ตูน ปรินดา - ไก่ ภาษิต เล่ามุมอดีตแอร์ฯ - สจวร์ด เคยรับหิ้วไหม เขาทำกันยังไง บอกเลยว่าสมัย 20 ปีก่อน มีแบกกันหลังแอ่น

การรับหิ้วของในหมู่แอร์โฮสเตส - สจวร์ด ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคม หลังมีกรณีแอร์โฮสเตสการบินไทย ถูกจับกุมที่ออสเตรเลีย เหตุพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าที่เจ้าตัวรับหิ้วข้ามประเทศ แลกค่าจ้าง 8,800 บาท
ล่าสุด (30 มิถุนายน 2569) ไก่ ภาษิต และ ตูน ปรินดา สองผู้ประกาศข่าวดังซึ่งเป็นอดีตลูกเรือการบินไทย ได้ออกมาพูดถึงเรื่อง "การรับหิ้ว" ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 โดย ระบุว่า การรับหิ้วจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
- มีคนติดต่อมาให้หิ้วอะไรก็ไม่รู้ไปส่งที่ปลายทาง ลักษณะเดียวกับแอร์โฮสเตสที่เป็นข่าวถูกจับ
- ตัวแอร์โฮสเตสเป็นคนซื้อของมาเอง ส่วนใหญ่จะเป็นของมีราคา เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกา หรือเครื่องสำอาง จากนั้นก็นำมาขายต่อโดยบวกเงินส่วนต่าง เป็นค่าหิ้ว
ซึ่งแบบที่ 2 นี้มีคนทำเยอะมาก แต่สำหรับแบบแรกนั้น ตูน ปรินดา ในฐานะอดีตแอร์โฮสเตสการบินไทย ยังไม่เคยเห็น และในกลุ่มเพื่อนที่รู้จักก็ไม่มีใครทำ ไม่เคยได้ยินว่ามีกลุ่มรับหิ้วอะไร

ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
หลังมีข่าวเธอก็โทร. ไปถามเพื่อนแอร์โฮสเตสที่รู้จักกันเมื่อ 18 ปีก่อน และยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ได้รับคำยืนยันว่าไม่เคยเห็นว่ามีใครรับหิ้วแบบนี้ ไม่เคยเห็นกลุ่มไลน์รับหิ้วของแบบแรกเช่นกัน รวมถึงในบรรดาแวดวงคนรอบตัวที่เพื่อนรู้จัก ก็ไม่มีใครรับหิ้วอะไรแบบนี้
อีกทั้งในการรับลูกเรือของการบินไทย จะมีการให้เข้าคอร์สอบรมอยู่หลายเดือน ซึ่งครูทุกคนที่มาสอนจะสอนกันชนิดปากเปียกปากแฉะ ว่าห้ามไปรับของใครเด็ดขาด ฉะนั้นฟันธงได้เรื่องหนึ่งเลยว่า น้องแอร์มีนาที่ถูกจับ รู้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้ทำไม่ได้ แต่น้องจะรู้ว่าเป็นของอะไรไหม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ตูน ปรินดา เผยว่า โดยส่วนตัวเธอไม่รับหิ้วของ ไม่ว่าจะแบบใดก็ตาม เคยมีคนมาจ้างให้เธอหิ้วของอยู่ เป็นนาฬิการาคาแพง แต่สาเหตุที่เธอไม่รับหิ้วก็เพราะ "กลัวทำของเขาพัง"
![ตูน ปรินดา ตูน ปรินดา]()

ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
อย่างไรก็ตาม ขอให้สังเกตว่าส่วนใหญ่ของที่คนจ้างหิ้วจะเป็นของราคาแพง มันถึงมีส่วนต่างที่มาจ่ายค่าหิ้วแพง ๆ ได้ ในกรณีน้องแอร์ฯ มีนา เป็นกระเป๋าผ้า 12 ใบ ค่าจ้างหิ้ว 8,800 บาท มันก็แตกต่างจากที่เธอเคยได้ยินมาว่าเขาจะรับหิ้วของแพง ๆ ก็เป็นประเด็นที่ชวนตั้งข้อสังเกตเช่นกัน
ด้าน ไก่ ภาษิต อดีตสจวร์ดการบินไทย เล่าว่าตั้งแต่สมัย 20 ปีที่แล้ว การจะมีคนเอาของมาฝากให้เรานำขึ้นเครื่องไป มันเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่เขายอมรับว่าตัวเองก็เคยหิ้วของเหมือนกัน โดยจะเป็นการหิ้วแบบที่ 2 คือไปซื้อสินค้ามา เช่น สบู่ หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มา

ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
ไก่ ภาษิต เล่าว่า ตอนนั้นกระเป๋าตนก็ว่าง ผู้ชายมีเสื้อผ้าน้อย จะปล่อยกระเป๋าว่างทำไม จึงไปหิ้วผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มา แต่เป็นการที่เราต้องไปซื้อเอง ไปร้านนู้นร้านนี้ตามออร์เดอร์ แล้วก็ช่วยกันแพ็ก ยัดใส่กระเป๋าแล้วก็แบกกันกลับมา มีผู้สมรู้ร่วมคิดกันเต็มไปหมด เมื่อกลับมาถึงไทยก็นัดกันไปหลังการบินไทย แจกจ่ายว่าใครออร์เดอร์อะไรกันมา เพราะฉะนั้นเวลาได้ยินว่าแอร์โฮสเตส-สจวร์ดหิ้วของ คือหิ้วกันแบบนี้

ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้

ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเด่นเย็นนี้






