อดีต รปภ. เล่าชีวิต ดิ้นรน 8 ปี จนได้เรียนต่อ ป.โท สถาบันดัง ผ่านมาแล้วทั้งช่วงแฮปปี้ - ขมขื่น เผยคำพูดสุดเจ็บจี๊ด ที่ผลักดันให้ก้าวต่อ
![รปภ. เรียนต่อ ป.โท รปภ. เรียนต่อ ป.โท]()
ภาพจาก Douyin
หยางเสี่ยว วัย 31 ปี จากมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ฝันที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยซิงหัวมาตั้งแต่เด็ก โดยหลังจากสอบเกาเข่า หรือการสอบเอนทรานซ์ของจีน เมื่อปี 2556 เขาได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนที่สถาบันวิจิตรศิลป์กลาง ซึ่งเป็นสถาบันที่เหมาะกับสไตล์การวาดภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา
หลังสำเร็จการศึกษาในปี 2561 หยางเสี่ยวกลับไปก่อตั้งโรงเรียนศิลปะที่บ้านเกิด และมีความรักที่มั่นคงกับแฟนสาว ต่อมาเขาสมัครสอบเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยซิงหัว เพื่อทำตามความฝันในวัยเด็กและคำสัญญาที่ให้ไว้กับแฟนสาว แต่ลงเอยด้วยความผิดหวัง เพราะเขาทำไม่ถึงคะแนนที่กำหนดไปถึง 100 คะแนน
ด้วยความอับอายและไม่กล้าเผยความจริง หยางเสี่ยวปล่อยให้แฟนสาวเชื่อว่าเขาเริ่มเรียนปริญญาโทแล้ว โดยหวังว่าจะสอบติดในปีต่อไปเพื่อชดเชยความผิดพลาด แต่ก็ต้องล้มเหลวอีกครั้ง
เมื่อไม่สามารถตบตาได้อีก เขาจึงยุติความสัมพันธ์กับแฟน และด่ำดิ่งอยู่ในสภาพใจสลายกับความสงสัยในตัวเอง
หยางเสี่ยวที่ยังไร้อนาคตจำเป็นต้องให้พ่อแม่เข้ามาช่วยใช้หนี้ แถมโรงเรียนสอนศิลปะของเขาก็ถูกบีบให้ต้องปิดตัวลง
แม้จะเข้าสอบในปีต่อ ๆ มา แต่คะแนนของเขาก็ยังขาดไปอย่างฉิวเฉียดทุกครั้ง ดังนั้น เพื่อจะหาเลี้ยงชีพ เขาจึงเริ่มหางานใหม่ทำ โดยไปเป็นคนงานทำความสะอาดอยู่ 1 ปี ก่อนจะเปลี่ยนมาทำงานเป็น รปภ. ที่หอพักนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยซิงหัวอีก 2 ปี
หยางเสี่ยว เผยว่า แค่เหนื่อยล้าทางกายยังพอทน แต่ความเจ็บปวดทางใจที่ต้องเผชิญ เนื่องจากความแตกต่างระหว่างชีวิตตอนนั้นกับชีวิตในฝัน ช่างห่างไกลกันมาก
เขาจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีคุณแม่คนหนึ่งชี้มาทางเขาและบอกลูกว่า "ถ้าไม่ตั้งใจเรียนก็จะลงเอยหมือนคนนั้น" คำพูดนั้นสร้างแผลใจให้เขาอย่างมาก แต่ก็ยังเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขามุ่งมั่นไปให้ถึงฝัน
หยางเสี่ยว เผยว่า ในช่วงกลางวันเขาจะแอบเข้าไปในห้องเรียนของมหาวิทยาลัยซิงหัว และเมื่อต้องเข้ากะตอนกลางคืน เขาก็จะฝึกภาษาอังกฤษกับนักศึกษาต่างชาติ
ต่อมาเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้า รปภ. ทำให้ได้เงินเดือนสูงขึ้นและภาระงานที่เบาลง ทำให้มีเวลาทุ่มเทให้กับการเรียนมากขึ้น นอกจากนี้แม้เขาจะใช้ชีวิตกินอยู่อย่างประหยัด แต่ครั้งหนึ่งเขาก็เคยทุ่มเงินเก็บเกือบทั้งหมดเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินไปร่วมงานสัมมนาวิชาการ ซึ่งภายหลังทำให้เขาคว้ารางวัลด้านการวิจัยหลายรางวัล
![รปภ. เรียนต่อ ป.โท รปภ. เรียนต่อ ป.โท]()
ภาพจาก 163.com
นอกจากนี้เขายังตั้งเป้าหมายต่อไปไว้แล้ว คือการคว้าทุนเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ทั้งนี้ ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นต่อเรื่องของ หยางเสี่ยว ว่า "ในฐานะบัณฑิตจากสถาบันวิจิตรศิลป์กลาง หยางมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะเลือกเส้นทางไหน พรสวรรค์ของเขาก็ต้องฉายแววออกมาอยู่ดี"
.png)
ภาพจาก Douyin
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานเรื่องราวสุดทึ่งของอดีต รปภ. ที่ไม่ละความพยายามในเส้นทางการศึกษา ใช้เวลานานถึง 8 ปี พยายามสอบถึง 8 ครั้ง จนสอบเข้าเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยซิงหัวได้ แถมยังมุ่งเป้าในการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
