มาร์กี้ กับชีวิตลงตัวเรียบง่าย


มาร์กี้


          ครองใจแฟนละครได้อยู่หมัด สำหรับ "มาร์กี้-ราศี บาเล็นซิเอก้า" สาวใสวัย 18 ปี ลูกครึ่ง ไทย-สเปน กับบทบาทของ "เพิ้ง" ในละคร "บาดาลใจ" ทางช่อง 3 ซึ่งที่ผ่านมาผลงานของเธอ อาจจะไม่ได้มากมาย แต่ก็ถือว่าไม่น้อย สำหรับคนที่กำลังอยู่ในวัยเรียนอย่างเธอ มาร์กี้เปิดใจกับ "ดาวต่างมุม" ถึงการแบ่งเวลาเรียนและงานได้อย่างลงตัว

ผลตอบรับของละคร "บาดาลใจ" เป็นอย่างไรบ้าง?

          มาร์กี้ : ก็ดีค่ะ ก็มีคนเรียก "เพิ้ง" แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาสลับตัวเป็นอีกตัวหนึ่งคือตัว "แก้ว" ยังไม่รู้ว่าผลของตัวนี้จะเป็นยังไง แต่ก็น่าจะโอเค มันเป็นละครแบบดูสบายๆ คนก็เลยอยากดูละครแบบนี้ ผลตอบรับก็ออกมาดี

ที่ผ่านมาผลงานดูหายๆ นะ เป็นเพราะอะไร?

          มาร์กี้ : หนูเรียนค่ะ แล้วก็สอบเทียบด้วย ตอนนี้อายุ 18 ปี แต่อยู่ปี 2 แล้ว คือที่ผ่านมาก็ทุ่มให้กับการเรียน แล้วก็ลิมิตตัวเองมีแค่นี้ มีความสามารถแค่เท่านี้ ก็เลยไม่อยากให้ทุกอย่างมันเสีย ถ้าอัดมากเกินไป งานก็จะไม่ดี เรียนก็จะไม่ดี ก็จะเจ๊งไปหมดทุกอย่าง ก็เลยเลือกที่จะทำแบบนี้ดีกว่า ไม่ได้ซีเรียสที่จะต้องมีงานเยอะ แต่งานก็ไม่ได้น้อยนะคะ ก็มีละครปีหนึ่ง 2 เรื่อง ก็กำลังดี ถ้ามีเยอะเกินไปเดี๋ยวคนจะเบื่อซะก่อน ที่ผ่านมาก็คือเรียนหนักด้วย เพราะเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้ว

แล้วแบ่งเวลาเรียนกับทำงานอย่างไร?

          มาร์กี้ : อย่างละครมันจะมีคิวถ่าย จันทร์-อังคาร-พุธ หรือไม่ก็ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และตอนนี้เราเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว มันก็เลือกได้ ถ้าละครถ่าย จันทร์-อังคาร-พุธ เราก็ไปเรียน พฤหัสบดี-ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนสมัยเรียนมัธยม เราก็จะถ่ายละครได้เฉพาะหลังเลิกเรียนกับ เสาร์-อาทิตย์

เหนื่อยไหมกับวัยเพียง 18 ปี แต่ต้องทำงานด้วยเรียนด้วย?

          มาร์กี้ : เหนื่อยค่ะ เหมือนเวลามันสั้นลงมาก ผ่านไปแล้วอาทิตย์หนึ่ง อาทิตย์หน้าสอบอีกแล้ว ยังเจอหน้าอาจารย์ไม่กี่ครั้งเอง แต่มาร์กี้ไม่เคยขาดเรียนเลย เป็นความตั้งใจของมาร์กี้ที่จะไม่ขาด ถ้าไม่ใช่จำเป็นจริงๆ คิวละครจะมาขอก็ไม่ยอมขาดเรียน คือหนูจะจัดไว้แล้ว คิวถ่ายแยกไว้แล้ว ถ้ามาขอคิวเพิ่มอาจจะขอคิวยากหน่อย

ถึงจะเหนื่อยแต่สิ่งที่ได้รับก็คุ้มค่า?

          มาร์กี้ : มันคุ้มนะคะ ได้รู้จักคนมากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น มันมีหลายๆ อย่างที่ถ้าเราไม่ได้อยู่ตรงนี้เราก็จะไม่รู้ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เราอยากทำอะไรก็ทำ คือถ้ากี้อยากทำอะไรกี้ก็ทำ แม่เขาไม่ห้าม เราเองก็รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ อะไรที่ทำผิดไปรู้แล้วก็อย่าทำอีก

พอเข้ามาอยู่ตรงนี้คุณพ่อคุณแม่มีเน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหม?

