เพื่อนครูอธิบาย สาเหตุครูแพ้เสียงในหัว นักเรียนชายมาสาย อ้างเหตุหยาบโลน ลามถึงบุพการี โต้ตอบข้ามหัวครู สังคมเสื่อมลง อัดอั้นจนต้องระบาย

จากกรณีครูแพ้เสียงในหัว ออกมาระบายความอัดอั้นกับพฤติกรรมของเด็กเจนนี้ หลังพบเจอเรื่องอุบาวท์จนเกินรับ จนกลายเป็นไวรัลดังชั่วข้ามคืน โดยมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาให้กำลังใจ เข้าใจหัวอกครูที่ต้องเจอกับความหนักหน่วงจากเด็กรุ่นใหม่
ล่าสุด (6 สิงหาคม 2569) พบว่ามีเพื่อนครูออกมาอธิบายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เล่าที่มาถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ครูต้นโพสต์ทนไม่ไหว จนต้องออกมาโพสต์เช่นนั้น
โดยชี้ว่า ครูท่านดังกล่าวเป็นครูภาษาไทย ที่จัดการเรียนการสอนกับนักเรียนระดับขยายโอกาส ตั้งแต่วันที่มีโพสต์ดังกล่าว ตนได้โทร. หาครูท่านนั้นทันที เพราะไม่เคยเห็นครูท่านนั้นใช้คำพูดหยาบทางโซเชียล
พบว่าต้นเหตุเกิดจากเช้าวันนั้น มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งมาสาย ผมเปียกมาเลย เมื่อเข้ามาถึงห้องก็ไม่สนใจทำงาน หรือฟังการเรียนการสอน เอาพัดลมแบบมือถือ ออกมานั่งเป่าผมให้แห้ง ไม่ได้เกิดสำนึกถึงมารยาทที่อยู่ในห้องเรียน
เมื่อครูถามว่าทำไมมาสาย นักเรียนตอบกลับครูว่า ตื่นสาย...พออาบน้ำก็ ชว มันไม่แตกสักที
จากนั้นมีเพื่อนส่งเสียงพูดข้ามห้องว่า ทำไมมึงไม่ให้แม่ช่วย ชว จะได้เสร็จเร็ว ๆ แล้วมาเรียนเร็ว กลายเป็นเรื่องราวหยาบคายที่พาดพิงถึงบุพการี โต้ตอบกันข้ามหัวครูในห้อง ในมุมเด็กคงถือเป็นเรื่องที่โกก๋า พูดคุยปกติ อวดโชว์ แต่นั่นคือการไม่ให้เกียรติครู
ตอนนั้นครูก็ไม่ได้ดุด่าว่าอะไร ยังปฏิบัติหน้าที่สอนต่อไปตามปกติ เพราะมีเด็กนักเรียนกลุ่มที่สนใจ และทำงานตามทีได้รับมอบหมายอยู่
![สาเหตุ ครูแพ้เสียงในหัว สาเหตุ ครูแพ้เสียงในหัว]()

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นมุมมองหนึ่ง ที่ทำให้ชาวเน็ตได้สัมผัสถึงชีวิตของครูมืออาชีพ ที่ใกล้เกษียณ แต่สภาพสังคมปัจจุบันมันเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ครูก็ต้องเซฟตัวเอง เมื่อเหลืออดเหลือทนก็ต้องผ่านการระบายสู่โซเชียลบ้าง แต่นึกไม่ถึงว่าเรื่องราวต่าง ๆ มันกลายเป็นไวรัลสำคัญ ที่สังคมเมนต์กันทั้งทางบวกและทางลบ
ทั้งนี้ เพื่อนครูระบุว่า อย่างน้อยวันนี้ครูก็ได้ใช้พื้นที่เล่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับครูท่านั้นให้ฟัง หวังว่าโพสต์นี้ จะทำให้คนที่ติดตามเรื่องราวทราบถึงข้อมูลความจริงด้วย
ด้านชาวเน็ตเมื่อได้ทราบเรื่องต่างเห็นพ้องกันว่าสุดจริง กับเรื่องที่ครูท่านนั้นต้องพบเจอ พร้อมกันนั้นยังส่งกำลังใจให้คุณครู ยันเข้าครูเต็มที่ พร้อมสงสัยว่าพ่อแม่เด็กเหล่านั้นจะคิดยังไงกับพฤติกรรมลูก






