เมื่อเจ้าของ Tesla Cybertruck อยากเทสต์ระบบขับลุยน้ำ เลยจัดลงทะเลสาบไปเลย งานนี้จ๋อย รถพัง ซ้ำโดนจับ แถมคู่มือย้ำชัดเคสนี้ส่อไม่อยู่ในประกัน

กลายเป็นข่าวฮือฮา เมื่อกรมตำรวจเกรปไวน์ ในเมืองเกรปไวน์ รัฐเทกซัส สหรัฐฯ ได้เผยภาพสุดประหลาดหลังเจอรถหรู Tesla Cybertruck จมอยู่กลางทะเลสาบ โดยพบว่าคนขับตั้งใจขับลงไปในน้ำเองเพื่อเทสต์ระบบ Wade Mode หรือ โหมดลุยน้ำ แต่กลับลงเอยในสภาพนี้
โดยเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ถูกเรียกไปยังทะเลสาบเกรปไวน์ ทางตอนเหนือของรัฐเทกซัส เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อให้ไปช่วยดึงรถขึ้นจากทะเลสาบ หลังจากที่คนขับพร้อมคนอื่น ๆ ในรถ จำต้องปีนหนีออกมาจากรถโดยทิ้งรถให้แช่น้ำอยู่กลางทะเลสาบ
จากคู่มือออนไลน์ของเทสล่า ระบุว่า โหมดลุยน้ำของรถรุ่น Cybertruck สามารถขับลุยผ่านแหล่งน้ำต่าง ๆ อย่าง แม่น้ำ หรือลำธาร ได้ที่ระดับความลึก 81.5 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม รถคันนี้เกิดขัดข้องและมีน้ำไหลเข้ามาในรถ เมื่อคนขับจงใจนำรถลงไปในทะเลสาบเพื่อเทสต์ระบบดังกล่าว
![ขับรถลงทะเลสาบ ขับรถลงทะเลสาบ]()

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Grapevine Police Department
ทางตำรวจระบุว่าหลังเกิดเหตุ คนขับถูกจับในข้อหาขับยานพาหนะในเขตปิดของสวนสาธารณะ/ทะเลสาบ และละเมิดกฎความปลอดภัยทางน้ำหลายข้อ พร้อมเตือนไปยังผู้ใช้รถคันอื่น ๆ ว่า แม้รถจะมีความสามารถทางกายภายในการลงน้ำตื้น แต่การกระทำนั้นก็อาจมีความผิดภายใต้กฎหมายของเทกซัส
สำหรับ Tesla Cybertruck เป็นรถกระบะไฟฟ้าที่ผลิตจากวัสดุเป็นเหล็กกันกระสุน ถูกเปิดตัวในปี 2562 ก่อนวางจำหน่ายโดยทั่วไปในปี 2566 โดยมีมูลค่าจำหน่ายถึง 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.2 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม เทสล่ามีระบุไว้ในคู่มือการใช้รถ ว่าเป็นความรับผิดชอบของคนขับเองที่จะประเมินความลึกของน้ำก่อนที่จะขับรถผ่าน พร้อมย้ำว่า "การรับประกันจะไม่ครอบคลุม กรณีความเสียหายหรือเหตุน้ำเข้ารถ Cybertruck อันเป็นผลจากการขับรถในน้ำ" โดยความลึกที่สุดที่จะลุยน้ำได้ อยู่ที่ราว 81.5 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระดับความสูงจากด้านล่างของยาง หากน้ำลึกเกินไป คู่มือแนะนำให้คนขับวกกลับมายังบริเวณที่มีน้ำตื้นกว่า หรือพื้นดินแห้ง ๆ รวมถึงเตือนไม่ให้ขับรถในแหล่งน้ำลึกเกินไปหรือมีน้ำไหลเร็วด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก BBC





