อัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยถูกจับคดีซุกยาไอซ์ในซองกาแฟ หลังหลักฐานยังไม่เพียงพอ ขณะที่ ป.ป.ส. เตรียมรับตัวกลับไทย พร้อมเดินหน้าขยายผล

กลายเป็นอีกหนึ่งคดีที่หลายคนจับตา กรณีเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 หญิงสาวชาวไทยวัย 28 ปี ถูกเจ้าหน้าที่สนามบินฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ควบคุมตัว หลังตรวจพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟภายในพัสดุที่รับหิ้วไปส่งให้ลูกค้า ขณะที่ครอบครัวยืนยันไม่เชื่อว่าบุตรสาวจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเชื่อว่าอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักลอบขนยา
ด้านแฟนหนุ่มเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาและเพื่อนประกอบอาชีพรับจ้างหิ้วของไปประเทศญี่ปุ่น โดยก่อนเกิดเหตุมีลูกค้ารายหนึ่งติดต่อผ่านกลุ่มไลน์ให้ขนส่งพัสดุน้ำหนัก 12 กิโลกรัม แต่หลังเกิดเหตุ ลูกค้ารายดังกล่าวกลับไม่มาติดต่อรับของและบล็อกช่องทางการสื่อสารทั้งหมด ขณะที่ครอบครัวได้เข้าแจ้งความและส่งมอบหลักฐานให้ตำรวจไทย พร้อมวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยติดตามคดีและประสานงานกับทางการญี่ปุ่น
.jpg)
ภาพจาก ข่าวช่องวัน
ล่าสุด (31 กรกฎาคม 2569) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( ป.ป.ส.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีหญิงไทยถูกควบคุมตัวที่ประเทศญี่ปุ่นจากคดีลักลอบขนยาเสพติดว่า ล่าสุดพนักงานอัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ภายหลังพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อมโยงว่าผู้ถูกควบคุมตัวมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ปัจจุบันผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ระหว่างกระบวนการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น เพื่อดำเนินการผลักดันกลับประเทศไทยตามขั้นตอนของกฎหมาย
เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย สำนักงาน ป.ป.ส. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (ปส.3) รับตัวเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และขยายผลสืบสวนติดตามผู้ว่าจ้าง ผู้ร่วมขบวนการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
.jpg)
ภาพจาก ข่าวช่องวัน
โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวว่า แม้ผู้ถูกควบคุมตัวจะไม่ได้ถูกฟ้องในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่กรณีดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่รับจ้างหิ้วสินค้า หรือรับฝากสัมภาระเดินทางไปต่างประเทศ เนื่องจากอาจตกเป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และอาจต้องรับผิดตามกฎหมายของประเทศปลายทาง แม้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ตาม
สำนักงาน ป.ป.ส. ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักถึงกฎหมายของประเทศไทย โดยการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าโดยหลีกเลี่ยงพิธีการศุลกากร มีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้ารวมค่าอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของที่ลักลอบนำเข้าหรือส่งออกทั้งหมด
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินคดีตามกฎหมายไทย กรณีการลักลอบนำสินค้าที่ซุกซ่อนยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักร ว่าเข้าข่ายความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 หรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ปิดช่องโหว่ของขบวนการค้ายาเสพติด และสร้างมาตรการป้องปรามไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านในการลำเลียงยาเสพติดไปยังต่างประเทศ
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว






