น้าแจ่ม AZC เตือนภัย ลูกน้องดับหลังซื้อยาฆ่าหญ้าออนไลน์ วางทิ้งไว้ในรถจนกลิ่นฟุ้ง แม้ไม่ได้เปิดขวด ผลชันสูตรชี้หัวใจล้มเหลว เพจหมอชี้สารเคมีไม่ได้น่ากลัวแค่ตอนเปิดใช้ ย้ำอย่าวางสารเคมีไว้ในห้องโดยสาร
![ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าหญ้า]()
หลังจากเพื่อนมาถึงในประมาณ 15 นาที พบว่ามีน้ำลายฟูมปากแล้ว ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยสันนิษฐานว่าเกิดจากการสูดดมกลิ่นสารเคมีที่ระเหยออกมา นำมาสู่การตั้งคำถามว่าปล่อยให้มีการวางขายสินค้าอันตรายเช่นนี้ได้อย่างไรโดยไม่มีการควบคุม แถมสลากก็เป็นภาษาจีนล้วนด้วย
![ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าหญ้า]()
ทั้งนี้ ทางเพจ หมอเวร ยังโพสต์ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าในเรื่องนี้มีจุดที่อยากชวนคุย เพราะมันไม่ใช่แค่คำถามว่า "ยาขวดนี้คืออะไร" แต่มันคือเรื่องที่หลายบ้านอาจทำอยู่โดยไม่รู้ตัว คือการซื้อสารเคมีแรง ๆ จากออนไลน์ ฉลากก็อ่านไม่ออก ไม่รู้ว่าขึ้นทะเบียนถูกต้องไหม ไม่รู้ว่าสารข้างในตรงกับฉลากหรือเปล่า แล้วเผลอเอาไปวางไว้ในรถเหมือนเป็นของใช้ทั่วไป
![ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าหญ้า]()
- ขวดรั่วไหม
- ซีลแน่นจริงไหม
- สารข้างในตรงกับฉลากหรือเปล่า
- มีสารอื่นผสมอยู่ด้วยหรือไม่
- ตัวทำละลายคืออะไร
- ความเข้มข้นตรงตามที่ระบุไหม
- รถร้อนแค่ไหน
- อากาศในรถถ่ายเทหรือเปล่า
- ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหรือภาวะแพ้สารเคมีอะไรอยู่ก่อนหรือไม่
ทั้งหมดนี้ต้องรอผลตรวจทางการแพทย์และพิษวิทยายืนยันอีกที
รวมถึงตัวสารที่คาดว่าอยู่บนฉลากนี้ ถ้าพูดเฉพาะชื่อสารกลุ่ม MCPA ก็ไม่ได้หมายความว่า "เป็นสารต้องห้ามในไทย" โดยตัวมันเอง แบบที่ห้ามขายห้ามใช้เด็ดขาดเหมือนสารบางกลุ่ม ประเด็นจึงไม่ใช่แค่ "สารนี้ชื่ออะไร" แต่ "ของที่ซื้อมาถูกต้องตามระบบหรือเปล่า"
สารเคมีเกษตรที่ขายในไทยอย่างถูกต้อง ควรมีข้อมูลที่ผู้ใช้ในไทยอ่านรู้เรื่อง มีฉลากไทย มีชื่อสารสำคัญ มีความเข้มข้น วิธีใช้ วิธีเก็บรักษา วิธีปฐมพยาบาล คำเตือน เลขทะเบียน หรือข้อมูลผู้นำเข้า/ผู้จำหน่ายที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ขวดจีนล้วนที่คนซื้ออ่านไม่ออก แล้วต้องใช้วิธีเดาจากรูปหญ้าบนฉลากว่า "อ๋อ น่าจะเอาไว้ฆ่าหญ้า"
สารเคมีพวกนี้มีหลายทางที่เข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งกินเข้าไป สัมผัสผิวหนัง กระเด็นเข้าตา หรือสูดดมเข้าไป บางตัวทำให้แค่ระคายเคือง บางตัวทำให้เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจลำบาก บางตัวกระทบระบบประสาท และบางตัวอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะถ้าได้รับในปริมาณมาก หรืออยู่ในพื้นที่ปิด