          มาร์กี้ : ก็ไม่ได้เน้นอะไรมาก ได้แต่บอกว่าตั้งใจทำให้ดีที่สุด แล้วก็ถ้าเราทำอะไรแล้วให้ทุ่มเต็มที่ จะได้ดีหรือไม่ดียังไงคือเราทำเต็มที่แล้ว ถ้ามันออกมาไม่ดีก็ไม่เป็นไร ถือว่าเราทำได้แค่นี้ แต่เราก็ต้องพยายามให้เต็มที่ คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้มีห่วงอะไรเป็นพิเศษ คือเขาจะให้หนูดูแลตัวเอง อย่างคิวละครคิวงานก็ดูแลเอง ถ้าไม่ไหวก็ค่อยไปบอกเขา คุณแม่เขาก็มีงานของเขาอยู่แล้ว จะให้มาดูเราตลอด มันก็จะเยอะไปสำหรับแม่ แม่ก็ทำงานของแม่ หนูก็ทำงานของหนู ช่วงแรกๆ คุณแม่ก็มีตามไปกองถ่ายบ้าง แต่ช่วงหลังๆ คุณแม่รู้ว่าหนูดูแลตัวเองได้ ก็ไปคนเดียว ไม่อย่างนั้นมันก็จะเสียเวลาทำงานของแม่ด้วย เกรงใจคุณแม่ค่ะ

ด้วยความที่เป็นลูกครึ่ง ถูกเลี้ยงสไตล์ฝรั่งหรือเปล่า?

          มาร์กี้ : มันก็ปนๆ กันไป อย่างอยากไปไหนก็ไปได้ แต่ต้องโทรฯ ไปบอกก่อนว่าเดี๋ยววันนี้จะไปเที่ยวกับเพื่อนที่โน่นที่นี่นะ เขาก็จะถามว่าไปกับใคร แม่รู้จักหรือเปล่า กลับกี่โมง ก็แค่นี้ แม่ไม่ได้ห้าม แต่ถ้าที่ไหนแม่รู้สึกว่า อย่าเพิ่งไปดีกว่า แม่ก็จะบอกว่า เออมันดึกแล้วไว้วันหลังดีกว่า กี้ก็ไม่เป็นไรไว้ไปวันหลังก็ได้ ส่วนคุณพ่อก็เป็นคนสเปนก็เลี้ยงแบบปกตินะ ก็มีห่วงมาก อย่างเรื่องอาหารนี่คุณพ่อจะให้กินแบบคนสเปนเลย คือกิน 4 เวลา เช้า เที่ยง เย็น แล้วก็ กลางคืน แล้วจะกินแบบปริมาณเยอะมาก จนบางทีต้องบอกพ่อว่า หนูเป็นลูกครึ่ง บางทีมันกินเท่าคนสเปนไม่ไหว มันเยอะเกินไป พ่อก็จะบอกว่า ที่สเปนเขากินกันอย่างนี้ จะได้แข็งแรง ก็จะมีการเลี้ยงแบบสเปนติดมานิดหนึ่ง

แต่เราชอบการเลี้ยงดูแบบไหนมากกว่ากัน?

