แอพแรกที่คุณเลือก

หนึ่งใจ..เดียวกัน

หนึ่งใจเดียวกัน


หนึ่งใจเดียวกัน



หนึ่งใจ เดียวกัน

          ภาพยนตร์แห่งปีที่จะรวมทุกหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียว 7 สิงหาคม 2551

          หนึ่งใจ..มุ่งมั่น

          หนึ่งใจ..ศรัทธา

          หนึ่งใจ..ให้อนาคต

          "หนึ่งใจ..เดียวกัน" (Where The Miracle Happens) ภาพยนตร์แนวดราม่า สร้างสรรค์สังคม จากบทพระนิพนธ์ เรื่องสั้นที่...ฉันคิด ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สู่ภาพยนตร์ที่จะทำให้ทุกหัวใจหลอมรวม กลายเป็นหนึ่ง "หนึ่งใจ..เดียวกัน" Where The Miracle Happens ของบริษัท โอเรียนทัล อายส์ จำกัด ที่ได้ สิริปปกรณ์ วงศ์จริยวัตร รับหน้าที่กำกับการแสดงหนังเป็นครั้งแรก ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดังมากมาย เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารส, นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, นิศารัตน์ อภิรดี, ซีแนม สุนทร, พิจักษ์ ตระกูลเค้ามูลคดี (รอง เค้ามูลคดี), สมชาย ศักดิกุล, วิทยา เจตะภัย พร้อมทีมนักแสดงเด็กหน้าใหม่ ที่จะทำให้ทุกหัวใจหลงรัก เศร้า และยิ้มไปกับความเดียงสาของพวกเขา โดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมแสดงเป็นพิมพ์ดาว

          หนึ่งใจ..เดียวกัน เรื่องราวการค้นหาความสุขของผู้หญิงคนหนึ่ง กับหัวใจอีกหนึ่งดวง เริ่มต้นขึ้นที่เพียงหลวง โรงเรียนเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่รายล้อมไปด้วยชาวบ้าน และผู้คนหลากหลายความคิด ณ ที่แห่งนี้ทำให้เธอรู้จักการให้ การแบ่งปัน และใจที่เป็นสุข ความสุขของเธอไม่ได้อยู่ท่ามกลางตึกสูงใจกลางเมืองอีกแล้ว แต่กลับอยู่ที่ท้องนาสีเขียวบนดอย และน้ำใจของชาวบ้านที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน...

          สิริปปกรณ์ วงศ์จริยวัตร ผู้กำกับน้องใหม่ไฟแรงมากประสบการณ์ ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์มานานนับ 10 ปี ด้วยการเริ่มต้นจากการเป็นทีมอาร์ต ในภาพยนตร์เรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง จากนั้นก็ได้มาทำโปรดักชั่นดีไซน์ ผู้กำกับหนังโฆษณา รับจ้างเขียนโปรเจ็คงานต่างๆ ทั่วไป มีโอกาสได้ถวายงานให้กับทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี 2-3 ชิ้น  จนกระทั่งล่าสุด มีโอกาสได้กำกับภาพยนตร์เป็นครั้งแรก โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมแสดง


นำแสดง


     ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี       รับบท          คุณพิมพ์ดาว
     ศุกลวัฒน์  คณารส (เวียร์)                                           รับบท         หมอพบธรรม
     ศิรพันธ์  วัฒนจินดา (นุ่น)                                            รับบท          นิล
     นิศารัตน์  อภิรดี (ฟาง)                                               รับบท          แพท
     ซีแนม  สุนทร                                                          รับบท          เบญญา
     พิจักษ์  ตระกูลเค้ามูลคดี (พ่อรอง)                                  รับบท          ผู้ใหญ่บ้าน
     สมชาย  ศักดิกุล (พี่เล็ก)                                            รับบท          สุขโข
     วิทยา  เจตะภัย  (พี่ถนอม)                                          รับบท          พ่อสวย
     ด.ญ. กมนัช  ตันติวิชิตเวช (เจินเจิน)                             รับบท          สวย
     ด.ช. ปานวัชร์ มีปัญญา  (เพ้นท์)                                  รับบท          จ่อย
     ด.ช. ณัฐดนัย  ป้อมบ้านต้า  (ตุลย์)                               รับบท          สำคัญ
     ด.ช. ภานุวัฒน์  ลัตจักร์  (แพค)                                   รับบท          ทองดำ
     ด.ช. อาซ้อง                                                          รับบท          เกอะบ๊ะ
     ด.ญ. รวิกา  ยะมะโน  (ปูเป้)                                       รับบท          จำปี


