พนักงานลาป่วย แต่เพื่อนร่วมงานเจอตัวนั่งกินชาบูตอน 1 ทุ่ม ก่อนตอบ HR มั่นใจว่าไม่ได้ผิด พบลาบ่อยทุกเดือน งานนี้ชาวเน็ตเสียงแตก มองต่างมุม

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 สมาชิกหมายเลข 929079 เว็บไซต์พันทิปดอทคอม โพสต์กระทู้หัวข้อ "พนง. ลาป่วย ตอนค่ำไปเจอนั่งกินชาบู HR เรียกไปตักเตือน เจ้าตัวบอก ไปกินทุ่มนึงมันนอกเวลางานแล้ว คุณคิดเห็นอย่างไร"
เรื่องราวดังกล่าวเริ่มจาก มีพนักงานคนหนึ่งในบริษัทลาป่วย แต่หลังเลิกงานในวันเดียวกัน เจ้าของกระทู้ซึ่งนัดไปกินชาบูกับ HR และเพื่อนร่วมงานอีกหลายคน กลับบังเอิญพบพนักงานคนดังกล่าวนั่งกินชาบูอยู่ที่โต๊ะข้าง ๆ
จังหวะนั้นเพื่อนร่วมงานที่มาด้วยกันได้สะกิดให้คนในโต๊ะดู พร้อมพูดขึ้นว่า "อ้าว คนนี้เขาลาป่วยนี่วันนี้ แล้วทำไมถึงมากินชาบูได้ แล้วเขาก็ชอบลาป่วยทุกเดือนด้วยไม่ใช่เหรอ" ซึ่งเป็นการพูดทิ้งประเด็นให้ HR นำไปคิดต่อ
สำหรับพนักงานคนนี้ มีพฤติกรรมใช้สิทธิ์ลาป่วยทุกเดือน เดือนละ 1-2 ครั้ง โดยสลับเหตุผลกันไป ทั้งปวดท้อง ท้องเสีย หรือปวดประจำเดือน ซึ่งทุกครั้งที่เจ้าตัวหยุดงาน ภาระงานก็จะถูกส่งต่อให้เพื่อนร่วมทีมรับผิดชอบแทน แต่ที่ผ่านมาเพื่อนร่วมงานก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเข้าใจว่าทุกคนมีโอกาสเจ็บป่วยและจำเป็นต้องหยุดพักรักษาตัว
อย่างไรก็ตาม หลังจากได้เห็นภาพพนักงานคนดังกล่าวนั่งกินชาบูในวันที่ลาป่วย ก็ทำให้หลายคนเริ่มเกิดความสงสัยว่า ที่ผ่านมาการลาป่วยทุกเดือนนั้นเป็นการเจ็บป่วยจริง ๆ หรือไม่ จนกลายเป็นประเด็นให้พูดคุยและถกเถียงกันในทีม
กระทั่งวันรุ่งขึ้น HR ได้เรียกพนักงานคนดังกล่าวเข้าไปพูดคุยและตักเตือน พร้อมสอบถามถึงอาการป่วยที่ทำให้ต้องลาหยุดในวันก่อนหน้า แต่พนักงานรายดังกล่าว ตอบอย่างมั่นใจว่า เวลาที่ไปกินชาบูคือช่วง 1 ทุ่ม ซึ่งไม่ใช่เวลางาน เนื่องจากเวลาเลิกงานคือ 17.30 น. ดังนั้นการลาป่วยจึงสิ้นสุดลงตอน 17.30 น. หลังจากนั้นก็ถือเป็นเวลาส่วนตัว จะไปทำอะไรก็ได้ เพราะไม่ใช่เวลางานแล้ว
เรื่องนี้เจ้าของกระทู้ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการตัดสินว่าใครถูกหรือผิด เพียงแต่อยากฟังความคิดเห็นจากคนที่เกี่ยวข้องว่า หากเจอสถานการณ์แบบนี้จะรู้สึกอย่างไร โดยเฉพาะหากเป็น HR จะมีวิธีรับมือกับพนักงานลักษณะนี้อย่างไร หรือถ้าเป็นหัวหน้างาน จะจัดการอย่างไรเมื่อลูกน้องคนดังกล่าวขอลาป่วยอีกในครั้งต่อไป