          มาร์กี้ : ปนๆ กันไป แบบนี้แหละค่ะ ดีแล้ว เพราะว่ามารยาทไทย หนูว่าเป็นอะไรที่ดีที่สุดสำหรับทุกเชื้อชาติแล้ว อย่างการไหว้ การเคารพผู้ใหญ่ หนูสังเกตว่าภาษาอื่นไม่มีคำว่า คะ ขา ครับ มีแค่ ไอ กับ ยู จบ ไม่มีหางเสียง ภาษาไทยพูดแล้วฟังเพราะกว่า แต่การเลี้ยงแบบฝรั่งก็ดีตรงที่มีอิสระ เราเลือกเองได้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ จะได้มีประสบการณ์ของตัวเองว่าเออแบบนี้มันผิดมันถูก คือถ้าเราไม่ได้เจอกับตัวเองเราก็จะไม่รู้ แต่ถ้าปล่อยให้ไปทำโน่นทำนี่แล้วมันผิด เราก็จะรู้สึกว่า เออนะมันไม่น่าทำเลย เราก็จะไม่อยาก โตขึ้นมันก็จะไม่ทำไปเองโดยอัตโนมัติ คุณแม่เคยถามตอนอยู่ไฮสคูล คือคุณแม่เคยเห็นเพื่อนกี้สูบบุหรี่ แม่ก็ถามว่าเราดูดด้วยหรือเปล่า หนูก็บอกว่าไม่ได้ดูด แม่ก็ถามว่าไม่ลองล่ะจะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง แต่ว่าหนูไม่ชอบของหนูเองอยู่แล้ว เราก็งงว่าทำไมแม่ถึงถามอย่างนั้น แต่เราเป็นคนไม่ค่อยอยากรู้ แต่น้องกี้เป็นคนชอบลอง เขาก็ลองแล้วเขาก็รู้ว่า ไม่เห็นจะมีอะไรดีตรงไหนแล้วเขาก็เลิก ไม่รู้สึกอยาก จะไม่เหมือนคนอื่นที่ต้องมาแอบหรืออะไร และคนในครอบครัวกี้ก็ไม่มีใครสูบบุหรี่เลย

ตอนนี้มาร์กี้พอใจกับผลงานตัวเองมากน้อยแค่ไหน?

          มาร์กี้ : มันก็ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ คือหนูพยายามทำให้ดีที่สุด คือถ้าเราทำที่สุดของเราแล้ว เราก็จะพอใจ อย่างน้อยที่สุดคือมันได้แค่นี้ แต่ถ้าเราทำไม่สุด ปล่อยมันผ่านไป พอเรากลับมาดูอีกที เราก็จะรู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ถ้าเราทำสุดๆ แล้ว เราจะไม่มีความรู้สึกนี้

เรายังต้องมีพัฒนาตรงไหนบ้าง?

          มาร์กี้ : ทุกอย่างเลย มันไปได้อีกเรื่อยๆ หนูเพิ่งเล่นละครได้แค่ 4-5 เรื่องเอง ก็อยากให้มันพัฒนาไปเรื่อยๆ เลย ทั้งการพูด เมื่อก่อนเป็นคนพูดไม่อ้าปาก เดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้น แต่มันก็ต้องพัฒนาไปอีก อย่างการเรียนแอ๊คติ้งเพิ่มเติมนั้น ก็ต้องแล้วแต่ผู้จัดแต่ละเรื่องด้วยว่ามีครูมาสอนหรือเปล่า ถ้ามีหนูก็ไปตลอด อย่างตอนถ่าย "บาดาลใจ" พี่แดง-ธัญญา ก็ให้ไปเรียนกับหม่อมน้อย ก็พยายามไปเรียนให้มากที่สุด หม่อมก็บอกว่าถ้าเราฝึกฝนมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งดี คือถ้าขาดเรียนครั้งหนึ่ง มันก็จะไม่ต่อเนื่องกัน

เป้าหมายของเราอยู่ที่อะไร?

          มาร์กี้ : ตอนนี้หนูก็พยายามทำทุกอย่างให้มันดีที่สุดไปก่อน แต่ยังไม่รู้เหมือนกันว่าชอบอะไรยังไง รู้แต่ว่าตอนนี้ชอบทางด้านนี้อยู่ แต่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร อยากทำตรงนี้ให้ดีที่สุดก่อน ก็อยากอยู่ในวงการไปให้ได้นานๆ ก็มีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ อย่างเป็นพิธีกร เคยเป็นนะแต่ไม่ทำดีกว่า เพราะมันทำไม่ดี พอรู้ว่าตัวเองทำไม่ดี มันเสียหลายๆ อย่าง เสียทั้งเพื่อนร่วมงานที่ทำด้วย เขาจะโดนเราฉุดไปด้วย งานก็ออกมาไม่ดี เรตติ้งก็ไม่ดี คนดูก็ไม่อยากดู มันเสียเวลาหลายๆ อย่าง เอาไว้ให้ฝึกฝนได้ดีกว่านี้ แล้วค่อยมาทำดีกว่า ตอนนี้อยู่ในวงการมา 3 ปี เล่นละครมาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่ามันก็น่าจะดีได้กว่านี้ (หัวเราะ) บางทีมันรู้สึกเหนื่อย เฮ้อ วันนี้ก็สอบ พรุ่งนี้ก็ถ่ายละคร พอมันรู้สึกเหนื่อยมันก็เลยไม่อยากทำ แต่มันต้องไม่มีความรู้สึกตรงนี้ มันถึงจะดีขึ้น กี้ก็มีคติประจำใจคือ ทำงานด้วยความรักค่ะ แล้วมันจะออกมาดี

วงการบันเทิงในความคิดของมาร์กี้ก่อนหน้านี้กับตอนนี้มันต่างกันไหม?