          "ความสุข" คือ การได้ทำตามฝัน..ของตนเอง หรือ..ได้ทำตามฝัน..ของคนอื่น


เรื่องย่อหนึ่งใจ เดียวกัน


          เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีอดีตอันเจ็บปวดจากการเสียลูกสาวในอุบัติเหตุรถยนต์ เธอได้ รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจโดยใช้หัวใจของลูกสาวมาสวมแทน ทั้งที่เธอกับลูกสาวไม่ค่อยเข้าใจกัน จากนั้นเธอจึงมุ่งหน้าสู่ชนบทเพื่อนำเงินไปพัฒนาโรงเรียนในเขตยากจน เป็นการไถ่โทษและแก้ตัวในสิ่งที่เธอเคยทำผิดพลาด แต่ที่นี่เธอพบกับธรรมชาติอันเงียบสงบ และดวงตาไร้เดียงสาของเด็กๆ...

          จากนักธุรกิจที่สนใจแต่เรื่องวัตถุ เธอกลายเป็นหญิงนักสู้ที่อุทิศตนเพื่อคนอื่น โดยเฉพาะเพื่ออนาคตของเด็กชนบท กลุ่มหนึ่ง เธอต้องต่อสู้กับความยากจน ทัศนคติของคนในหมู่บ้าน และกลุ่มคนที่แสวงหาผลประโยชน์จากเด็กและชาวบ้าน ขณะเดียวกันเธอก็ต้องแข่งกับเวลาของตัวเอง เมื่อร่างกายของเธอเริ่มไม่ตอบ สนองกับหัวใจที่ผ่าตัดมา ความพยายามของเธอ จะสำเร็จลุล่วงหรือไม่ ? อนาคตของเด็กจะเป็นอย่างไร ? 

          ปัญหาที่แท้จริงของการเรียนรู้  ไม่ได้อยู่ที่การขาดความเจริญ หรือความยากไร้ใดๆ     

          เธอค้นพบคำตอบที่แสนเรียบง่าย แต่สำคัญอย่างยิ่งในการแก้ปัญหา...สิ่งนั้นคืออะ ไร ?

          ร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆกับเธอ..ยิ้มไปกับเธอ และร้องไห้ไปกับเด็กๆของเธอ...

 


ศุกลวัฒน์  คณารส (เวียร์)  รับบท  หมอพบธรรม 

          "เวียร์" กับบทหมอหนุ่มมาดนิ่ง "หมอพบธรรม" กับหนังเรื่องแรกในชีวิตการแสดงที่บอกได้เต็มปากเลยว่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตตั้งแต่เล่นละครมา และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงสุดที่มีโอกาสได้มาเล่นหนังเพราะไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เล่นหนังมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีโอกาสแสดงร่วมกับพระองค์ท่านถือเป็นสิ่งสุดยอดของชีวิต 

          บุคลิกของ "หมอพบธรรม" เป็นคนใจเย็น สุขุม รักเด็ก ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จึงได้ตัดสินใจ เดินทางมาเป็นหมอที่ชนบท ที่หมู่บ้านเพียงหลวง เพื่อมารักษาเด็กๆ และเป็นเหมือนผู้นำคอยให้ความรู้ของหมู่บ้าน 

          "บรรยากาศในกองถ่าย แรกๆจะตื่นเต้นมาก เคยเห็นพระองค์ท่านแต่ในโทรทัศน์ ในหนังสือต่างๆ และไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่งจะได้เจอพระองค์ท่านจริงๆ ครั้งแรกที่ได้เจอพระองค์ท่านเป็นวันที่ต้องต่อบทกันว่าแต่ละคนมีบทประมาณไหน แล้วก็เป็นการร่วมนั่งโต๊ะทานข้าวเดียวกันกับพระองค์ท่านครั้งแรกด้วย จำได้ว่าทั้งตัวเกร็ง ตื่นเต้น ทำอะไรไม่ถูกไปหมด" 

