สาวโพสต์ภาพชิ้นเนื้อเหลือบสีรุ้งในชามก๋วยเตี๋ยว ถามเกิดจากอะไร กินได้ไหม งานนี้ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์สถดปั่น ย้อนอ่านคำอธิบายชัด ๆ จากผู้รู้
![เนื้อสีรุ้ง เนื้อสีรุ้ง]()
![เนื้อสีรุ้ง เนื้อสีรุ้ง]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nich Thamonwan
![เนื้อสีรุ้ง เนื้อสีรุ้ง]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nich Thamonwan
![เนื้อสีรุ้ง เนื้อสีรุ้ง]()
![เนื้อสีรุ้ง เนื้อสีรุ้ง]()
![เนื้อสีรุ้ง เนื้อสีรุ้ง]()
![เนื้อสีรุ้ง เนื้อสีรุ้ง]()
![เนื้อสีรุ้ง เนื้อสีรุ้ง]()
![เนื้อสีรุ้ง เนื้อสีรุ้ง]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nich Thamonwan

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nich Thamonwan โพสต์ลงในกลุ่ม พวกเราคือผู้บริโภค เป็นภาพของชามก๋วยเตี๋ยว โดยในภาพเผยให้เห็นชิ้นเนื้อที่มีสีรุ้ง ๆ คล้ายคราบน้ำมันติดอยู่บางจุด อยากรู้ว่ากินได้ไหม และเกิดจากอะไรกันแน่
เจ้าของโพสต์ระบุว่้า "สวัสดีค่ะ เนื้อมีแสงสายรุ้งแบบนี้กินได้ไหมคะ เกิดจากอะไรและกินได้ไหมคะพี่ ๆ ขอถามเป็นความรู้ค่ะ"
_5.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nich Thamonwan
_5.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nich Thamonwan
หลังโพสต์เผยแพร่ออกไป ก็มีสมาชิกเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก โดยหลายคนเล่นมุกแซวรูปลักษณ์ของเนื้อ อาทิ "เนื้อม้าโพนี่" และ "เนื้ออัญมณี จานหลักของ 4 จตุรเทพ ซานี่" ขณะที่บางคนเล่าประสบการณ์ว่าเคยเจอเนื้อสีรุ้งในก๋วยเตี๋ยวเหมือนกัน แต่หลังจากนั้นก็ไม่กลับไปกินร้านเดิมอีก เพราะรู้สึกไม่สบายใจ ส่วนอีกหลายคนบอกว่าเข้ามาหาความรู้ แต่กลับขำกับคอมเมนต์จนแทบหยุดไม่ได้
_5.jpg)
_6.jpg)
_6.jpg)
_6.jpg)
_3.jpg)
ไขข้อสงสัย เนื้อสีรุ้งเกิดจากอะไร ?
_7.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nich Thamonwan
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยให้ความรู้ไว้ว่า เนื้อสัตว์ที่ผ่านความร้อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อวัว หรือเนื้อเป็ด สามารถเกิดสีเหลือบรุ้งได้ตามปกติ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "Iridescent Meat" เกิดจากแสงที่ตกกระทบบนเนื้อแล้วแยกออกเป็นสีต่าง ๆ คล้ายกับสีรุ้ง
สาเหตุสำคัญมาจากโครงสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อที่เรียงตัวกัน เมื่อแสงตกกระทบพื้นผิวเนื้อที่มีลักษณะเป็นร่อง แสงบางส่วนจะสะท้อนออกมาแตกต่างกันตามความยาวคลื่น จึงทำให้มองเห็นเป็นสีรุ้งเหลือบ ๆ คล้ายแสงบนแผ่นซีดีหรือฟองสบู่ นอกจากนี้ ความร้อนจากการปรุงอาหารยังทำให้โครงสร้างกล้ามเนื้อจับตัวแน่นขึ้น จึงมีโอกาสเห็นสีลักษณะนี้ในเนื้อที่ปรุงสุกแล้วได้เช่นกัน
แต่สิ่งสำคัญคือ การเห็นสีรุ้งเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเนื้อปลอดภัยหรือเน่าเสีย โดยเฉพาะหากเป็นเนื้อดิบที่มีสีผิดปกติ หรือมีลักษณะอื่นร่วมด้วย ก็ไม่ควรชะล่าใจ สำหรับใครที่เจอเนื้อมีสีแปลกตาในอาหาร จึงควรพิจารณาสภาพอาหารโดยรวมและความสะอาดในการปรุงประกอบกัน ไม่ควรตัดสินจากสีเพียงอย่างเดียว






