หญิงรู้ตัวป่วยระยะสุดท้าย เลือกทิ้งสามี 13 ปี ได้ลองอะไรใหม่ ๆ กินแซ่บเกือบ 200 หนุ่ม

           เปิดชีวิตหญิงป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เมื่อรู้ว่าจะตาย เลือกทิ้งสามี 13 ปี ได้กินแซ่บกับผู้ชายเกือบ 200 คน ก่อนค้นพบตัวเองอีกครั้ง ในช่วงสุดท้ายของชีวิต

มะเร็งระยะสุดท้าย

           เป็นเรื่องราวของหญิงคนหนึ่ง ที่ช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตเธอกลายมาเป็นที่พูดถึงอย่างมาก และฮือฮาจนถึงขั้นถูกนำไปดัดแปลง ฉายเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์ สำหรับชีวิตของ มอลลี่ โคชาน (Molly Kochan) หญิงที่เลือกทิ้งสามีที่อยู่ด้วยกันมา 13 ปี ไปใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงตามที่ฝัน มีเซ็กส์กับผู้ชายเกือบ 200 คน และทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ เปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นการค้นพบตัวเองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

           จากรายงานบนเว็บไซต์ People มอลลี่ โคชาน เป็นชาวนิวยอร์ก เธอเดินทางไปยังลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ ด้วยความหวังที่จะเป็นนักแสดง แต่สุดท้ายกลับได้พบรักและตัดสินใจปักหลักใช้ชีวิตที่นั่นหลังจากหมั้นหมายกับชายคนหนึ่ง 

มะเร็งระยะสุดท้าย
ภาพจาก Instagram nikkiboyer

           ในปี 2548 ไม่นานหลังหมั้นหมาย มอลลี่ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 33 ปี ไปพบสูตินรีแพทย์ด้วยความกังวลเรื่องอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์และก้อนเนื้อเล็ก ๆ ที่เต้านม แต่กลับถูกแพทย์มองข้ามไป โดยบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แพทย์คลำดูและบอกว่าเธอยังอายุน้อยเกินกว่าจะต้องกังวลเรื่องมะเร็งเต้านม

           แต่ในปี 2554 ก้อนเนื้อดังกล่าวกลับกลายเป็นมะเร็งเต้านม และลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองแล้ว มอลลี่ในวัย 38 ปี ต้องเข้ารับเคมีบำบัด ผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อเต้านมออกทั้งเต้า ฉายแสง และผ่าตัดเพื่อสร้างเต้านมใหม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการบำบัดด้วยฮอร์โมนต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปีเพื่อป้องกันการกลับมาของโรค

           แต่แล้วในปี 2558 เธอกลับพบว่ามะเร็งได้หวนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ลุกลามไปยังกระดูก ตับ และสมอง กลายเป็นระยะที่ 4 หรือมะเร็งระยะสุดท้าย ทำให้เธอตัดสินใจเลิกกับสามีที่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมา 13 ปี 

           รายงานเผยว่า เดิมความสัมพันธ์ของมอลลี่กับสามีมีปัญหาอยู่ก่อนแล้ว แต่อาการป่วยทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง หลังพยายามประคับประคองความสัมพันธ์มาหลายเดือนแต่ไม่เป็นผล เธอก็ตระหนักว่าทั้งคู่ไม่ได้เหมาะสมกันในเชิงความรักอีกต่อไป และตัดสินใจย้ายออกจากบ้านในเดือนมีนาคม 2559

มะเร็งระยะสุดท้าย
ภาพจาก Instagram nikkiboyer

           เธอยอมรับว่าหากไม่ได้ป่วย เธอก็ยังคงติดอยู่ในความสัมพันธ์นั้นและคงพยายามประคับประคองชีวิตคู่ต่อไป เพราะยังมีความรักอยู่มากในความสัมพันธ์นั้น แต่ก็มีความเครียดมากมายเช่นกัน ซึ่งสภาพที่เต็มไปด้วยความเครียดแบบนั้นไม่ใช่เรื่องดีกับเธอที่ต้องต่อสู้มะเร็ง 