          "พอรู้ว่าต้องร่วมแสดงกับพระองค์ท่าน ทุกคนก็เกร็งกันหมด มีการซีร็อกซ์คำราชาศัพท์แจกกันคนละแผ่นเลยจะได้พูดกันได้ถูกต้อง แต่พอเอาเข้าจริงแทบไม่ต้องพูดคำราชาศัพท์เลย พระองค์ท่านบอกว่าพูดธรรมดาๆได้ เราก็เลยสามารถพูดคำธรรมดากับท่านได้ พระองค์ท่านเป็นกันเองมาก สนุกสนาน ร่าเริง เฮฮา ชอบมีมุขมาพูดกับคนในกองเสมอ และพระองค์ท่านก็จะชอบร้องเพลง เลยมีการร่วมร้องเพลงกันในกองด้วย" 

          "และยิ่งได้ร่วมแสดงกับพระองค์ท่านยิ่งรู้สึกว่าพระองค์ท่านสุดยอดมาก ไม่ถือพระองค์เลย เพราะมีฉากที่พระองค์ท่านต้องเล่นตากฝน ต้องล้มตัวลงนอนและหัวฟาดกับพื้น ต้องนอนบนโคลนเละๆ ซึ่งพระองค์ท่านก็เล่นเองหมดเลย เต็มที่มาก เพราะตอนแรกจะมีแค่ฝนผ่านหน้ากล้อง แต่พระองค์ท่านก็บอกเองเลยว่า "ไม่เป็นไร เอามาเต็มที่เลย" ก็เลยได้ถ่ายท่ามกลางฝนตก และฉากนี้เองที่ตื่นเต้นสุดๆ เพราะต้องเป็นคนไปอุ้มพระองค์ท่านขึ้นมาจากพื้นเพื่อช่วยเหลือท่าน และก็กลัวว่าจะทำพระองค์ท่านหล่นหรือเปล่าอีก ก่อนเล่นฉากนี้ก็เลยต้องก้มกราบท่านก่อน เพื่อขออนุญาติแตะเนื้อต้องตัวท่าน ท่านทุ่มเททุกฉาก เล่นเองหมด คือจะใช้สแตนอินน้อยมาก จะใช้ก็ต่อเมื่อเสี่ยงอันตรายจริงๆเท่านั้น" 

          "อย่างอีกฉากที่เรียกว่าค่อนข้างเสี่ยงแล้วพระองค์ท่านก็ตัดสินใจเล่นเอง เป็นฉากที่เกิดไฟไหม้ แล้วต้องวิ่งเข้าไปในสถานที่นั้น แล้วก็ต้องวิ่งออกมา สถานที่ก็เป็นไม้ ติดไฟทั่วไปหมด ฉากนั้นทุกคนต้องเล่นอารมณ์ทั้งตื่นเต้น ตกใจ และกลัวว่าพิมพ์ดาวที่รับบทโดยพระองค์ท่านจะเป็นอะไร กลายเป็นทุกคนก็กลัวกันจริงๆ ตื่นเต้นกันจริงๆ เป็นการแสดงอารมณ์จริงที่รู้สึกตอนนั้นออกมาเลย เลยรู้สึกทึ่งในความทุ่มเทและความตั้งใจของพระองค์ท่านมากๆ" 

          "กับนักแสดงคนอื่นๆ ในเรื่องนี้จะมีเด็กๆเยอะ ยังคิดอยู่ว่าต้องวุ่นวายแน่ๆเลย แต่เด็กๆกลับน่ารักมาก อย่างตอนอยู่ในกองก็จะชอบมาเล่นด้วย เพราะเราจะชอบพาไปเล่นโน่นเล่นนี้ด้วยกันตลอด เด็กๆเลยค่อนข้างจะติด ยกให้เป็นหัวหน้าแก๊งค์กันเลย บางครั้งพาเด็กเล่นซะเพลิน จนโดนผู้กำกับดุบ้างก็มี" 

