เผยนาทีบีบใจ สามีช็อกแน่นิ่งต่อหน้าลูก - เมียเผยคำพูดจุกใจ หมอฟังยังมีน้ำตา

          สามีครูทราย ไปรับลูกครั้งแรก..และครั้งสุดท้าย เพียงไม่นานก่อนช็อก หัวใจหยุดเต้น ครูทรายพูดทั้งน้ำตา ตอนขอให้รักษาก็ไม่รักษา แต่กลับมาขอให้ปล่อยเขาไป 


สามีครูทราย

          จากกรณีของ คุณเพอร์ฟูม สามีของ ครูทราย ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ที่เกิดอาการเจ็บหน้าอกร้าวไปยังส่วนอื่น และเข้าตรวจที่โรงพยาบาลซานคามิลโล บ้านโป่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม แต่แพทย์กลับวินิจฉัยผิด ไม่มีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและพูดไม่ดีกับญาติคนไข้ จนสุดท้ายผู้ป่วยเสียชีวิต 

สามีครูทราย
ภาพจาก โหนกระแส

          วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 รายการโหนกระแส ทางช่อง 3 นำเสนอเรื่องราวดังกล่าว โดยมี ครูทราย ภรรยาของผู้เสียชีวิต มานั่งพูดคุยพร้อมแม่สามี รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนิติเวช  

สามีครูทราย
ภาพจาก โหนกระแส 

          ครูทราย เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงที่ได้รับข้อมูลเรื่องอาการป่วยของสามี จนถึงช่วงเวลาที่ไปถึงโรงพยาบาล ซึ่งเธอรู้สึกว่ามีจุดที่ดูผิดปกติหลายจุดในการติดต่อ จนสุดท้ายก็ได้เจอหมออายุรกรรมที่เป็นประเด็น 

          หลังจากหมอบอกว่าถ้ากลับไปถึงบ้าน แยกกันอยู่เดี๋ยวอาการก็หาย ครูทรายยอมรับว่าโกรธมากเลยเดินออกมาเลย แล้วบอกสามีว่าให้ไปโรงพยาบาลอื่น ขณะที่สามีคิดว่าเขาคงสบายใจว่าไม่ได้เป็นอะไร เพราะหมอบอกว่าไม่เป็นอะไร 

          "หมอบอกมา ถ้าคนไข้ไม่เชื่อหมอแล้วจะไปเชื่อใคร คนไข้เข้าไปหาเขาถึงที่แล้ว แล้วหมอบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร แต่แฟนคุณน่ะเป็น" ครูทราย กล่าว

          พวกตนออกจากโรงพยาบาลมาตอน 11 โมงกว่า ๆ ซึ่งครูทรายตั้งใจว่าจะพาสามีไปตรวจที่อื่นต่อ ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบเที่ยง จึงไปกินข้าวกัน และมีการเสิร์ชหาคลินิก เพราะตอนนั้นทุกคนคิดว่าเป็นโรคหัวใจหมดเลย รวมถึงคุยกันว่าจะไปหาคลินิกนอกเวลาที่โรงพยาบาล จ.นครปฐม

          แต่สามีอยากไปรับลูกก่อน เพราะปกติเนิร์สเซอรีจะเลิกประมาณ 15.00 น. ขณะที่สามีไม่เคยได้ไปรับลูกเพราะเลิกงานตอน 16.00 น. เขาเคยเห็นแค่ครูทรายไปรับ ได้เห็นโมเมนต์ที่ลูกวิ่งมาหา เลยอยากสัมผัสความรู้สึกนั้น

          วันนั้นหลังกินข้าวเสร็จ สามีก็บอกว่าเพลียและกลับไปนอนที่บ้าน ตนกลับบ้านมาช่วง 14.00 น. ก็กลับมาหาสามี จากนั้นอยู่ ๆ สามีก็มาลูบหัวตน และบอกรักตน แล้วก็ชวนไปรับลูกกันตอน 15.00 น. 

สามีครูทราย
ภาพจาก โหนกระแส 

ภาพจาก โหนกระแส
ภาพจาก โหนกระแส 

สามีครูทราย
ภาพจาก โหนกระแส

          โดยตอนที่พวกตนไปรับลูกกัน สามีเป็นคนยืนรอรับลูกที่เนิร์สเซอรี (มีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีจังหวะหนึ่งที่สามีจับบริเวณหัวใจ) จากนั้นเขาก็อุ้มลูกขึ้นรถตามปกติ มีการเล่นกับลูก คุยกัน ตอนแรกตนจะให้เขาไปโรงพยาบาลเลย แต่สามีเห็นว่าลูกไม่สบายจึงไม่อยากพาลูกไปโรงพยาบาลด้วย เลยคุยกันว่าจะรอให้แม่กลับมาที่บ้าน ฝากลูกไว้กับแม่ แล้วค่อยไปคลินิกนอกเวลาที่จะเปิดช่วง 16.00-17.00 น. 

          เมื่อสามีกลับถึงบ้านก็นั่งเล่นกับลูก หัวเราะขำกัน จนประมาณ 16.00 น. พวกตนยังคุยหัวเราะกันเรื่องหวยที่ซื้ออยู่เลย จากนั้นตนก็ขึ้นไปด้านบน แต่คุยกับน้องได้แค่ 5 นาที ก็ได้ยินเสียงน้าที่อยู่ข้างล่างตะโกนว่า "ทราย ! ทราย !"