แล้วรถยนต์นี่แหละคือพื้นที่ปิดชั้นดี ยิ่งถ้าขวดรั่วนิดเดียว ฝาไม่สนิท ซีลไม่ดี หรือสารมีตัวทำละลายระเหยง่ายอยู่ด้วย จากเหม็นนิดหน่อยอาจกลายเป็นหายใจไม่ออกได้เร็วกว่าที่คิด
และเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ยาฆ่าหญ้า ของในบ้านหลายอย่าง ถ้าใช้ผิดวิธี หรือสูดดมในที่ปิด ก็อันตรายได้เหมือนกัน เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฟอกขาวหรือไฮเตอร์ สเปรย์กำจัดแมลง ทินเนอร์ น้ำมันเบนซิน น้ำยาล้างเล็บ สเปรย์พ่นสี กาวบางชนิด หรือสารทำความสะอาดที่มีกลิ่นฉุนแรง ๆ
ของพวกนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่าเรา แต่ถ้าใช้ผิดที่ ผิดวิธี ผสมมั่ว หรือใช้ในห้องปิด มันก็เล่นงานเราได้เหมือนกัน ตัวอย่างคลาสสิกที่พูดกันบ่อยมากคือ "ห้ามเอาน้ำยาล้างห้องน้ำไปผสมกับไฮเตอร์" ที่เมื่อเอามาผสมกันอาจเกิดก๊าซคลอรีน ซึ่งเป็นก๊าซพิษ มีกลิ่นฉุน ระคายเคืองตา จมูก คอ และปอด ถ้าโดนเยอะ ๆ อาจไอรุนแรง แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย น้ำท่วมปอด ระบบหายใจล้มเหลว และอันตรายถึงชีวิตได้
ทั้งนี้ ถ้าจำเป็นต้องซื้อหรือขนย้ายสารเคมีเกษตร สิ่งที่ควรทำคือ
- เลือกซื้อจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ อย่าซื้อขวดที่ฉลากอ่านไม่ออกหรือไม่มีข้อมูลชัดเจน
- อย่าวางสารเคมีไว้ในห้องโดยสาร
- ถ้าต้องขน ควรวางในพื้นที่แยกจากคน เช่น ท้ายรถหรือท้ายกระบะ
- อย่าทิ้งไว้ในรถนาน โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน
- ถ้าอยู่ดี ๆ มีกลิ่นสารเคมีฉุนในรถหรือในบ้าน ห้ามฝืนขับต่อ
ถ้าแค่ได้กลิ่นฉุน ให้รีบออกจากพื้นที่ก่อน ไปอยู่ในที่อากาศถ่ายเท เปิดประตู-หน้าต่างถ้าทำได้โดยไม่เสี่ยง แต่ถ้าเริ่มแสบตา แสบจมูก ไอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เวียนหัว คลื่นไส้ สับสน หรือหมดสติ อันนี้ไม่ต้องรอดูอาการ โทร. 1669 ได้เลย และถ้าเป็นเรื่องสารพิษ โทร. ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี 1367 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จากกรณีที่ น้าแจ่ม AZC อินฟลูเอนเซอร์สายแต่งรถ ออกมาโพสต์เตือนภัยผ่านเฟซบุ๊ก Paris Sittisarn เล่าเคสลูกน้องคนสนิทที่เสียชีวิต หลังซื้อยาฆ่าหญ้าจากช่องทางออนไลน์ แล้วนำมาวางทิ้งไว้ในรถในสภาพที่ยังไม่ได้แกะซีลหรือแกะห่อ แต่ระหว่างขับรถกลับบ้าน กลิ่นสารเคมีกลับฟุ้งทั่วรถทำให้หายใจไม่ออก ต้องโทร. เรียกเพื่อนมาช่วย
หลังจากเพื่อนมาถึงในประมาณ 15 นาที พบว่ามีน้ำลายฟูมปากแล้ว ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยสันนิษฐานว่าเกิดจากการสูดดมกลิ่นสารเคมีที่ระเหยออกมา นำมาสู่การตั้งคำถามว่าปล่อยให้มีการวางขายสินค้าอันตรายเช่นนี้ได้อย่างไรโดยไม่มีการควบคุม แถมสลากก็เป็นภาษาจีนล้วนด้วย