          "ส่วน "นุ่น" เป็นคนน่ารัก เป็นคนตรงๆ พูดง่ายๆ เวลาทำงานจะตั้งใจมาก เวลาทำงานคือทำงาน จะอ่านบทเพื่อเตรียมตัวในฉากต่อไป จะทำสมาธิก่อนเล่นเสมอ เลยเหมือนเป็นคนดุ เด็กๆเลยจะค่อนข้างกลัวนุ่น ไม่ค่อยเข้าไปใกล้ๆเท่าไหร่ แต่จริงๆไม่มีอะไร เป็นตัวอย่างในการทำงานที่ดีมาก"  

          "บรรยากาศในกองถ่ายตลอดจนการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความสุข สนุก สนานมาก ทุกคนทำงานและแสดงกันอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ และรู้สึกเป็นเกียรติทุกครั้งที่คิดถึงมัน คิดถึงว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ ได้ร่วมแสดงกับพระองค์ท่านรู้สึกเป็นเกียรติกับชีวิตมาก"


หนึ่งใจเดียวกัน



ศิรพันธ์  วัฒนจินดา (นุ่น)  รับบท  นิล 

          "นิล" นักศึกษามหาลัยที่เติบโตมาด้วยการมีชีวิตที่ยากลำบาก จึงทำให้มีนิสัยแข็งๆ ห้าวๆ และลุย กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา ชอบช่วยเหลือคน จะแสดงออกด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด และเป็นคนยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่ชอบคนรวยที่ทำประโยชน์เพื่อเป็นการบังหน้า  

          "พอทราบว่าได้เล่นเรื่องนี้ร่วมกับพระองค์ท่าน รู้สึกตัวเกร็งเลย ตื่นเต้นมาก ในชีวิตไม่เคยได้เข้าใกล้เชื้อพระวงศ์ขนาดนี้เลย รู้สึกเหมือนเราเป็นไพร่ฟ้าประชาชนที่มีโอกาสได้ถวายงานรับใช้ มีโอกาศได้ร่วมงานเหมือนได้แสดงความจงรักภักดีต่อราชวงศ์ แล้วยิ่งเนื้อเรื่องของหนังเป็นผลงานจากพระนิพนธ์ของพระองค์ท่านเรื่อง "เรื่องสั้นที่ฉันคิด" เลยรู้สึกยิ่งเป็นเกียรติในชีวิตมากๆ"  

          "ก่อนถ่ายทำก็รู้สึกตื่นเต้น เกร็ง ไม่รู้ว่าจะแสดงได้หรือไม่ แต่มีการเข้าคลาสเวิร์คช็อปเรียน แอ็คติ้งกับครู "แอ๋ว – อรชุมา ยุทธวงศ์" ทำให้รู้ว่าต้องเล่นอย่างไร คิดอย่างไร วางตัวอย่างไร ทำให้เราผ่อนคลาย หายเกร็ง หายกังวลไปได้บ้าง ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากๆ" 

          "ได้เจอกับพระองค์ท่านครั้งแรกวันที่ไปลองเสื้อผ้าในหนัง ทุกคนได้เข้าเฝ้า ตื่นเต้นกันมาก แต่ที่ทำเอาเกร็งไปกว่านั้นคือ การได้ร่วมแสดงเข้าฉากกันครั้งแรกก็ต้องปะทะอารมณ์กับพระองค์ท่านกันเลย เพราะด้วยคาแร็คเตอร์ของ "นิล" และความเชื่อบางอย่างที่ตัดสินคนจากภายนอก เลยทำให้มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน เกิดการปะทะอารมณ์กันเกิดขึ้น ถือเป็นฉากที่ยากมาก เพราะถ่ายครั้งแรกก็เป็นซีนที่ยากที่สุดของทั้งเรื่องซะแล้ว แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี พระองค์ท่านมีความเป็นมืออาชีพมากๆ คือพอมาอยู่ในเซ็ตเมื่อไหร่ พระองค์ท่านคือ "คุณพิมพ์ดาว" ทันที จะกลายเป็นนักแสดงทันที แล้วเราก็ต้องคิดด้วยว่าพระองค์ท่านเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่รับบท "คุณพิมพ์ดาว" แล้วเราก็คือ "นิล" ที่ต้องปะทะอารมณ์กัน ต้องอยู่ในบทให้ได้ แต่ทันทีที่ถ่ายเสร็จ ก็ทรุดลงกราบประทานอภัยพระองค์ท่านทันทีเลยเหมือนกัน" 

