ทลายคาเฟ่ ซุกโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์เถื่อน ส่งขายคลินิกเสริมความงามทั่วประเทศกว่า 50 แห่ง ยึดของกลางมูลค่ากว่า 4 ล้าน

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และยาออนไลน์ พื้นที่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง 67 รายการ รวมกว่า 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4,000,000 บาท
สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก อย. ให้สืบสวนหาแหล่งจำหน่ายยาไม่มีทะเบียนสำหรับฉีดเสริมความงามให้กับคลินิกเสริมความงาม ก่อนทำการสืบสวนจนทราบว่า มีร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ถูกใช้เป็นสถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียน อาทิ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ยาชา วิตามิน ปากกาลดน้ำหนัก ฯลฯ และจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์

ภาพจาก เฟซบุ๊ก FDA Thai
ด้วยเหตุนี้ ในวันที่ 30 เมษายน ตำรวจชุด กก.4 บก.ปคบ. จึงนำหมายศาลเข้าตรวจค้นร้านกาแฟดังกล่าว พร้อมตรวจยึดของกลางได้ ดังนี้
1. เครื่องมือแพทย์กลุ่มฟิลเลอร์ สารเติมเต็ม ทั้งประเภทที่จดทะเบียนถูกต้องแต่จำหน่ายในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต และประเภทที่ไม่มีทะเบียน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Hyaluronic Acid ยี่ห้อต่าง ๆ เช่น Neuramis, Restylane, Juvederm, e.p.t.q. และ Rejuran
2. ยาที่มีทะเบียนตำรับยาและยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน เช่น Botox, Nabota, Aestox, Hutox, Xeomin และ Mounjaro รวมถึงยาชาแบบครีม (Lidocaine) และวิตามินสำหรับฉีดผิว (Cindella, Luthione)
3. อุปกรณ์อื่น ๆ ได้แก่ สติกเกอร์ชื่อร้านสำหรับแปะหน้ากล่องพัสดุ และกล่องพัสดุเตรียมส่งที่บรรจุผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก FDA Thai
รวมตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 ชิ้น, ยาไม่มีทะเบียน จำนวน 249 ชิ้น, เครื่องมือแพทย์มีทะเบียน จำนวน 337 ชิ้น, ยามีทะเบียน จำนวน 133 ชิ้น และอุปกรณ์อื่น ๆ จำนวน 57 ชิ้น รวมจำนวน 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4,000,000 บาท
สืบสวนทราบว่า ผู้จำหน่ายมีการเปิดธุรกิจเสริมความงาม ควบคู่ไปกับร้านกาแฟ โดยใช้ชื่อคลินิกสั่งซื้อยาและเครื่องมือแพทย์ นำมาเก็บไว้ที่ร้านกาแฟเพื่อจำหน่ายออนไลน์ ให้พนักงานที่ร้านทำหน้าที่แพ็กสินค้า จัดส่งผ่านไรเดอร์และขนส่งเอกชน กระจายสินค้าไปยังคลินิกเสริมความงามในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัดกว่า 50 แห่ง ทำมาแล้ว 2 ปี
ทั้งนี้ นับเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 ฐานขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ฐานขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และความผิดตาม พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฐานขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐานขายเครื่องมือแพทย์โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาต ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก FDA Thai
จากนี้ทาง อย.จะประสานเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตที่พบในร้านกาแฟมาตรวจสอบ ว่าผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึดมีของปลอมหรือไม่ เพื่อให้บริษัทฯ แจ้งพนักงานสอบสวนในการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป
ทั้งนี้ อย. ยังฝากเตือนผู้บริโภค ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่สำคัญก่อนการฉีดผลิตภัณฑ์ใด ๆ ควรตรวจสอบการขึ้นทะเบียนทางเว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือ Line: @FDAThai หรือแอปฯ "หมอพร้อม" ทุกครั้ง เพราะการฉีดผลิตภัณฑ์เถื่อนเข้าร่างกาย อาจเสียโฉมหรือเกิดอันตรายจนถึงแก่เสียชีวิตได้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก FDA Thai





