หนุ่มชีวิตพลิกใน 1 ปี จากหนุ่ม ป.โท ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT กลายมาเป็นไรเดอร์ จ่อรับจ็อบ รปภ. เตือนใจคนอื่น ๆ อย่าวู่วาม เผยแล้วพลาดตรงไหน

ในยุคที่การหางานกลายมาเป็นเรื่องยาก บางครั้งชีวิตก็บีบให้เราจำเป็นต้องเลือกเส้นทางต่างออกไปจากที่ตั้งใจไว้ ดังเช่นไรเดอร์หนุ่มชาวฮ่องกงรายหนึ่ง ที่ต้องทำงานส่งอาหารไปพร้อม ๆ กับลงสมัครอบรมงาน รปภ. เพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ แม้ว่าจริง ๆ ตัวเองจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ที่มีประสบการณ์การทำงาน 10 ปี รวมถึงมีวุฒิ ป.โท จากมหาวิทยาลัยดังก็ตาม
โดยเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์ MS News รายงานว่า ชายคนดังกล่าวออกมาเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่าน Threads เมื่อปลายเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา พร้อมโชว์ใบรับรองวุฒิ ป.โท ด้านวิทยาศาตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งเขาบอกว่าเป็นเพียงแค่แผ่นกระดาษที่แทบไม่มีประโยชน์อะไร
"กระดาษแผ่นนี้จริง ๆ แล้วแทบจะใช้อะไรไม่ได้เลย ผมก็แค่เก็บเอาไว้เป็นความสำเร็จในชีวิตแล้วกัน" ชายหนุ่มระบุ
เจ้าของโพสต์เล่าว่า เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานเป็นนักพัฒนาระบบมาราว 10 ปี ตำแหน่งสุดท้ายที่ทำคือสถาปนิกด้านโซลูชั่น อย่างไรก็ตาม เขาตัดสินใจลาออกโดยไม่มีงานใหม่รองรับ เพราะเขาไม่สามารถรับมือจากความกดดันสูงในการทำงาน รวมถึงอ้างว่าถูกเจ้านายกับเพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้งด้วย
ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่ว่างงาน เขายอมรับว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว เขาสามารถนอนตื่นสายและใช้เวลาอิสระได้ดังที่ใจต้องการ แต่แล้วช่วงเวลาพักนี้กลับเปลี่ยนมาเป็นความเครียด หลังจากที่เขาร่อนเรซูเม่เพื่อสมัครงานไปกว่า 100 แห่ง แต่ไม่ได้รับการตอบรับเลยสักที
เขาเล่าว่า แต่ละวันของเขาหมดไปกับการรีเฟรชเว็บไซต์หางาน และจ้องโทรศัพท์เพื่อรอสายเรียกเข้า
ความไม่แน่นอนที่ต้องเผชิญ ทำให้เขายอมรับว่า "เอาจริง ๆ ผมยอมกลับไปทำงานในที่ทำงานท็อกซิกนั่น ดีกว่าต้องใช้ชีวิตแบบไม่ได้ทำอะไรเลยในแต่ละวัน โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นยังไง"
สุดท้ายหลังตกงานมานาน 11 เดือน เขาก็ถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางอาชีพใหม่ โดยชายคนนี้ตัดสินใจสมัครเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร และลงคอร์สอบรมการเป็น รปภ. นอกจากนี้เขายังตั้งใจว่าจะหางานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในอุตสาหกรรมก่อสร้างด้วย
เขาอ้างว่าไรเดอร์ที่ขยัน จะสามารถทำรายได้มากถึงเดือนละ 50,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 212,000 บาท) แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าตัวเขาทำได้มากแค่ไหน
ในส่วนของงาน รปภ. เขาตั้งใจว่าหากหางานในฐานะ รปภ. ไม่ได้จริง ๆ ก็จะไปสอบใบขับขี่สำหรับขับแท็กซี่ต่อไป
ชายคนนี้เล่าว่า เขามีช่วงเวลาที่ค่อนข้างแย่ตอนสัมภาษณ์งานด้วย และไม่ว่าเขาจะเรียกเงินเดือนไปเท่าไหร่ ก็มักจะถูก HR ตั้งคำถามเสมอ เช่น หากเขาเสนอตัวเลขสูงเกินไป ฝั่งนั่นก็จะบอกว่าค่าตัวแทงไป หรือหากเขาเสนอเลขต่ำ ๆ ก็จะถูกมองว่าต้องมีอะไรผิดปกติ
หรือต่อให้เขาเรียกเงินเดือนเท่ากับตำแหน่งเดิม ก็จะถูกมองว่าไม่ทะเยอทะยานพอซะอย่างน้ั้น
เขาเคยลองสมัครงานธุรการทั่วไปด้วย แต่กลับถูกมองว่าแค่มาป่ว หรือสมัครงานเล่น ๆ หลังจากเห็นว่าเขามีประสบการณ์ด้าน IT มาเป็นสิบปี แถมยังมีวุฒิ ป.โท ด้วย
ทั้งนี้ เขายังเตือนแรงงานคนอื่น ๆ ในฮ่องกงว่า อย่าได้ลาออกก่อนจะมีงานใหม่รองรับเด็ดขาด "ผมขอแนะนำจากใจถึงคนที่ทำงานในฮ่องกงว่าอย่าลาออก หากไม่มีงานใหม่รองรับในปีนี้ และอย่าวู่วามเปลี่ยนงาน เพราะสภาพข้างนอกโหดร้ายมาก"
เรื่องราวของเขาดึงดูดความสนใจของชาวเน็ตจำนวนมาก โดยบางคนชี้ว่าเคยได้ยินเรื่องของผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ที่ผันตัวมาเป็นคนขับแท็กซี่เช่นกัน พร้อมแซวว่าอีกไม่ช้า คนขับแท็กซี่ทุกคนบนท้องถนน คงจะเป็นบัณฑิต ป.โท ด้าน IT กันหมด
แม้บางคนจะสงสัยว่าเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะระดับคนที่มีประสบการณ์ทำงาน 10 ปี น่าจะยังพอหางานได้ แต่การถกเถียงในเรื่องนี้กลับทำให้เกิดการพูดถึงแนวโน้มของภาคอุตสาหกรรม IT ในฮ่องกง ที่ตลาดแรงงานค่อนข้างซบเซา โดยบางส่วนโทษว่าเป็นเพราะ AI และการย้ายฐานงานไปต่างประเทศ
ขอบคุณข้อมูลจาก MS News