          "จากการที่ได้ร่วมแสดงกับพระองค์ท่าน ได้เห็นสปิริตของความเป็นนักแสดงอย่างมาก คือพระองค์ท่านอยู่สูงมาก แต่วันหนึ่งต้องมาอยู่ในเซ็ตที่ร้อน พื้นไม่สะอาด เต็มไปด้วยโคลน เละเทะไปหมด แต่ก็ไม่เคยได้ยินพระองค์ท่านบ่นสักครั้ง แต่พระองค์ท่านกลับสนุกไปกับการถ่ายทำ แล้วก็เต็มที่มากกับการแสดง หลังจากที่ถ่ายเสร็จทุกครั้งพระองค์ท่านจะมาถามครู "แอ๋ว" ทุกครั้งว่า "เป็นอย่างไรบ้าง ใช้ได้หรือเปล่า" พระองค์ท่านตั้งใจและเต็มที่มาก ทำให้รู้สึกประทับใจในพระองค์ท่านมาก แม้พระองค์ท่านจะตั้งใจกับการทำงานมากเพียงใด แต่ก็ไม่เครียด ทำให้ในกองถ่ายมีบรรยากาศที่สนุก เพราะพระองค์ท่านเป็นคนสนุกสนาน มีอารมณ์ขัน แล้วพระองค์ท่านก็ชอบแซวด้วย เพราะคาแร็คเตอร์ของ "นิล" ในเรื่องต้องเข้มตลอดเวลา เวลาถ่ายก็จะมีซีนที่ไม่ยอม "คุณพิมพ์ดาว" เลยจะมีบุคลิกที่แข็งมากๆ มีการใส่อารมณ์แบบเต็มที่  พระองค์ท่านก็มักจะชอบแซวว่า "ดูนิลสิจะดุไปถึงไหน" คือจะโดนพระองค์ท่านแซวเรื่องเข้มตลอด รู้สึกเขินพระองค์ท่านเหมือนกัน" 

          "สำหรับการร่วมงานกับนักแสดงอื่นๆ อย่าง "เวียร์" เป็นรุ่นน้องในสายวิศวะเหมือนกัน เวลาคุยกันก็จะเหมือนสื่อสารกันง่ายขึ้น เป็นเหมือนพี่น้องคุยกันสบายๆ จะมีบ้างที่ “เวียร์” มาปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายหนังว่าเป็นอย่างไร ก็มีให้คำแนะนำกับน้องไปบ้าง"  

          "ส่วน "น้องฟาง" เป็นเด็กน่ารัก เป็นสีสันของกอง เรื่องนี้เป็นการแสดงและเป็นการถ่ายหนังครั้งแรกจะตื่นเต้นแน่นอน และกังวลว่าจะเป็นตัวถ่วงหรือไม่ เพราะทั้งหมดนี้เราเคยเป็นมาก่อน เห็น "ฟาง" แล้วเหมือนเห็นตัวเองเมื่อ 3 ปีก่อน เลยเข้าใจ และชอบน้องเค้ามากโดยเฉพาะตอนที่น้องเค้ายิ้มมันดูโลกสว่างมาก"

          "พ่อรอง" "ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของนักแสดงมืออาชีพมาก จะคอยสอน คอยแนะนำการเป็นนักแสดง และชอบมีเรื่องราวสนุกๆมาเล่าในกองให้ฟังกันตลอด" 

          "พี่สมเล็ก" "เวลาแสดงร่วมกันจะสนุกมาก เพราะจะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา ตอนซ้อมกันเล่นแบบนี้ แต่พอถ่ายจริงเล่นอีกอย่าง บางทีก็ไม่ทันตั้งตัว แอบขำจนต้องจิกเล็บตัวเอง มีการเล่นมุขแบบไม่บอกกันก่อนล่วงหน้า ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและท้าทายเวลาต้องเข้าฉากกับ "พี่สมเล็ก" ทุกครั้ง" 