          ตอนนั้นตนนึกว่าลูกเป็นอะไรเลยรีบวิ่งลงมาจากชั้ย 3 แต่ภาพที่เห็นคือสามีนอนอยู่ ตาค้าง นิ่งไปแล้ว ลูกเกาะขาพ่อ น้าทำ CPR อยู่ ตนจึงรีบโทร. เรียกรถพยาบาล ก่อนที่จะเข้าไปช่วยผายปอด แต่สามีก็นิ่งไปแล้ว 

          ตนจำได้แม่นว่าโทร. เรียกรถพยาบาลตอน 16.29 น. และมีการโทร. หาพ่อแม่ของตน ช่วงที่วุ่นว่ายข้างบ้านได้ยินก็เข้ามาช่วยกันปั๊มหัวใจ เราก็ผายปอด ยอมรับว่าช็อกไปหมด จนสักพักพ่อแม่มาถึงก็ลากตนออกไป

สามีครูทราย
ภาพจาก โหนกระแส 

          ครูทราย ชี้ว่า ตนโทร. หาโรงพยาบาลก่อนจะโทร. หาพ่อแม่ โดยโรงพยาบาลอยู่ใกล้บ้านมาก ขับรถแค่ 1 นาที ขณะที่พ่อแม่อยู่ไกลกว่ากลับมาถึงที่บ้านก่อน เกิน 20 นาที รถพยาบาลยังไม่มา จนน้าขับรถเครื่องไปตามแจ้งว่าคนไข้ไม่หายใจแล้ว

          ตนไม่รู้ว่าทำไมถึงนานนัก จนเมื่อไปถึงโรงพยาบาล สามีก็ถูกพาเข้าห้องฉุกเฉิน ติดอะไรเต็มตัว เจ้าหน้าที่ก็พยายามช่วยชีวิต มีเสียงรายงานดังออกมาบอกว่าคนไข้มีชีพจรแต่ความดันไม่ขึ้น จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงเขาก็ออกมาบอกแม่ตนว่า หัวใจกลับมาเต้นแล้ว ก่อนจะเข้าไปในห้องฉุกเฉิน

          แต่จากนั้นทราบว่าหัวใจคงเต้นกลับมาเพราะฤทธิ์ยา โดยหัวใจเต้นไม่กี่ทีก็หยุดไป เจ้าหน้าที่ปั๊มกันอยู่นาน 1 ชั่วโมง ก็เข้ามาพูดกับตน ลักษณะเหมือนจะให้ตนพูดว่าให้หยุด เพราะเป็นภรรยาคนไข้ แต่ตนบอกว่า "หนูจะพูดได้ยังไง หนูจะปล่อยเขาไปได้ไง" 

          ครูทราย ยังกล่าวทั้งน้ำตาอย่างคนใจสลายว่า "แล้วตอนที่หนูขอให้รักษาก็ไม่รักษา แต่กลับมาบอกให้หนูปล่อยเขาไป ที่อย่างงี้มาให้หนูพูด ตอนหนูขอให้รักษากลับบอกว่าหนูเป็นประสาท แต่ตอนที่แฟนหนูไม่อยู่กลับมาบอกให้หนูปล่อยเขาไป ทำไมใจร้ายมากเลย ตอนแรกเขายังเล่นกับลูกอยู่เลย..."

สามีครูทราย
ภาพจาก โหนกระแส 

          ความเจ็บปวดและสิ่งที่ได้รับฟังนั้น ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า แม้แต่ รศ. นพ.วีะรศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มศว ยังสะเทือนใจจนน้ำตาไหลเช่นกัน 

          รศ. นพ.วีระศักดิ์ อธิบายว่า ช่วงเช้าคนไข้มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าทุกรายจะต้องร้าวลงแขน บางรายอาจจะมีแค่แน่นหน้าอก เหงื่อออก แต่อาการเหล่านี้ก็เป็นอาการที่สื่อ ซึ่งตามหลักการเราก็ต้องนึกถึงโรคที่รุนแรงไว้ก่อน แต่จากที่มีการพูดคุยมันกลายเป็นเหมือนมีการนึกถึงอาการอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่โรคที่รุนแรงถึงชีวิต ทั้งที่หากนึกถึงโรคที่รุนแรงก่อนก็คงมีการคัดกรองก่อน 

สามีครูทราย
ภาพจาก โหนกระแส

          และอาการที่ออกมาตอน 16.00 น. น่าจะเป็นอาการของอยู่ ๆ หมดสติกะทันหัน ต้องอธิบายว่าหากเส้นเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดไม่ไปเลี้ยง หากไม่ไปเลี้ยงเฉพาะตำแหน่งที่เป็นกล้ามเนื้อหัวใจ จะเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉพาะจุดทำให้เกิดการเจ็บหน้าอก แต่ยังไม่ทำให้เสียชีวิต แต่หากโชคไม่ดี บางคนเส้นเลือดหัวใจไม่ไปเลี้ยงส่วนที่เป็นกระแสไฟฟ้าที่เลี้ยงหัวใจ จะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะทันที ทำให้เสียชีวิตในทันที 

          ตนเชื่อว่าอาการเท่าที่เล่ามาทั้งหมดคงเป็นตามนี้ แต่ตำแหน่งที่ที่กล้ามเนื้อหัวใจตาย ไม่ใช่ส่วนที่กระทบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เลยมีอาการเจ็บหน้าอก เหงื่อออก อาจจะมีใจสั่น แล้วดูเรื้อรังมา แต่พอวันเกิดเหตุน่าจะไปกระทบตรงคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้ว เลยทำให้เขาเสียชีวิตในทันทีโดยกะทันหัน 


ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส 






เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เผยนาทีบีบใจ สามีช็อกแน่นิ่งต่อหน้าลูก - เมียเผยคำพูดจุกใจ หมอฟังยังมีน้ำตา อัปเดตล่าสุด 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:34:50 8,327 อ่าน
TOP
x close