พบชิ้นส่วนร่างหญิงถูกชำแหละซุกในกล่องพลาสติกภายในอพาร์ตเมนต์ย่านราชปรารภ ยังหาส่วนศีรษะยังไม่เจอ ะตำรวจเร่งติดตามตัวสามีผู้ต้องสงสัย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Chonyuen Wisutthipat
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน เวลาประมาณ 03.30 น. ตำรวจ สน.ดินแดง รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยและมีกลิ่นเหม็นรุนแรงภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยราชปรารภ 14 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ภายในห้องพักพบร่องรอยการต่อสู้และการรื้อค้น ขณะที่บริเวณระเบียงหลังห้องพบกล่องพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ปิดฝาไว้ เมื่อเปิดตรวจสอบพบชิ้นส่วนร่างกายของหญิงรายหนึ่งถูกฆาตกรรมและชำแหละแยกส่วนบรรจุอยู่ภายในกล่อง สภาพศพถูกตัดศีรษะ แขนทั้งสองข้าง และขาทั้งสองข้างบางส่วน รวมถึงมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าชิ้นส่วนร่างกายของผู้เสียชีวิตยังไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะส่วนศีรษะและอวัยวะสำคัญบางส่วนที่ยังไม่พบ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกระจายกำลังค้นหาเพิ่มเติมในพื้นที่โดยรอบ พร้อมทั้งเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งลายนิ้วมือแฝง ดีเอ็นเอ และหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้เสียชีวิตอาจเป็น น.ส. AYE AYE NWE อายุ 34 ปี ชาวเมียนมา เจ้าของห้องพักและพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านคลองเตย ซึ่งก่อนหน้านี้ญาติได้แจ้งความคนหายไว้ เนื่องจากไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนพบศพ ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ดินแดง เพื่อขอให้ช่วยติดตามตัวหญิงรายดังกล่าว ก่อนจะพาเจ้าหน้าที่ไปยังห้องพัก เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบกลิ่นคล้ายศพและร่องรอยผิดปกติภายในห้อง จนนำไปสู่การค้นพบกล่องพลาสติกที่ซุกซ่อนชิ้นส่วนร่างกายของผู้เสียชีวิตไว้บริเวณระเบียง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในอาคาร พบชายต้องสงสัยซึ่งเป็นสามีของผู้เสียชีวิต ลากกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ออกจากอพาร์ตเมนต์หลังช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยบุคคลดังกล่าวคือ นาย AUNG PYAE ชาวเมียนมา ทำงานเป็นกุ๊กอยู่ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านเพชรบุรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุของคดีอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาความหึงหวง อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และติดตามตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก





