ป่วยรายนี้ทำให้ได้บทเรียนดี ๆ สำหรับท่านที่ทำงานด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์และนักปรสิต รวมถึงท่านที่ชื่นชอบการกินปูดิบ
ในผู้ป่วยที่มี
- ไอเป็นเลือดซ้ำ
- อีโอซิโนฟิลสูงเรื้อรัง
- ประวัติกินสัตว์น้ำมีเปลือกดิบ เช่น ปูน้ำจืด กุ้งภูเขา
- พบรอยโรคในปอดที่เปลี่ยนตำแหน่งได้จาก CT
ควรพิจารณาโรคพยาธิใบไม้ปอดอย่างจริงจัง แม้ว่าการวินิจฉัยในระยะแรกจะทำได้ยากก็ตาม
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Parasite stories เล่าเรื่องปรสิต





