อดีต CEO ชีวิตพลิกผัน สู่วันที่ไม่มีแม้เงินกินข้าว ได้คำพูดอดีตพนักงานสร้างแรงบันดาลใจ ฮึดมาทำอาชีพไรเดอร์ สู้ชีวิต
![ซีอีโอสู่ไรเดอร์ ซีอีโอสู่ไรเดอร์]()
![ซีอีโอสู่ไรเดอร์ ซีอีโอสู่ไรเดอร์]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Oda Malaysia
แม้จะไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย แต่ธุรกิจที่เขาทำมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ก็นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และเคยทำกำไรได้ถึง 6 ล้านริงกิต (ราว 49 ล้านบาท) แต่จุดพลิกผันมาถึงเมื่อมีบุคคลหนึ่งในบริษัทแอบขายที่อยู่ IP ให้กับคู่แข่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ทำให้ธุรกิจของเขาเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 เป็นต้นมา
สถานการณ์ดิ่งลงเหวเรื่อย ๆ จนบริษัทใกล้ล้มละลาย ท้ายที่สุดเขาก็ต้องขายทรัพย์สินส่วนตัวมาจ่ายค่าแรงพนักงาน
![ซีอีโอสู่ไรเดอร์ ซีอีโอสู่ไรเดอร์]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Oda Malaysia
นอกจากนี้เขายังสังเกตเห็นว่าคนรอบข้างเขาเริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งอาเรียคิดว่าคนเหล่านั้นคงกลัวว่าเขาจะไปขอยืมเงิน
"มันเจ็บปวดนะ เพราะตอนที่ผมไปได้สวย ผมก็เคยช่วยเหลือพวกเขา" อาเรีย กล่าว
![ซีอีโอสู่ไรเดอร์ ซีอีโอสู่ไรเดอร์]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Indera Aria Wee
เรื่องดังกล่าวทำให้เขามีความหวังที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง และตัดสินใจมาทำอาชีพไรเดอร์ส่งอาหาร พร้อม ๆ กับรับจ้างซื้อของ โดยได้รับค่าบริการระหว่าง 5-10 ริงกิต (ราว 40-80 บาท)
![ซีอีโอสู่ไรเดอร์ ซีอีโอสู่ไรเดอร์]()
"ผมเจอคนที่ต้องการความช่วยเหลือเกือบทุกคืนครับ และเมื่อได้เจอกับครอบครัวที่ไม่มีอะไรกินมา 2 สัปดาห์ แม้ผมเองก็ไม่ได้มีเงินเท่าไหร่ แต่ผมก็พยายามจะช่วยเท่าที่จะช่วยได้" อาเรีย กล่าว
เขามองว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นเหมือนบททดสอบและประสบการณ์ในการเรียนรู้ ซึ่งเขายังคงตั้งมั่นที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หวังที่จะสร้างโอกาสในการทำงาน เพื่อที่ตัวเองจะได้ช่วยเหลือคนอื่น ๆ ให้มากขึ้น

ชีวิตมีขึ้นมีลงได้เสมอ และชายคนหนึ่งก็ได้เผชิญบททดสอบครั้งสำคัญ เมื่อชีวิตพลิกผันจากซีอีโอบริษัทใหญ่ที่เคยทำกำไรได้กว่า 49 ล้านบาท กลายมาเป็นคนยากไร้ที่ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าว แต่เขายังคงไม่ท้อและกลับขึ้นมายืนหยัดอีกครั้ง ด้วยคำพูดของอดีตพนักงานที่จำไม่รู้ลืม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Oda Malaysia
เรื่องราวของ อินเดรา อาเรีย วี จีนี ชาวมาเลเซีย วัย 40 ปี ได้รับการบอกเล่าผ่านเว็บไซต์มาเธอร์ชิป เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 โดยย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ เขาเคยมีตำแหน่งเป็นถึงซีอีโอของบริษัทฟู้ดเดลิเวอรี่ขนาดใหญ่ ที่มีไรเดอร์ในสังกัดถึง 3,000 คน ให้บริการใน 3 เมืองใหญ่ของมาเลเซีย
แม้จะไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย แต่ธุรกิจที่เขาทำมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ก็นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และเคยทำกำไรได้ถึง 6 ล้านริงกิต (ราว 49 ล้านบาท) แต่จุดพลิกผันมาถึงเมื่อมีบุคคลหนึ่งในบริษัทแอบขายที่อยู่ IP ให้กับคู่แข่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ทำให้ธุรกิจของเขาเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 เป็นต้นมา
สถานการณ์ดิ่งลงเหวเรื่อย ๆ จนบริษัทใกล้ล้มละลาย ท้ายที่สุดเขาก็ต้องขายทรัพย์สินส่วนตัวมาจ่ายค่าแรงพนักงาน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Oda Malaysia
อาเรีย ซึ่งเป็นคุณพ่อลูกสอง ยอมรับว่าชีวิตของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อธุรกิจล่มลง เขาไม่มีแม้เงินจะกินข้าว แถมยังต้องไปคุ้ยหาเศษเหรียญมาเพื่อซื้ออาหาร จากเดิมที่เคยนั่งรถก็ต้องเดินเป็นระยะทางไกล ๆ เพราะไม่มีรถให้ใช้อีกต่อไป
นอกจากนี้เขายังสังเกตเห็นว่าคนรอบข้างเขาเริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งอาเรียคิดว่าคนเหล่านั้นคงกลัวว่าเขาจะไปขอยืมเงิน
"มันเจ็บปวดนะ เพราะตอนที่ผมไปได้สวย ผมก็เคยช่วยเหลือพวกเขา" อาเรีย กล่าว

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Indera Aria Wee
อย่างไรก็ตาม อาเรียกลับมาได้แรงบันดาลใจอีกครั้ง เมื่อนึกถึงคำพูดของอดีตพนักงาน ซึ่งเคยเป็นไรเดอร์ส่งอาหารในบริษัทมาก่อน โดยอดีตพนักงานคนนั้นเล่าให้เขาฟังว่า แม้ตัวเองจะหาเงินได้ประมาณ 20 ริงกิต (ราว 160 บาท) แต่ก็มีความสุขมาก ๆ เพราะทำให้สามารถซื้ออาหารให้ลูก ๆ กินได้
เรื่องดังกล่าวทำให้เขามีความหวังที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง และตัดสินใจมาทำอาชีพไรเดอร์ส่งอาหาร พร้อม ๆ กับรับจ้างซื้อของ โดยได้รับค่าบริการระหว่าง 5-10 ริงกิต (ราว 40-80 บาท)

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Indera Aria Wee
แม้รายได้จะน้อยกว่าเดิม และเขาไม่ใช่นักธุรกิจที่ร่ำรวยอีกแล้ว แต่อาเรียยังคงช่วยเหลือคนอื่น ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยคนที่รถแบตเตอรี่หมด ยางแบน ที่พบเจอได้ประจำตามข้างทาง
"ผมเจอคนที่ต้องการความช่วยเหลือเกือบทุกคืนครับ และเมื่อได้เจอกับครอบครัวที่ไม่มีอะไรกินมา 2 สัปดาห์ แม้ผมเองก็ไม่ได้มีเงินเท่าไหร่ แต่ผมก็พยายามจะช่วยเท่าที่จะช่วยได้" อาเรีย กล่าว
เขามองว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นเหมือนบททดสอบและประสบการณ์ในการเรียนรู้ ซึ่งเขายังคงตั้งมั่นที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หวังที่จะสร้างโอกาสในการทำงาน เพื่อที่ตัวเองจะได้ช่วยเหลือคนอื่น ๆ ให้มากขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Mothership