          "กับเด็กๆ ก็ประทับใจทุกคน เด็กๆมีความเป็นธรรมชาติมาก แต่ที่รู้สึกถูกชะตาคือ "น้องตุลย์" ที่รับบทเป็น "สำคัญ" คือ "สำคัญ" จะเป็นเด็กที่โตสุด เป็นเด็กเรียบร้อย แล้ว "น้องตุลย์" ก็เหมาะกับบทนี้มากๆ ดูเป็นตัวน้องเค้ามากๆ ส่วนตัวหัวโจก "จ่อย" รับบทโดย "น้องเพ้นท์" เป็นเด็กน่ารัก แต่ก็มีแอบดุน้องเค้าไปด้วยเหมือนกัน แต่ตอนดุดันเปิดไวเล็ทอยู่ เลยเป็นที่เรื่องลือกันในกองเลยว่า "นุ่นรักเด็กมาก!" ทำให้ล้อกันถึงทุกวันนี้"

          "ถือว่าการได้มาเป็นหนึ่งในนักแสดงของเรื่องนี้ เป็นเกียรติกับชีวิตและรู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก นอกจากได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับพระองค์ท่านแล้ว หนังเรื่องนี้ยังพูดถึงการช่วยเหลือคนอื่น ให้คนได้มองเห็นคนอีกสังคมหนึ่ง หวังว่าถ้าหนังเรื่องนี้ออกฉายไป แค่ให้คนดูรู้สึกถึงสิ่งที่พวกเราพยายามถ่ายทอด แค่ได้หันไปมองเห็นคนเหล่านี้บ้าง เท่านี้ก็ช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้นแล้ว"




นิศารัตน์  อภิรดี (ฟาง)  รับบท  แพท 

          "แพท" นักศึกษาปี 3 แสนเรียบร้อย มีโลกส่วนตัวสูง รักแม่มาก แต่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกันเท่าไหร่ เพราะคุณแม่เป็นนักธุรกิจใหญ่โต ที่ประสบความสำเร็จมาก จึงไม่ค่อยมีเวลาให้ ชอบเก็บความรู้สึกไว้ภายในไม่แสดงออก จะถ่ายทอดทุกอย่างผ่านตัวอักษรลงไดอารี่ของเธอเท่านั้น 

          ด้วยความคิดไม่ลงรอยกันบางอย่างระหว่างแม่กับลูก เพราะแม่จะใช้ชีวิตที่มุ่งไปในทางธุรกิจ ยึดติดในวัตถุ และเงินทอง ส่วนลูกนั้นมุ่งที่จะค้นหาความสุขของชีวิตที่แท้จริง ซึ่งความฝันของเธอคือการได้ไปเป็นครูสอนเด็กๆตามชนบท เลยทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นของแม่กับลูก 

          "บท "แพท" นี้ค่อนข้างมีบุคลิกที่ตรงกับตัวเองหลายอย่าง เลยไม่ค่อยยากเท่าไหร่ แต่ด้วยเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิต ที่ผ่านมาเพียงถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบ และถ่ายมิวสิควีดีโอเล็กๆน้อยๆเท่านั้น เลยค่อนข้างเกร็ง แล้วยิ่งต้องมาแสดงร่วมกับพระองค์ท่าน มาแสดงเป็นลูกของพระองค์ท่านก็ยิ่งเกร็งมากเป็นทวีคูน เพราะไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร เหมือนไม่ทันตั้งตัว และรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน รู้สึกว่าเป็นเกียรติในชีวิตที่ได้เกิดมาแล้วมีโอกาสแบบนี้ และก็เชื่อว่าทุกคนก็คงรู้สึกแบบเดียวกันแน่นอน"  

          "พอถึงวันที่ได้แสดงร่วมกับพระองค์ท่าน พระองค์ท่านเป็นกันเองมาก ทำให้ทำงานง่ายขึ้น คลายความเกร็งลงได้มาก และพระองค์ท่านแสดงได้เก่งมาก แสดงเป็นธรรมชาติมากๆ เวลาเล่นซีนระหว่างแม่กับลูก พระองค์ท่านส่งอารมณ์มาให้เยอะมาก เป็นอารมณ์ของแม่และลูกกันจริงๆ ทำให้เรารับอารมณ์จากพระองค์ท่านและสามารถเล่นออกมาได้ พระองค์ท่านช่วยเหลือในการแสดงได้เยอะมากจริงๆ" 

