อยากรู้ว่าเลขบัตรประชาชน 13 หลักบอกได้หรือไม่ว่าเป็นคน Native จังหวัดไหน ? มาดูวิธีสังเกตจากเลขหลักที่ 2-3 พร้อมทำความเข้าใจว่ารหัสนี้เกี่ยวข้องกับจังหวัดและสำนักทะเบียนอย่างไร
เคยสงสัยไหมว่า เลขบัตรประชาชน 13 หลักสามารถบอกได้หรือไม่ว่าเราเป็นคน Native จังหวัดไหน ซึ่งจริง ๆ แล้วเลขบัตรประชาชนมีการกำหนดโครงสร้างเอาไว้ โดย หลักที่ 2 และ 3 ใช้เป็นรหัสจังหวัดของสำนักทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเลขประจำตัวประชาชน ส่วนหลักที่ 4 และ 5 เป็นรหัสสำนักทะเบียนในระดับอำเภอหรือเขต
เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ดูตรงไหนว่าเป็นจังหวัดอะไร?
เลขบัตรประชาชนในรูปแบบ X-XXXX-XXXXXX-XX-X จะโครงสร้างโดยทั่วไปคือ
-
หลักที่ 1 : ประเภทบุคคล
-
หลักที่ 2-5 : รหัสสำนักทะเบียน
-
หลักที่ 6-10 : เลขประจำกลุ่ม
-
หลักที่ 11-12 : ลำดับบุคคล
-
หลักที่ 13 : เลขตรวจสอบความถูกต้อง
ดังนั้น หากต้องการดูว่าเลขนั้นผูกกับจังหวัดอะไร ให้ดูหลักที่ 2 และ 3 ยกตัวอย่างเช่น หากเลขขึ้นต้นว่า 1-23XX-XXXXXX-X-X ให้ดูเฉพาะเลข 23 ซึ่งรหัสจังหวัด 23 คือ จังหวัดตราด หรือถ้าเลขขึ้นต้นว่า 1-83XX-XXXXXX-X-X ซึ่งเลข 83 ก็คือ จังหวัดภูเก็ต
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ต้องอ่านเลขทั้ง 13 หลัก แค่หยิบตัวเลขหลักที่ 2 และ 3 มาดูก็พอสำหรับการเช็กจังหวัด
ตารางรหัสจังหวัดจากเลขบัตรประชาชน
รหัสจังหวัดที่ใช้ในระบบข้อมูลภาครัฐมีดังนี้
|
รหัส |
จังหวัด |
รหัส |
จังหวัด |
|
10 |
กรุงเทพมหานคร |
11 |
สมุทรปราการ |
|
12 |
นนทบุรี |
13 |
ปทุมธานี |
|
14 |
พระนครศรีอยุธยา |
15 |
อ่างทอง |
|
16 |
ลพบุรี |
17 |
สิงห์บุรี |
|
18 |
ชัยนาท |
19 |
สระบุรี |
|
20 |
ชลบุรี |
21 |
ระยอง |
|
22 |
จันทบุรี |
23 |
ตราด |
|
24 |
ฉะเชิงเทรา |
25 |
ปราจีนบุรี |
|
26 |
นครนายก |
27 |
สระแก้ว |
|
30 |
นครราชสีมา |
31 |
บุรีรัมย์ |
|
32 |
สุรินทร์ |
33 |
ศรีสะเกษ |
|
34 |
อุบลราชธานี |
35 |
ยโสธร |
|
36 |
ชัยภูมิ |
37 |
อำนาจเจริญ |
|
38 |
บึงกาฬ |
39 |
หนองบัวลำภู |
|
40 |
ขอนแก่น |
41 |
อุดรธานี |
|
42 |
เลย |
43 |
หนองคาย |
|
44 |
มหาสารคาม |
45 |
ร้อยเอ็ด |
|
46 |
กาฬสินธุ์ |
47 |
สกลนคร |
|
48 |
นครพนม |
49 |
มุกดาหาร |
|
50 |
เชียงใหม่ |
51 |
ลำพูน |
|
52 |
ลำปาง |
53 |
อุตรดิตถ์ |
|
54 |
แพร่ |
55 |
น่าน |
|
56 |
พะเยา |
57 |
เชียงราย |
|
58 |
แม่ฮ่องสอน |
60 |
นครสวรรค์ |
|
61 |
อุทัยธานี |
62 |
กำแพงเพชร |
|
63 |
ตาก |
64 |
สุโขทัย |
|
65 |
พิษณุโลก |
66 |
พิจิตร |
|
67 |
เพชรบูรณ์ |
70 |
ราชบุรี |
|
71 |
กาญจนบุรี |
72 |
สุพรรณบุรี |
|
73 |
นครปฐม |
74 |
สมุทรสาคร |
|
75 |
สมุทรสงคราม |
76 |
เพชรบุรี |
|
77 |
ประจวบคีรีขันธ์ |
80 |
นครศรีธรรมราช |
|
81 |
กระบี่ |
82 |
พังงา |
|
83 |
ภูเก็ต |
84 |
สุราษฎร์ธานี |
|
85 |
ระนอง |
86 |
ชุมพร |
|
90 |
สงขลา |
91 |
สตูล |
|
92 |
ตรัง |
93 |
พัทลุง |
|
94 |
ปัตตานี |
95 |
ยะลา |
|
96 |
นราธิวาส |
แล้วหลักที่ 4 และ 5 ดูอะไรได้ ?
หลังจากดูหลักที่ 2 และ 3 เพื่อรู้จังหวัดแล้ว หลักที่ 4 และ 5 จะช่วยระบุรหัสสำนักทะเบียนในระดับอำเภอหรือเขต ได้อีก เช่น กรุงเทพมหานครจะมีรหัสสำนักทะเบียนของแต่ละเขตต่อจากรหัส 10 ดังนั้น หากรู้เลข 5 หลักแรก ก็สามารถอ่านข้อมูลในส่วนของสำนักทะเบียนได้ละเอียดขึ้นว่าเกี่ยวข้องกับจังหวัดและพื้นที่ใด
ตัวเลขบอกได้ว่าเกิดจังหวัดนี้จริงไหม ?
ไม่เสมอไป นี่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิด เพราะคำว่า “Native จังหวัดไหน” อาจหมายถึงเกิดที่จังหวัดไหน หรือมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ไหน แต่เลขบัตรประชาชนไม่ได้ยืนยันเรื่องนี้ได้เสมอไป โดยเลขหลักที่ 2-5 เป็นรหัสสำนักทะเบียนที่บุคคลมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในขณะที่ได้รับการกำหนดเลขประจำตัวประชาชน ซึ่งในกรณีเด็กเกิดใหม่ รหัสนี้อาจเชื่อมโยงกับพื้นที่เกิดได้ ดังนั้น คนที่ย้ายทะเบียนบ้านหรือย้ายที่อยู่ในภายหลังก็ยังอาจมีเลขบัตรประชาชนที่สะท้อนสำนักทะเบียนเดิมอยู่ จึงใช้ดูได้แบบเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ควรใช้เลขดังกล่าวฟันธงว่าเจ้าของบัตรเป็นคนจังหวัดนั้นโดยกำเนิด