หยางเสี่ยว วัย 31 ปี จากมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ฝันที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยซิงหัวมาตั้งแต่เด็ก โดยหลังจากสอบเกาเข่า หรือการสอบเอนทรานซ์ของจีน เมื่อปี 2556 เขาได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนที่สถาบันวิจิตรศิลป์กลาง ซึ่งเป็นสถาบันที่เหมาะกับสไตล์การวาดภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา
หลังสำเร็จการศึกษาในปี 2561 หยางเสี่ยวกลับไปก่อตั้งโรงเรียนศิลปะที่บ้านเกิด และมีความรักที่มั่นคงกับแฟนสาว ต่อมาเขาสมัครสอบเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยซิงหัว เพื่อทำตามความฝันในวัยเด็กและคำสัญญาที่ให้ไว้กับแฟนสาว แต่ลงเอยด้วยความผิดหวัง เพราะเขาทำไม่ถึงคะแนนที่กำหนดไปถึง 100 คะแนน
ด้วยความอับอายและไม่กล้าเผยความจริง หยางเสี่ยวปล่อยให้แฟนสาวเชื่อว่าเขาเริ่มเรียนปริญญาโทแล้ว โดยหวังว่าจะสอบติดในปีต่อไปเพื่อชดเชยความผิดพลาด แต่ก็ต้องล้มเหลวอีกครั้ง
เมื่อไม่สามารถตบตาได้อีก เขาจึงยุติความสัมพันธ์กับแฟน และด่ำดิ่งอยู่ในสภาพใจสลายกับความสงสัยในตัวเอง
ระหว่างการเตรียมสอบปีที่ 3 หยางเสี่ยวเดตออนไลน์กับผู้หญิงอีกคน อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นั้นจบลงด้วยการที่เขาถูกสูบจนหมดตัว โดยฝ่ายหญิงมักจะขอเงินเขาบ่อยครั้ง อ้างว่าป่วยเป็นโรคต่าง ๆ บ้าง มีหนี้พนันบ้าง จนเขาหมดเงินไปกว่า 1 ล้านหยวน (ราว 4.9 ล้านบาท) และมีหนี้สินท่วมตัว
หยางเสี่ยวที่ยังไร้อนาคตจำเป็นต้องให้พ่อแม่เข้ามาช่วยใช้หนี้ แถมโรงเรียนสอนศิลปะของเขาก็ถูกบีบให้ต้องปิดตัวลง
แม้จะเข้าสอบในปีต่อ ๆ มา แต่คะแนนของเขาก็ยังขาดไปอย่างฉิวเฉียดทุกครั้ง ดังนั้น เพื่อจะหาเลี้ยงชีพ เขาจึงเริ่มหางานใหม่ทำ โดยไปเป็นคนงานทำความสะอาดอยู่ 1 ปี ก่อนจะเปลี่ยนมาทำงานเป็น รปภ. ที่หอพักนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยซิงหัวอีก 2 ปี
หยางเสี่ยว เผยว่า แค่เหนื่อยล้าทางกายยังพอทน แต่ความเจ็บปวดทางใจที่ต้องเผชิญ เนื่องจากความแตกต่างระหว่างชีวิตตอนนั้นกับชีวิตในฝัน ช่างห่างไกลกันมาก
เขาจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีคุณแม่คนหนึ่งชี้มาทางเขาและบอกลูกว่า "ถ้าไม่ตั้งใจเรียนก็จะลงเอยหมือนคนนั้น" คำพูดนั้นสร้างแผลใจให้เขาอย่างมาก แต่ก็ยังเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขามุ่งมั่นไปให้ถึงฝัน
หยางเสี่ยว เผยว่า ในช่วงกลางวันเขาจะแอบเข้าไปในห้องเรียนของมหาวิทยาลัยซิงหัว และเมื่อต้องเข้ากะตอนกลางคืน เขาก็จะฝึกภาษาอังกฤษกับนักศึกษาต่างชาติ
ต่อมาเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้า รปภ. ทำให้ได้เงินเดือนสูงขึ้นและภาระงานที่เบาลง ทำให้มีเวลาทุ่มเทให้กับการเรียนมากขึ้น นอกจากนี้แม้เขาจะใช้ชีวิตกินอยู่อย่างประหยัด แต่ครั้งหนึ่งเขาก็เคยทุ่มเงินเก็บเกือบทั้งหมดเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินไปร่วมงานสัมมนาวิชาการ ซึ่งภายหลังทำให้เขาคว้ารางวัลด้านการวิจัยหลายรางวัล
.png)
ภาพจาก 163.com
กระทั่งเดือนมิถุนายน 2569 หลังจากต่อสู้มา 8 ปี ในที่สุดเขาก็สอบติดคณะวิจิตรศิลป์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยซิงหัว ได้สำเร็จ หลังจากการสอบ 8 ครั้ง โดยจากนี้เขาตั้งใจจะเรียนให้จบภายใน 2 ปี เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเงิน
นอกจากนี้เขายังตั้งเป้าหมายต่อไปไว้แล้ว คือการคว้าทุนเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ทั้งนี้ ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นต่อเรื่องของ หยางเสี่ยว ว่า "ในฐานะบัณฑิตจากสถาบันวิจิตรศิลป์กลาง หยางมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะเลือกเส้นทางไหน พรสวรรค์ของเขาก็ต้องฉายแววออกมาอยู่ดี"
ขอบคุณข้อมูลจาก SCMP






