คนใกล้ชิดเผย แท็กซี่จิตอาสา ถูกมาเฟียป้ายดำรุมทำร้าย ไม่ใช่แค่ผู้เสียชีวิตในข่าว ชี้เคยเป็นทหารผู้เป็นแบบอย่าง แม้ถอดเครื่องแบบแล้ว ยังเลือกทำความดี

ภาพจาก โหนกระแส
จากเหตุการณ์แท็กซี่จิตอาสา ถูกมาเฟียป้ายดำรุมทำร้าย ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ในพื้นที่ สภ.บ่อผุด จ.สุราษฏร์ธานี แต่หลังเกิดเหตุกลับมีตำรวจชี้ว่ามีผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว แต่ต่อมากลับบมีพลเมืองดีเปิดคลิปที่บันทึกไว้ได้ ทำให้เห็นความจริงแบบหนังคนละม้วนนั้น
ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตยังได้เผยในรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ว่า เฟิร์ส ผู้ตายวัย 31 ขับแท็กซี่อยู่สมุย เป็นคนชอบทำงานจิตอาสา เช่นเหมาข้าวกล่องไปแจกคนเร่ร่อน ช่วยเหลือบ้านเด็กกำพร้า มักรวมกลุ่มบิ๊กไบค์ไปทำประโยชน์เพื่อสังคม เพิ่งย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่สมุยได้ 3-4 ปี และมาขับแท็กซี่ส่วนบุคคลและสมัครผ่านแอปฯ เพื่อรับงานเพิ่ม
โดยความขัดแย้งนี้เกิดจาก เฟิร์ส จะไปรับ-สั่งลูกค้าที่เรียกบริการผ่านแอปฯ แต่จุดนั้นมีการจราจรแออัด เฟิร์สต้องเลื่อนรถไปจุดที่เหมาะสม ซึ่งเกิดเป็นพื้นที่ของกลุ่มแท็กซี่ป้ายดำ ทำให้ถูกเจ้าถิ่นตะโกนด่า แม้จะอธิบายว่าไม่ได้วิ่งรถเปล่าเข้ามาในถิ่นคนอื่น แต่คู่กรณีไม่ยอมรับ แม้จะเคยมีผู้ใหญ่เข้ามาช่วยเคลียร์ปัญหา แต่กลับเกิดเรื่องแบบนี้ ซึ่งทางครอบครัวสะเทือนใจมาก เพราะภรรยาของเฟิร์สเพิ่งคลอดได้เพียงเดือนกว่า ลูกยังไม่มีโอกาสเรียกคำว่าพ่อ ก็ต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป

ภาพจาก โหนกระแส
ล่าสุด ( 27 พฤษภาคม 2569) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาเล่าเรื่องภูมิหลังของคนขับแท็กซี่ผู้เสียชีวิต โดยระบุว่าน้องชายของตนไม่ใช่เพียง "ผู้เสียชีวิตในข่าว" แต่ยังเคยเป็นทหาร และเป็นแบบอย่างให้น้อง ๆ หลายคน ทั้งเรื่องระเบียบวินัย ความเสียสละ และการใช้ชีวิต แม้วันที่ถอดเครื่องแบบออก เขาก็ยังเลือกจะทำความดี
น้องไม่ได้ขับแท็กซี่เพื่อหาเลี้ยงชีพเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีจิตอาสา คอยรับ-ส่งผู้ป่วย ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นคนที่พร้อมช่วยเหลือคนอื่นเสมอ
![แท็กซี่จิตอาสา ถูกมาเฟียป้ายดำรุมทำร้าย แท็กซี่จิตอาสา ถูกมาเฟียป้ายดำรุมทำร้าย]()

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Bronco Tactical Club
ทั้งนี้ ตนไม่ได้หวังสร้างกระแส แต่ต้องการความจริง และความเป็นธรรมให้ผู้เสียชีวิต โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา และให้ความยุติธรรมกับผู้เสียชีวิตอย่างที่สุด พร้อมย้ำว่าน้องชายคนนี้ "เขาเคยรับใช้ชาติ และจนวันสุดท้าย เขายังคงรับใช้ผู้คน"

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Bronco Tactical Club

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Bronco Tactical Club