ขณะที่หากเป็นเพื่อนร่วมงานที่ต้องคอยรับภาระงานแทนทุกครั้งที่อีกฝ่ายลาป่วย จนบางครั้งต้องทำงานเพิ่มและเลิกงานล่าช้าเพื่อเคลียร์งานให้เสร็จ เมื่อมาเจอเหตุการณ์แบบนี้จะมีวิธีจัดการหรือรับมือกับเพื่อนร่วมงานคนดังกล่าวอย่างไร
ภายหลังจากกระทู้ถูกโพสต์ไป ปรากฏว่ามีผู้คนแสดงมุมมองหลากหลายบางส่วนมองว่า การลาป่วยเป็นสิทธิ์ของพนักงาน และการที่เจ้าตัวออกไปกินชาบูหลังเลิกงาน ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ป่วย เพราะอาการเจ็บป่วยบางอย่างอาจเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย หรือปวดประจำเดือน เมื่อได้รับการรักษาหรืออาการดีขึ้นแล้วก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ พร้อมยกตัวอย่างประสบการณ์ของตัวเองที่เคยลาป่วยในช่วงเช้า แต่พอช่วงเย็นอาการดีขึ้นก็สามารถออกไปกินอาหารได้ตามปกติ ดังนั้นจึงมองว่าไม่ควรตัดสินคนจากการพบเห็นเพียงครั้งเดียว
-002.jpg)
-003.jpg)
อีกส่วนหนึ่งมองว่า แม้พนักงานจะมีสิทธิ์ลาป่วย แต่หากมีการลาบ่อยทุกเดือนก็ควรพิจารณาถึงความเหมาะสม โดย HR อาจตรวจสอบประวัติการลาย้อนหลัง 6-12 เดือน สอบถามถึงสาเหตุการเจ็บป่วย และพิจารณาใบรับรองแพทย์ประกอบ ขณะที่บางคนมองว่า บริษัทควรประเมินผลการทำงานตามจำนวนวันลาและผลงานที่ทำได้ ไม่ควรนำเรื่องการออกไปกินอาหารหลังเลิกงานมาตัดสินเพียงอย่างเดียว
ขณะที่ชาวเน็ตอีกกลุ่มมองว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การไปกินชาบูหลังเลิกงาน แต่อยู่ที่พฤติกรรมการลาป่วยเป็นประจำจนทำให้เพื่อนร่วมทีมต้องรับภาระงานแทน บางคนมองว่าแม้จะเป็นสิทธิ์ตามระเบียบ แต่ก็ควรคำนึงถึงความรู้สึกและความเดือดร้อนของคนอื่นด้วย พร้อมแสดงความคิดเห็นว่าการลาป่วยแล้วออกไปกินอาหารนอกบ้านอย่างเปิดเผยอาจไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็เป็นพฤติกรรมที่ทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกไม่ดี และอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในการทำงาน
นอกจากนี้ ยังมีคนเสนอว่า หากเป็น HR หรือหัวหน้างาน อาจต้องจับตาพฤติกรรมและนำประวัติการลาไปประกอบการประเมินผลงาน รวมถึงพิจารณาเรื่องการเลื่อนตำแหน่งหรือเงินเดือน ขณะที่บางคนมองว่า หากเพื่อนร่วมงานรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ ก็อาจเลือกเว้นระยะห่างหรือไม่เข้าไปช่วยเหลือเกินความจำเป็น เพราะไม่ควรต้องรับภาระจากพฤติกรรมของคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว
-005.jpg)
-006.jpg)
-007.jpg)
-008.jpg)
-009.jpg)
-010.jpg)
-011.jpg)
ข้อมูลจาก






