อดีตผู้บริหาร ยอมจ่าย 4.2 ล้าน เข้าบ้านพักคนชรา ไม่วายเจอแบ่งชนชั้นตั้งแต่คืนแรก ถูกเย็นชาใส่หลังบอกเป็นพนักงานบริษัท โอดชีวิตบั้นปลายยังต้องเจออะไรแบบนี้ ?
![บ้านพักคนชรา บ้านพักคนชรา]()
จากรายงานของสื่อญี่ปุ่น ทาคาฮาชิ มาซารุ เคยมีตำแหน่งใหญ่เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ก่อนเกษียณ หลังภรรยาเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาตัดสินใจนำเงินเก็บ 20 ล้านเยน จากเงินฝากทั้งหมด 80 ล้านเยน (ราว 16 ล้านบาท) มาจ่ายเป็นค่าเข้าพักในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่หรูหราแห่งหนึ่ง
ศูนย์แห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและมีการบริการเทียบเท่ากับโรงแรม เขาคิดว่าจะสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายยามเกษียณได้อย่างเป็นสุข แต่ในคืนแรกที่เข้าพัก เขากลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ ของระบบชนชั้นในเลาจน์ส่วนกลาง
เขาเผยว่า การพูดคุยทั่ว ๆ ไปของผู้เข้าพักคนอื่นนั้นล้วนเป็นการหยั่งเชิงถึงภูมิหลังและประสบการณ์ของแต่ละคน เช่น เคยเป็นผู้บริหารบริษัทไหน ลูก ๆ เรียนจบจากมหาวิทยาลัยไหน อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากยกตำแหน่งเดิมมาโอ้อวด เลยบอกว่าตัวเองเป็นแค่พนักงานในบริษัทเล็ก ๆ
เขาเผยถึงความหงุดหงิดว่า คนที่นั่นบางคนถึงขั้นนำการแบ่งชนชั้นจากที่ทำงานเดิมมาใช้ที่ศูนย์ด้วย โดยจะยึดที่นั่งริมหน้าต่างที่มีวิวสวยที่สุดในห้องอาหารเป็นเวลานาน ขณะที่พนักงานในศูนย์ก็ไม่ได้เข้ามายุ่งอะไร
"ผมจ่ายเงินไป 20 ล้านเยนแล้ว ทำไมต้องมาใช้ชีวิตแบบต้องคอยดูสีหน้าคนอื่นอีกล่ะ" ทาคาฮาชิ ระบุ
สุดท้ายแล้วเขาก็ทนกับวัฒนธรรมการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกวันไม่ไหว และตัดสินใจย้ายออกภายใน 1 เดือน ไปใช้ชีวิตอยู่ที่อื่นแทน

วันที่ 22 กันยายน 2569 เว็บไซต์ ETtoday รายงานเรื่องราวของ ทาคาฮาชิ มาซารุ (นามสมมติ) ชายญี่ปุ่นวัย 79 ปี ที่ยอมจ่ายเงิน 20 ล้านเยน (ราว 4.2 ล้านบาท) เพื่อเข้าพักในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระดับหรูแห่งหนึ่ง เดิมหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข แต่ไม่คิดว่าเพียงวันแรกที่เข้าพัก เขากลับสัมผัสได้ถึง "การแบ่งชนชั้นที่มองไม่เห็น" หลังจากที่เขาบอกว่าเคยเป็นพนักงานบริษัทมาก่อน คนรอบข้างก็เย็นชาใส่เขาทันที และเพราะไม่สามารถปรับตัวกับวัฒนธรรมการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นทุก ๆ วันได้ สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจย้ายออกในเวลาไม่ถึง 1 เดือน
จากรายงานของสื่อญี่ปุ่น ทาคาฮาชิ มาซารุ เคยมีตำแหน่งใหญ่เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ก่อนเกษียณ หลังภรรยาเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาตัดสินใจนำเงินเก็บ 20 ล้านเยน จากเงินฝากทั้งหมด 80 ล้านเยน (ราว 16 ล้านบาท) มาจ่ายเป็นค่าเข้าพักในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่หรูหราแห่งหนึ่ง
ศูนย์แห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและมีการบริการเทียบเท่ากับโรงแรม เขาคิดว่าจะสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายยามเกษียณได้อย่างเป็นสุข แต่ในคืนแรกที่เข้าพัก เขากลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ ของระบบชนชั้นในเลาจน์ส่วนกลาง
เขาเผยว่า การพูดคุยทั่ว ๆ ไปของผู้เข้าพักคนอื่นนั้นล้วนเป็นการหยั่งเชิงถึงภูมิหลังและประสบการณ์ของแต่ละคน เช่น เคยเป็นผู้บริหารบริษัทไหน ลูก ๆ เรียนจบจากมหาวิทยาลัยไหน อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากยกตำแหน่งเดิมมาโอ้อวด เลยบอกว่าตัวเองเป็นแค่พนักงานในบริษัทเล็ก ๆ
ผลคือ...ทัศนคติของคนรอบตัวเขาเปลี่ยนไปทันที ไม่เพียงแค่ตัดเขาออกจากวงสนทนา แม้แต่การทักทายกันก็ยังเย็นชามาก
เขาเผยถึงความหงุดหงิดว่า คนที่นั่นบางคนถึงขั้นนำการแบ่งชนชั้นจากที่ทำงานเดิมมาใช้ที่ศูนย์ด้วย โดยจะยึดที่นั่งริมหน้าต่างที่มีวิวสวยที่สุดในห้องอาหารเป็นเวลานาน ขณะที่พนักงานในศูนย์ก็ไม่ได้เข้ามายุ่งอะไร
"ผมจ่ายเงินไป 20 ล้านเยนแล้ว ทำไมต้องมาใช้ชีวิตแบบต้องคอยดูสีหน้าคนอื่นอีกล่ะ" ทาคาฮาชิ ระบุ
สุดท้ายแล้วเขาก็ทนกับวัฒนธรรมการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกวันไม่ไหว และตัดสินใจย้ายออกภายใน 1 เดือน ไปใช้ชีวิตอยู่ที่อื่นแทน
ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday






