เรื่องราวอุทาหรณ์เตือนใจ คู่รักสายชอบเล่นสยิวใต้น้ำ แพทย์เตือน 4 ข้อสำคัญ เสี่ยงอันตรายต่อร่างกาย ย้ำแม้แต่ถุงยางอนามัยก็ไม่ช่วย
![เซ็กส์ใต้น้ำ เซ็กส์ใต้น้ำ]()
ดร.เฉิน อวี้ซิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะในไต้หวัน ได้นำเคสตัวอย่างนี้มาแชร์บนโซเชียลมีเดีย เผยว่า กิจกรรมเล่นสยิวในน้ำของคู่รักนั้นมีความเสี่ยงหลัก ๆ 4 ประการ ได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรียข้ามสายพันธุ์ เพิ่มความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัยเกิดการผิดพลาด และการบาดเจ็บที่อวัยวะเพศ ซึ่งมักนำไปสู่ความเจ็บปวดที่รุนแรงในส่วนล่างของร่างกาย
"แม้น้ำประปาจะผ่านการกรองแล้ว แต่ก็ยังคงมีแบคทีเรียและจุลินทรีย์อยู่ และการมีเพศสัมพันธ์ในน้ำสามารถทำให้เกิดช่องคลอดอักเสบ หรือติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่าย" ดร.เฉิน กล่าว
ทั้งนี้ ดร.เฉิน ได้อธิบายว่า น้ำไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV, HPV, ซิฟิลิส, หนองใน และคลาไมเดีย (Chlamydia) โรคเหล่านี้สามารถติดต่อได้ผ่านการแลกเปลี่ยนสารคัดหลั่งในร่างกาย หรือการสัมผัสทางผิวหนังและเยื่อบุ
ส่วนถุงยางอนามัยที่วางขายทั่วไป แม้ว่าจะมีสารหล่อลื่นชนิดน้ำ แต่ก็ละลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับน้ำ ทำให้ถุงยางอนามัยแตกได้
จากรายงานของเคสคนไข้หญิงรายหนึ่งพบว่า เธอมีไข้ ปัสสาวะบ่อย และปวดหลัง หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มขณะแช่น้ำพุร้อน เมื่อไปพบแพทย์เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและโรคไตอักเสบเฉียบพลัน หากรักษาล่าช้าอาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แพทย์จึงเตือนว่า "ภายใต้สถานการณ์ปกติ ไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ในน้ำ"
ขณะที่ ดร.เจียง เป่ยชาง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินปัสสาวะและเวชศาสตร์ทางเพศในไต้หวัน ได้กล่าวเสริมเกี่ยวกับกรณีเช่นนี้ว่า การมีเพศสัมพันธ์กลางแจ้งมักถูกมองว่าน่าตื่นเต้นและเร้าใจ "แต่ทะเล สระว่ายน้ำ น้ำพุร้อน หรือลำธาร ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ปลอดเชื้อ และที่สำคัญคือมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากมาย"

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ Hk01 เผยเรื่องราวอุทาหรณ์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะในไต้หวัน หลังจากมีกรณีของคู่รักคู่หนึ่งต้องพากันมาพบแพทย์จากการมีเพศสัมพันธ์ในน้ำ ซึ่งมีหลายคู่รักชื่นชอบกิจกรรมนี้เช่นกัน แต่หารู้ไม่ว่าพฤติกรรมนี้มีความเสี่ยงอย่างที่คาดไม่ถึง และแม้แต่ถุงยางอนามัยก็ไม่สามารถป้องกันได้
ดร.เฉิน อวี้ซิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะในไต้หวัน ได้นำเคสตัวอย่างนี้มาแชร์บนโซเชียลมีเดีย เผยว่า กิจกรรมเล่นสยิวในน้ำของคู่รักนั้นมีความเสี่ยงหลัก ๆ 4 ประการ ได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรียข้ามสายพันธุ์ เพิ่มความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัยเกิดการผิดพลาด และการบาดเจ็บที่อวัยวะเพศ ซึ่งมักนำไปสู่ความเจ็บปวดที่รุนแรงในส่วนล่างของร่างกาย
"แม้น้ำประปาจะผ่านการกรองแล้ว แต่ก็ยังคงมีแบคทีเรียและจุลินทรีย์อยู่ และการมีเพศสัมพันธ์ในน้ำสามารถทำให้เกิดช่องคลอดอักเสบ หรือติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่าย" ดร.เฉิน กล่าว
ทั้งนี้ ดร.เฉิน ได้อธิบายว่า น้ำไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV, HPV, ซิฟิลิส, หนองใน และคลาไมเดีย (Chlamydia) โรคเหล่านี้สามารถติดต่อได้ผ่านการแลกเปลี่ยนสารคัดหลั่งในร่างกาย หรือการสัมผัสทางผิวหนังและเยื่อบุ
ส่วนถุงยางอนามัยที่วางขายทั่วไป แม้ว่าจะมีสารหล่อลื่นชนิดน้ำ แต่ก็ละลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับน้ำ ทำให้ถุงยางอนามัยแตกได้
นอกจากนี้แรงดันน้ำในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์อาจรบกวนการทำงานของถุงยางอนามัย ทำให้ถุงยางหลุดหรือรั่ว ส่งผลให้การคุมกำเนิดล้มเหลว ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากน้ำไม่มีความหนืด จึงจะชะล้างสารหล่อลื่นตามธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นออกไปโดยตรง ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังฉีกขาดได้ง่ายจากแรงเสียดทานสูง
จากรายงานของเคสคนไข้หญิงรายหนึ่งพบว่า เธอมีไข้ ปัสสาวะบ่อย และปวดหลัง หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มขณะแช่น้ำพุร้อน เมื่อไปพบแพทย์เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและโรคไตอักเสบเฉียบพลัน หากรักษาล่าช้าอาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แพทย์จึงเตือนว่า "ภายใต้สถานการณ์ปกติ ไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ในน้ำ"
ขณะที่ ดร.เจียง เป่ยชาง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินปัสสาวะและเวชศาสตร์ทางเพศในไต้หวัน ได้กล่าวเสริมเกี่ยวกับกรณีเช่นนี้ว่า การมีเพศสัมพันธ์กลางแจ้งมักถูกมองว่าน่าตื่นเต้นและเร้าใจ "แต่ทะเล สระว่ายน้ำ น้ำพุร้อน หรือลำธาร ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ปลอดเชื้อ และที่สำคัญคือมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากมาย"
ขอบคุณข้อมูลจาก Hk01





