สื่อนอกเปิดเทรนด์ความงามใหม่ ก้าวผ่านยุคสวยแบบเกาหลี สวยแบบไทยกำลังมา ทั้งอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และบริการเสริมความงามในคลินิก
![สวยแบบไทย สวยแบบไทย]()
รายงานของกรมส่งเสริมการค้าของไทย ระบุว่า อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยเติบโตขึ้นปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ และคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 แสนล้านบาท) ภายในปี 2573 ในขณะที่เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความงามแบบเกาหลี (K-Beauty) มีมูลค่าอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.2 แสนล้านบาท)
นายแพทย์ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ หรือ ดร.โจ แพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญของไทย กล่าวว่า มาตรฐานความงามในเอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงไป คนวัยกลางคนรุ่นใหม่ทั้งหญิงและชาย มีแนวโน้มว่ากำลังเปลี่ยนรูปแบบความสนใจจากการศัลยกรรมพลาสติกไปสู่สิ่งที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น จากเทรนด์เรื่องการต่อต้านริ้วรอยที่จะต้องแก้ไขซ่อมแซม เปลี่ยนไปสู่การป้องกัน ดูแลผิวให้คงความอ่อนเยาว์ และบำรุงรักษามากกว่า
"แพทย์ผิวหนังแตกต่างจากศัลยแพทย์ตกแต่ง ศัลยแพทย์ตกแต่งสามารถเปลี่ยนแปลงคุณได้ แต่หน้าที่ของเราไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน" ดร.โจ กล่าวพร้อมอธิบายว่า โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ริมฝีปากเคยได้รับความนิยมอย่างมาก จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เทรนด์กำลังเปลี่ยนไปสู่การดูแลรักษาด้วยเลเซอร์ที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานและไม่รุนแรง
สำหรับกลุ่มเยาวชนเอเชียที่มีกำลังซื้อ กำลังให้ความสนใจกับ "ทัวร์เสริมความงาม" ในกรุงเทพฯ โดยเหตุผลที่ประเทศไทยได้รับการยอมรับด้านความงามคือ เรื่องความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลที่ต่างจากชาวเอเชียตะวันออก เนื่องจากคนไทยไม่ได้มีสีผิวหรือรูปหน้าแบบเดียวกันทั้งหมด
มายด์ นุชาตา หรือ mindmakeup ช่างแต่งหน้าและอินฟลูเอนเซอร์ด้านความงามชื่อดังบน TikTok เผยว่า กระแสความงามแบบเกาหลีเคยได้รับความนิยม แต่ดูเหมือนว่ามันเริ่มจะถึงจุดสูงสุดแล้ว มาตรฐานความงามกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย มุ่งเน้นความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการดึงความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลออกมา ให้พวกเขามีเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเอง
"ตอนนี้เราอยู่ในยุคทองของความงามไทยแล้ว"
มายด์ กล่าวเสริมว่า ความงามแบบไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ขณะที่ความงามแบบเกาหลีจะดูอ่อนโยนและละเอียดอ่อนกว่า แต่ถ้ามองจากมุมมองของชาวเอเชีย ความงามแบบไทยจะอยู่ตรงกลางระหว่างสองแบบนั้น "เรามีลักษณะใบหน้าแบบเอเชีย โครงสร้างกระดูกของเราแบนกว่าชาวตะวันตก แต่ก็ลึกและคมชัดกว่าชาวเกาหลี นั่นทำให้ความงามแบบไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว"

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เผยรายงานเกี่ยวกับเทรนด์ความงามในยุคใหม่ ชี้ว่าเทรนด์ความงามสไตล์เกาหลี หรือ K-Beauty กำลังจะถูกแซงหน้าด้วยเทรนด์ความงามแบบไทย เนื่องจากกระแสความงามและเทรนด์สุขภาพดีในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งบริการด้านความงามที่ครบครัน พร้อมด้วยทักษะที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่า จึงดึงดูดความสนใจจากลูกค้าทั่วโลก