ต่อมา (1 มิถุนายน 2569) น้าแจ่ม AZC ได้เผยผลชันสูตรเบื้องต้นในกรณีนี้ ซึ่งผลปรากฏว่าผู้ตายหัวใจล้มเหลว ส่วนผลตรวจละเอียดต้องรออีก 3 วัน อย่างไรก็ตาม พวกตนพยายามนำขวดยาฆ่าหญ้าดังกล่าวไปให้ตำรวจตามเรื่อง แต่กลับถูกถามกลับว่า ผู้ตายกินเข้าไปเองหรือไม่ ทั้งที่ขวดไม่ได้เปิด ห่อยังไม่ได้ฉีกใด ๆ
ทั้งนี้ ทางเพจ หมอเวร ยังโพสต์ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าในเรื่องนี้มีจุดที่อยากชวนคุย เพราะมันไม่ใช่แค่คำถามว่า "ยาขวดนี้คืออะไร" แต่มันคือเรื่องที่หลายบ้านอาจทำอยู่โดยไม่รู้ตัว คือการซื้อสารเคมีแรง ๆ จากออนไลน์ ฉลากก็อ่านไม่ออก ไม่รู้ว่าขึ้นทะเบียนถูกต้องไหม ไม่รู้ว่าสารข้างในตรงกับฉลากหรือเปล่า แล้วเผลอเอาไปวางไว้ในรถเหมือนเป็นของใช้ทั่วไป

จากรูปฉลากที่เห็น คำภาษาจีนบนขวดมีคำว่า "2甲4氯钠盐" ซึ่งถ้าแปลตามชื่อสาร น่าจะอยู่ในกลุ่ม MCPA sodium salt เป็นสารกำจัดวัชพืชชนิดหนึ่ง ใช้ฆ่าหญ้าหรือวัชพืชใบกว้างในงานเกษตร
แต่จากรูปอย่างเดียว เรายังไม่ควรฟันธงว่าผู้เสียชีวิต "เสียชีวิตจากสาร MCPA แน่นอน" หรือเสียชีวิตจาก "พิษปกติของสารตัวนี้" เพราะในเคสจริงยังมีคำถามอีกเยอะมาก เช่น
- ขวดรั่วไหม
- ซีลแน่นจริงไหม
- สารข้างในตรงกับฉลากหรือเปล่า
- มีสารอื่นผสมอยู่ด้วยหรือไม่
- ตัวทำละลายคืออะไร
- ความเข้มข้นตรงตามที่ระบุไหม
- รถร้อนแค่ไหน
- อากาศในรถถ่ายเทหรือเปล่า
- ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหรือภาวะแพ้สารเคมีอะไรอยู่ก่อนหรือไม่
ทั้งหมดนี้ต้องรอผลตรวจทางการแพทย์และพิษวิทยายืนยันอีกที
รวมถึงตัวสารที่คาดว่าอยู่บนฉลากนี้ ถ้าพูดเฉพาะชื่อสารกลุ่ม MCPA ก็ไม่ได้หมายความว่า "เป็นสารต้องห้ามในไทย" โดยตัวมันเอง แบบที่ห้ามขายห้ามใช้เด็ดขาดเหมือนสารบางกลุ่ม ประเด็นจึงไม่ใช่แค่ "สารนี้ชื่ออะไร" แต่ "ของที่ซื้อมาถูกต้องตามระบบหรือเปล่า"
สารเคมีเกษตรที่ขายในไทยอย่างถูกต้อง ควรมีข้อมูลที่ผู้ใช้ในไทยอ่านรู้เรื่อง มีฉลากไทย มีชื่อสารสำคัญ มีความเข้มข้น วิธีใช้ วิธีเก็บรักษา วิธีปฐมพยาบาล คำเตือน เลขทะเบียน หรือข้อมูลผู้นำเข้า/ผู้จำหน่ายที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ขวดจีนล้วนที่คนซื้ออ่านไม่ออก แล้วต้องใช้วิธีเดาจากรูปหญ้าบนฉลากว่า "อ๋อ น่าจะเอาไว้ฆ่าหญ้า"
สารเคมีพวกนี้มีหลายทางที่เข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งกินเข้าไป สัมผัสผิวหนัง กระเด็นเข้าตา หรือสูดดมเข้าไป บางตัวทำให้แค่ระคายเคือง บางตัวทำให้เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจลำบาก บางตัวกระทบระบบประสาท และบางตัวอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะถ้าได้รับในปริมาณมาก หรืออยู่ในพื้นที่ปิด