          "ฉากที่ยากมากที่สุด เป็นฉากที่ต้องทะเลาะกับแม่ นั่นก็คือเราต้องเล่นต้องแสดงอารมณ์ทะเลาะกับพระองค์ท่าน ทำให้ฉากนี้ต้องเตรียมตัวนาน ต้องทำการบ้านเยอะมาก และก็ประหม่ามากอีกด้วย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะด้วยบรรยากาศ และการแสดงของพระองค์ท่าน ทำให้มีส่วนช่วยเรื่องการแสดงให้ผ่านไปได้ด้วยดี" 

          "สำหรับนักแสดงคนอื่นๆ อย่าง "พี่นุ่น" จะคอยแนะนำตลอด เวลาแสดงร่วมกัน จะคอยส่งอารมณ์มาให้เก่งมาก ทำให้เราปรับตัวในการแสดงได้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วน "พี่เวียร์" ก็จะเป็นกันเอง สนุกสนาน ทำให้บรรยากาศไม่ตึงเครียด และก็ยังคอยแนะนำในการแสดงให้ด้วย ส่วนพวกเด็กๆ พอได้มาเล่นด้วยกัน ทำให้คลุกคลีกัน ผูกพันกัน และด้วยความน่ารัก ความใส ความเก่งของเด็กๆ สุดท้ายเลยติดกันไปเลย"  

          "หนึ่งใจ..เดียวกัน" "เป็นหนังที่สะท้อนชีวิตจริงในสังคม เป็นมุมเล็กๆที่คนอาจมองข้าม ทำให้ตั้งแต่มาเล่นเรื่องนี้ พอกลับไปมหาวิทยาลัยก็รีบไปหาชมรมอาสาพัฒนาชนบทเลย เหมือนเราได้มาเล่นแล้วรู้อะไรเพิ่มมากขึ้น คิดถึงคนอื่นมากขึ้น เลยคิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะไปสานต่ออย่างในเรื่องเหมือนกัน" 



ซีแนม  สุนทร  รับบท  เบญญา 

         "เบญญา" เลขาส่วนตัวของ "คุณพิมพ์ดาว" เป็นเลขาที่แอ็คทีฟมาก ทำงานเก่ง เป็นมือขวาให้เจ้านาย คอยติดต่องานต่างๆ เก่งด้านไฮเทคโนโลยี และติดมือถือเป็นชีวิตจิตใจ แต่เป็นคนที่โก๊ะมาก จนทำให้ดูตลกเหมือนตัวการ์ตูน 

          "การได้มาเล่นเรื่องนี้เริ่มจาก บริษัทหนังเอาบทมาให้อ่าน พออ่านจบแล้วรู้สึกว่า "เบญญา" เป็นตัวเองมาก โก๊ะๆ ตลกๆ ก็เลยรับเล่น แล้วอีกอย่างอยากเล่นหนังมากอยู่แล้วเพราะติดใจการเล่นหนังตั้งแต่เรื่องที่ผ่านมา โดยที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าต้องแสดงร่วมกับพระองค์ท่าน พอหลังจากทราบว่าต้องแสดงร่วมกับพระองค์ท่านก็ตกใจมาก ทั้งเหวอ แล้วก็ช็อคมากๆ แต่ก็ดีใจมากสุดๆเหมือนกัน" 

          "ตอนเจอพระองค์ท่านครั้งแรก คือวันที่ต้องไปถ่ายรูปและลองเสื้อผ้าในหนัง วันนั้นพอไปถึงก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร มือไม้มันสั่นไปหมด จะต้องคลานเข่า จะต้องเรียบร้อยแค่ไหน รู้สึกว่าตื่นเต้นและเกร็งไปหมด เพราะตัวเองเป็นคนกระเปิ๊บกระป๊าบมาก ใช้ราชาศัพท์ก็ไม่เป็น คิดไปต่างๆนานา แต่พอได้เจอพระองค์ท่าน พระองค์ท่านกลับเป็นกันเองมาก และมีแซวด้วยว่า "ผอมลงนะ" เพราะพระองค์ท่านคงเคยเห็นตอนคอนเสิร์ตเอเอฟ ทำให้ทุกอย่างที่เรากังวล และเกร็งหายไปหมดเลย"  