           ช่วงเวลานั้นเธอเลือกที่จะไม่บอกเรื่องอาการป่วยกับใครนอกจากคนใกล้ชิดที่สุด และใช้การเขียนบล็อกแบบไม่เปิดเผยตัวตนเป็นทางระบายความรู้สึก เธอเคยบอกว่าไม่ได้ตั้งใจปิดบัง เพียงแต่อยากทำให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัยที่จะผ่านมันไปได้ โดยไม่อยากให้มะเร็งกลายเป็นศูนย์กลางของชีวิตทุกวัน

           แต่หนึ่งในผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิดจากการรักษา คือความต้องการทางเพศของเธอเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาเป็นโสดพร้อมกับรู้ว่าเหลือเวลาอยู่แค่ไม่นาน เธอจึงเริ่มก้าวเข้าสู่โลกอีกใบ ในการออกเดตและเจอกับผู้ชายมากหน้าหลายตา ได้ลองส่งความหวิวและทดลองทำอะไรใม่ ๆ ที่ไม่เคยกล้าทำ รวมถึงการหลับนอนกับผู้ชายร่วม 189 คน ที่ทำให้เธอมีชีวิตชีวา และช่วยเบี่ยงความสนใจจากอาการป่วยได้เป็นอย่างดี 

           สิ่งที่น่าสนใจคือ การผจญภัยทางเพศครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการทวงคืนร่างกายจากมะเร็งเท่านั้น แต่ยังเป็นการเยียวยาบาดแผลในอดีตที่ฝังลึก โดยเฉพาะการถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่วัยเด็ก ที่ถูกคนรักของแม่กระทำตั้งแต่อายุ 7 ขวบ มันทำให้เธอได้ปะติดปะต่อความรู้สึกที่เคยแตกสลาย กลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

มะเร็งระยะสุดท้าย
ภาพจาก Instagram nikkiboyer

จากเรื่องเล่าสู่พอดแคสต์  


           ตลอดเส้นทางนี้ มอลลี่ ไม่ได้เดินลำพัง เธอมี นิกกี้ บอยเยอร์ (Nikki Boyer) เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานกว่า 20 ปีอยู่เคียงข้างเสมอ เมื่อนิกกี้ได้รับฟังเรื่องการผจญภัยทางเพศของเพื่อนรัก ก็รู้สึกว่าเรื่องราวเหล่านี้น่าจะกลายเป็นเนื้อหาที่ทรงพลังได้ จึงเริ่มต้นบันทึกเสียงเป็นพอดแคสต์ในชื่อ Dying for Sex ก่อนที่ผลงานจะไปเข้าตา Wondery สตูดิโอผลิตพอดแคสต์ของ Amazon และได้รับการเผยแพร่ออกมาในที่สุด

           จากพอดแคสต์ที่บันทึกเรื่องราวชีวิตจริงของเธอ เรื่องราวของ มอลลี่ ถูกนำไปต่อยอดอีกหลายรูปแบบ ทั้งการเขียนเป็นบันทึกความทรงจำในช่วงสุดท้ายของชีวิตขณะนอนป่วยอยู่บนเตียง รวมถึงการนำไปดัดแปลงเป็นซีรีส์โทรทัศน์ทาง FX ในชื่อ Dying for Sex ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเธอออกมาให้ผู้ชมทั่วโลกได้รับรู้

มะเร็งระยะสุดท้าย
ภาพจาก Instagram nikkiboyer

บทสรุปสุดท้ายของชีวิต


           หลังต่อสู้กับมะเร็งระยะที่ 4 มานานกว่า 3 ปี มอลลี่ เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561 ท่ามกลางคนที่เธอรักและ นิกกี้ เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างจนถึงลมหายใจสุดท้าย แม้การเดินทางครั้งนี้ของเธอจะไม่ได้นำไปสู่การพบรักแท้แบบที่เคยฝันไว้ในตอนแรก แต่สิ่งที่เธอได้พบกลับมีคุณค่ามากยิ่งกว่า นั่นคือการได้เรียนรู้ที่จะรัก และในที่สุดก็ได้ตกหลุมรักกับ "ตัวเธอเอง" อย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูลจาก PeopleThe Sun



เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หญิงรู้ตัวป่วยระยะสุดท้าย เลือกทิ้งสามี 13 ปี ได้ลองอะไรใหม่ ๆ กินแซ่บเกือบ 200 หนุ่ม โพสต์เมื่อ 21 กันยายน 2569 เวลา 10:37:26 1,859 อ่าน
TOP
x close