แล้วรถยนต์นี่แหละคือพื้นที่ปิดชั้นดี ยิ่งถ้าขวดรั่วนิดเดียว ฝาไม่สนิท ซีลไม่ดี หรือสารมีตัวทำละลายระเหยง่ายอยู่ด้วย จากเหม็นนิดหน่อยอาจกลายเป็นหายใจไม่ออกได้เร็วกว่าที่คิด
และเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ยาฆ่าหญ้า ของในบ้านหลายอย่าง ถ้าใช้ผิดวิธี หรือสูดดมในที่ปิด ก็อันตรายได้เหมือนกัน เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฟอกขาวหรือไฮเตอร์ สเปรย์กำจัดแมลง ทินเนอร์ น้ำมันเบนซิน น้ำยาล้างเล็บ สเปรย์พ่นสี กาวบางชนิด หรือสารทำความสะอาดที่มีกลิ่นฉุนแรง ๆ
ของพวกนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่าเรา แต่ถ้าใช้ผิดที่ ผิดวิธี ผสมมั่ว หรือใช้ในห้องปิด มันก็เล่นงานเราได้เหมือนกัน ตัวอย่างคลาสสิกที่พูดกันบ่อยมากคือ "ห้ามเอาน้ำยาล้างห้องน้ำไปผสมกับไฮเตอร์" ที่เมื่อเอามาผสมกันอาจเกิดก๊าซคลอรีน ซึ่งเป็นก๊าซพิษ มีกลิ่นฉุน ระคายเคืองตา จมูก คอ และปอด ถ้าโดนเยอะ ๆ อาจไอรุนแรง แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย น้ำท่วมปอด ระบบหายใจล้มเหลว และอันตรายถึงชีวิตได้
ทั้งนี้ ถ้าจำเป็นต้องซื้อหรือขนย้ายสารเคมีเกษตร สิ่งที่ควรทำคือ
- เลือกซื้อจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ อย่าซื้อขวดที่ฉลากอ่านไม่ออกหรือไม่มีข้อมูลชัดเจน
- อย่าวางสารเคมีไว้ในห้องโดยสาร
- ถ้าต้องขน ควรวางในพื้นที่แยกจากคน เช่น ท้ายรถหรือท้ายกระบะ
- อย่าทิ้งไว้ในรถนาน โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน
- ถ้าอยู่ดี ๆ มีกลิ่นสารเคมีฉุนในรถหรือในบ้าน ห้ามฝืนขับต่อ
ถ้าแค่ได้กลิ่นฉุน ให้รีบออกจากพื้นที่ก่อน ไปอยู่ในที่อากาศถ่ายเท เปิดประตู-หน้าต่างถ้าทำได้โดยไม่เสี่ยง แต่ถ้าเริ่มแสบตา แสบจมูก ไอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เวียนหัว คลื่นไส้ สับสน หรือหมดสติ อันนี้ไม่ต้องรอดูอาการ โทร. 1669 ได้เลย และถ้าเป็นเรื่องสารพิษ โทร. ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี 1367 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สรุปสั้น ๆ คือสารเคมีไม่ได้น่ากลัวแค่ตอนเปิดใช้ บางครั้งแค่ซื้อผิดแหล่ง เก็บผิดที่ ขนผิดวิธี หรืออ่านฉลากไม่ออก ก็อันตรายได้มากกว่าที่คิดแล้ว ของบางอย่างถูกกว่าร้านปกติไม่กี่สิบบาท แต่ถ้ามันไม่มีฉลากที่เราอ่านรู้เรื่อง ไม่มีคำเตือนที่เราเข้าใจ ไม่มีทางรู้ว่าข้างในมีอะไรจริง ๆ และไม่มีข้อมูลพอให้หมอช่วยทันตอนเกิดเหตุ ส่วนต่างที่ประหยัดได้อาจไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่ายเลยจริง ๆ