          "ในด้านการแสดงของพระองค์ท่าน พระองค์ท่านมีความตั้งใจมากๆ บางครั้งเวลาเข้าฉากพระองค์ท่านต้องไปทรงงานมาก่อนถึงมาเข้าฉาก แต่พระองค์ท่านก็สามารถทำได้ดีมาก แสดงได้เก่งมากจนเราอินตามเลย แถมบางครั้งมีการถ่ายกันข้ามวัน พระองค์ท่านก็ไม่เคยบ่น หรือบางวันต้องหยุดถ่ายเพราะฝนตก เราก็ต้องรอกัน ซึ่งพระองค์ท่านก็นั่งรอด้วยอย่างอารมณ์ดี และบางครั้งพระองค์ท่านก็ชวนคนในกองคุยเล่นกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย ทำให้กองถ่ายสนุกและประทับใจกันมาก"    

          "เรื่องนี้กว่า 80% ต้องแสดงร่วมกับพระองค์ท่าน คือแค่แสดงอย่างเดียวก็เรียกว่าตื่นเต้นและยากแล้ว เพราะบท "เบญญา" แม้ว่าบทจะใกล้เคียงตัวจริง แต่เวลาเล่นก็ยากเพราะเวลาเล่นต้องเล่นเป็นเลขาที่ตั้งใจทำงานมากจนดูตลกไปเอง ไม่ใช่ให้เราตั้งใจเล่นให้ตลก คืออยากให้ตลกแบบธรรมชาติด้วยตัวเอง ก็เลยต้องทำความเข้าใจกับบทนี้ให้มาก ต้องจับคาแร็คเตอร์ของ "เบญญา" นี้ให้ได้ เลยยากตรงนี้ แต่นี่ยังต้องแสดงร่วมกับพระองค์ท่านอีก มือไม้สั่นไปหมด พอเห็นพระองค์ท่านเราก็จะลืมตัวว่าเราเป็น "เบญญา" ก็จะหลุดขออภัยพระองค์ท่านอยู่เรื่อย แต่พระองค์ท่านก็ใจดีมากคอยบอกว่าให้เราเล่นเต็มที่ได้เลย และพอพระองค์ท่านเห็นว่าเราเกร็ง พระองค์ท่านก็จะคุยด้วย เลยทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ด้วยพระเมตตาของพระองค์ท่านจริงๆ" 

          "การได้ร่วมแสดงในเรื่องนี้กับพระองค์ท่าน ถือว่าเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลมาก เป็นเกียรติแก่ชีวิตสุดๆ เพราะในชีวิตนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดพระองค์ท่านแบบนี้อีกเมื่อไหร่ ลูกๆหลานๆเราจะได้ดูเรา มันเป็นความรู้สึกที่จะจดจำไปจนวันตาย ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดและร่วมแสดงกับพระองค์ท่านอย่างนี้ เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจจริงๆ"



หนึ่งใจเดียวกัน

หนึ่งใจเดียวกัน

หนึ่งใจเดียวกัน 



หนึ่งใจเดียวกัน

หนึ่งใจเดียวกัน

หนึ่งใจเดียวกัน

หนึ่งใจ เดียวกัน


หนึ่งใจ เดียวกัน 

หนึ่งใจเดียวกัน

หนึ่งใจ เดียวกัน

หนึ่งใจ เดียวกัน 

หนึ่งใจเดียวกัน

หนึ่งใจ เดียวกัน

หนึ่งใจ เดียวกัน 

หนึ่งใจเดียวกัน

หนึ่งใจ เดียวกัน

หนึ่งใจ เดียวกัน 

หนึ่งใจ เดียวกัน

หนึ่งใจเดียวกัน

หนึ่งใจเดียวกัน

หนึ่งใจเดียวกัน

 



ข้อมูลและภาพประกอบจาก
 

หนึ่งใจ..เดียวกัน โพสต์เมื่อ 11 กรกฎาคม 2551 เวลา 16:06:18 71,925 อ่าน แสดงความคิดเห็น