รายงานของกรมส่งเสริมการค้าของไทย ระบุว่า อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยเติบโตขึ้นปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ และคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 แสนล้านบาท) ภายในปี 2573 ในขณะที่เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความงามแบบเกาหลี (K-Beauty) มีมูลค่าอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.2 แสนล้านบาท)
นายแพทย์ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ หรือ ดร.โจ แพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญของไทย กล่าวว่า มาตรฐานความงามในเอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงไป คนวัยกลางคนรุ่นใหม่ทั้งหญิงและชาย มีแนวโน้มว่ากำลังเปลี่ยนรูปแบบความสนใจจากการศัลยกรรมพลาสติกไปสู่สิ่งที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น จากเทรนด์เรื่องการต่อต้านริ้วรอยที่จะต้องแก้ไขซ่อมแซม เปลี่ยนไปสู่การป้องกัน ดูแลผิวให้คงความอ่อนเยาว์ และบำรุงรักษามากกว่า
"แพทย์ผิวหนังแตกต่างจากศัลยแพทย์ตกแต่ง ศัลยแพทย์ตกแต่งสามารถเปลี่ยนแปลงคุณได้ แต่หน้าที่ของเราไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน" ดร.โจ กล่าวพร้อมอธิบายว่า โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ริมฝีปากเคยได้รับความนิยมอย่างมาก จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เทรนด์กำลังเปลี่ยนไปสู่การดูแลรักษาด้วยเลเซอร์ที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานและไม่รุนแรง
รายงานระบุว่า ลูกค้าที่คลินิกของ ดร.โจ มีเหล่าคนดังของโลกระดับเอลิสต์ ได้แก่ คิม คาร์ดาเชียน, กวินเน็ธ พัลโทรว์ และแจ็คสัน หวัง นอกจากนี้ยังมีลูกค้าอีกจำนวนมากที่ต้องรอคิวนานถึง 2 เดือน และมีลูกค้าผู้มั่งคั่งบางรายถึงกับยอมเดินทางมายังกรุงเทพฯ เพียงไม่กี่ชั่วโมง เพื่อเข้ารับบริการด้านความงามที่นี่
สำหรับกลุ่มเยาวชนเอเชียที่มีกำลังซื้อ กำลังให้ความสนใจกับ "ทัวร์เสริมความงาม" ในกรุงเทพฯ โดยเหตุผลที่ประเทศไทยได้รับการยอมรับด้านความงามคือ เรื่องความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลที่ต่างจากชาวเอเชียตะวันออก เนื่องจากคนไทยไม่ได้มีสีผิวหรือรูปหน้าแบบเดียวกันทั้งหมด
มายด์ นุชาตา หรือ mindmakeup ช่างแต่งหน้าและอินฟลูเอนเซอร์ด้านความงามชื่อดังบน TikTok เผยว่า กระแสความงามแบบเกาหลีเคยได้รับความนิยม แต่ดูเหมือนว่ามันเริ่มจะถึงจุดสูงสุดแล้ว มาตรฐานความงามกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย มุ่งเน้นความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการดึงความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลออกมา ให้พวกเขามีเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเอง
"ตอนนี้เราอยู่ในยุคทองของความงามไทยแล้ว"
มายด์ กล่าวเสริมว่า ความงามแบบไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ขณะที่ความงามแบบเกาหลีจะดูอ่อนโยนและละเอียดอ่อนกว่า แต่ถ้ามองจากมุมมองของชาวเอเชีย ความงามแบบไทยจะอยู่ตรงกลางระหว่างสองแบบนั้น "เรามีลักษณะใบหน้าแบบเอเชีย โครงสร้างกระดูกของเราแบนกว่าชาวตะวันตก แต่ก็ลึกและคมชัดกว่าชาวเกาหลี นั่นทำให้ความงามแบบไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว"
ทั้งนี้ อีกปัจจัยที่ทำให้เทรนด์ความงามเปลี่ยนแปลงไป คือ ข่าวที่น่ากลัวเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ผิดพลาดของการศัลยกรรมตกแต่ง ทั้งส่วนของใบหน้าและรูปร่าง รวมไปถึงการผ่าตัด การใช้ยา และฟิลเลอร์
ขอบคุณข้อมูลจาก South China Morning Post





