เมียโพสต์ตัดพ้อ ผัวเงินเดือน 7 หมื่น แต่ไม่ช่วยเก็บเงินอนาคตลูก แถมถูกมองว่าฟุ่มเฟือย จนคิดถึงขั้นหย่า ก่อนชาวเน็ตเห็นรายละเอียดแล้วทัวร์ลงฝั่งเมียแทน
![ปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัว]()
ผู้โพสต์ระบุว่า ครอบครัวมี 3 คน พ่อ แม่ และลูก โดยสามีรับผิดชอบค่าเทอม ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันรถบางส่วน และแบ่งเงินให้เธอกับลูกเดือนละ 25,000 บาท ส่วนเธอใช้รายได้ 20,000 บาท ดูแลค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูก เช่น ของเล่น เสื้อผ้า หนังสือนิทาน ค่าเรียนพิเศษ และค่าเที่ยว โดยยังแบ่งบางส่วนไปเรียนและปรับปรุงร้าน ที่เหลือซื้อทองเก็บไว้ มูลค่าหลักแสนต้น ๆ
ขณะที่สามีนอกจากเงินเดือนยังมีดอกเบี้ยเงินฝากปีละประมาณ 60,000-70,000 บาท แต่ผู้โพสต์ระบุว่าสามีนำเงินไปสร้างบ้านใหม่ ทั้งที่ครอบครัวมีบ้านอยู่แล้ว เธอจึงเสนอให้แบ่งเงินเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาลูก โดยช่วยกันคนละ 50,000 บาทต่อปี รวมเป็น 100,000 บาท แต่กลับถูกสามีมองว่าใช้เงินฟุ่มเฟือยและต้องการเงินของเขา
นอกจากปัญหาเรื่องเงิน ฝ่ายภรรยาเผยว่า เธอเป็นห่วงอนาคตของลูก เพราะลูกติดเธอมาก แต่ก็รักพ่อ หากหย่ากัน ลูกจะอยู่กับเธอ แต่ด้วยอาชีพที่ไม่มั่นคงจึงกังวลว่าจะลำบาก ขณะเดียวกันหากให้ลูกอยู่กับสามีก็เป็นห่วงเรื่องสุขภาพจิต เพราะมองว่าสามีมักโวยวายและทำเรื่องต่าง ๆ ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
เธอยอมรับว่าการใช้ชีวิตคู่ต่อทำให้เสียสุขภาพจิต และรู้สึกว่าร่างกายเริ่มมีปัญหาชัดขึ้นหลังทะเลาะกัน แม้หลังจากนั้นสามีจะกลับมาทำดี แต่เธอกลับรู้สึกว่าเป็นการทำดีที่ไม่ได้สะท้อนความเข้าใจปัญหาที่แท้จริง
![ปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัว]()
![ปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัว]()
![ปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัว]()
![ปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัว]()
![ปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัว]()
![ปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัว]()
![ปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัว]()

วันที่ 22 กันยายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เล่าปัญหาชีวิตคู่ลงในกลุ่ม กระทู้ปักหมุด หลังมีความขัดแย้งเรื่องการจัดการเงินในครอบครัว โดยระบุว่าสามีมีรายได้เดือนละ 70,000 บาท ส่วนเธอมีรายได้ประมาณ 20,000 บาท ซึ่งไม่แน่นอน แต่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกหลายรายการ จนปัญหาเริ่มกระทบต่อสภาพจิตใจและทำให้ต้องตั้งคำถามถึงอนาคตของครอบครัวจนคิดถึงขั้นหย่าร่้าง
ผู้โพสต์ระบุว่า ครอบครัวมี 3 คน พ่อ แม่ และลูก โดยสามีรับผิดชอบค่าเทอม ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันรถบางส่วน และแบ่งเงินให้เธอกับลูกเดือนละ 25,000 บาท ส่วนเธอใช้รายได้ 20,000 บาท ดูแลค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูก เช่น ของเล่น เสื้อผ้า หนังสือนิทาน ค่าเรียนพิเศษ และค่าเที่ยว โดยยังแบ่งบางส่วนไปเรียนและปรับปรุงร้าน ที่เหลือซื้อทองเก็บไว้ มูลค่าหลักแสนต้น ๆ
ขณะที่สามีนอกจากเงินเดือนยังมีดอกเบี้ยเงินฝากปีละประมาณ 60,000-70,000 บาท แต่ผู้โพสต์ระบุว่าสามีนำเงินไปสร้างบ้านใหม่ ทั้งที่ครอบครัวมีบ้านอยู่แล้ว เธอจึงเสนอให้แบ่งเงินเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาลูก โดยช่วยกันคนละ 50,000 บาทต่อปี รวมเป็น 100,000 บาท แต่กลับถูกสามีมองว่าใช้เงินฟุ่มเฟือยและต้องการเงินของเขา
นอกจากปัญหาเรื่องเงิน ฝ่ายภรรยาเผยว่า เธอเป็นห่วงอนาคตของลูก เพราะลูกติดเธอมาก แต่ก็รักพ่อ หากหย่ากัน ลูกจะอยู่กับเธอ แต่ด้วยอาชีพที่ไม่มั่นคงจึงกังวลว่าจะลำบาก ขณะเดียวกันหากให้ลูกอยู่กับสามีก็เป็นห่วงเรื่องสุขภาพจิต เพราะมองว่าสามีมักโวยวายและทำเรื่องต่าง ๆ ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
เธอยอมรับว่าการใช้ชีวิตคู่ต่อทำให้เสียสุขภาพจิต และรู้สึกว่าร่างกายเริ่มมีปัญหาชัดขึ้นหลังทะเลาะกัน แม้หลังจากนั้นสามีจะกลับมาทำดี แต่เธอกลับรู้สึกว่าเป็นการทำดีที่ไม่ได้สะท้อนความเข้าใจปัญหาที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป กลับมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และหลายความคิดเห็นมองต่างจากเจ้าของโพสต์ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการแบ่งภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว พร้อมมองว่าสามีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายมากอยู่แล้ว ซึ่งที่สามีแบ่งให้ใช้ 25,000 บาท รวมกับรายได้ของภรรยาอีก 20,000 บาท เป็นเงินรวมกันที่ 45,000 บาทต่อเดือน ถือว่าเยอะแล้ว จึงสงสัยว่าเรื่องนี้ควรจะนำมาเป็นปัญหาได้ยังไง
.jpg)
.jpg)
.jpg)
บางความคิดเห็นแนะนำให้ผู้โพสต์พยายามเพิ่มรายได้ของตัวเอง และเสนอว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกอาจแบ่งกันรับผิดชอบให้ชัดเจน ขณะที่บางรายมองว่าหากตัดสินใจหย่า แม้จะมีค่าเลี้ยงดู แต่ด้วยรายได้ที่ไม่มั่นคงก็อาจยังเป็นภาระในการดูแลลูกอยู่ดี
.jpg)
.jpg)
ขณะเดียวกันมีชาวเน็ตบางส่วนมองว่าเงินที่สามีนำไปสร้างบ้านใหม่ หรือเงินที่นำไปลงทุนจนมีดอกเบี้ย ก็ยังอาจเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของครอบครัวและลูก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าสามีก็ดูไม่ได้ใช้เงินเพื่อตัวเองมากนัก และได้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของครอบครัวอยู่แล้ว ดังนั้น ฝ่ายหญิงควรจะพยายามเข้าใจในมุมของฝ่ายชายบ้าง
.jpg)
.jpg)