          มาร์กี้ : ก็ไม่ค่อยแตกต่างนะคะ แต่ว่ามันสนุก เวลาทำงานได้เจอคนโน้นคนนี้ ไปกินข้าวด้วยกัน ทำงานด้วยกัน อยู่ด้วยกันเป็นเดือน ก็รู้สึกว่ามันทำงานด้วยความอบอุ่น ไม่เคยมองภาพวงการบันเทิงน่ากลัว ไม่เคยคิดแบบนั้นเลย ถ้าคิดแบบนั้นคงไม่มาอยู่ตรงนี้ อย่างเมื่อก่อนไม่มีปาปารัซซี แต่ตอนนี้มีก็รู้สึกเฉยๆ หนูก็อยู่ปกติของหนูไป คงไม่มีอะไรน่าสนใจมาก คนก็เลยไม่ค่อยถ่ายมั้ง มันก็อยู่ที่ตัวเรา ถ้าเราทำอะไรถูกก็ไม่เห็นต้องกลัว ถ้าทำสิ่งที่ผิดก็ปรับปรุงตัว

ขนาดอยู่แบบเงียบๆ ยังไม่วายมีข่าว?

          มาร์กี้ : ก็นานๆ ทีหนึ่ง (หัวเราะ) อย่างล่าสุดที่ข่าวกับพี่อั้ม (อธิชาติ ชุมนานนท์) ก็เพิ่งมีอันนี้แหละที่เป็นลอตใหญ่ แต่ไม่มีอะไรเลย ตลกมากที่มีข่าวแบบว่า พี่พิ้งกี้ (สาวิกา ไชยเดช) มาคุยกับหนู หนูไปคุยกับพี่พิ้งกี้ อะไรงี้ด้วย คือหนูกับพี่พิ้งกี้อ่ะรู้จักกัน เคยเจอกันในงาน ก็คุยปกติไม่มีอะไรเลย

ข่าวมันบั่นทอนกำลังใจไหม?

          มาร์กี้ : ไม่ค่ะ ขำๆ มากกับข่าว หนูเองไม่ค่อยรู้เรื่องข่าวมากนัก แต่พี่อั้มเขาจะชอบซื้อหนังสือพิมพ์เอามากองถ่าย เขาก็จะบอกนี่ข่าวเต็มเลย หนูก็เหรอ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย พอเปิดดู โห ทุกฉบับเลย(หัวเราะ)

มาร์กี้สนิทสนมกับพี่เขามากไปหรือเปล่า คนถึงเข้าใจผิด?

          มาร์กี้ : คือเวลาอยู่ในกองถ่ายพี่อั้มเขาชอบแกล้ง เหมือนหนูเป็นน้องชายมากกว่า คือเหมือนพี่อั้มเล่นกับผู้ชาย บีบก็บีบจริงๆ ไม่ได้คิดว่าหนูเป็นเด็กผู้หญิงเลย ไม่คิดว่าหนูจะเจ็บจะปวดเลย พี่เขาเต็มที่มาก คนอาจจะเข้าใจผิด (หัวเราะ) บางทีก็จะบอกพี่เขาว่า พี่ขาหนูเป็นผู้หญิงนะ เบาๆ หน่อยช้ำแล้ว แต่หนูไม่ซีเรียสกับข่าว มันมีเรื่องอื่นให้ซีเรียสแล้ว ไปซีเรียสเรื่องอื่นดีกว่า หนูเข้าใจว่ามันก็เป็นงานนักข่าว เหมือนหนูทำงานนี้หนูก็แสดง เป็นนักข่าวก็ต้องหาข่าว ก็ปกติไม่เห็นเป็นอะไรมาก

แล้วตอนนี้มีคนเข้ามาจีบไหมล่ะ?

          มาร์กี้ : ไม่มีเลย หนูเดินไปเอแบค บางทีคนยังไม่รู้ว่าเป็นมาร์กี้ อย่างตอนเช้าไปเรียนก็วิ่งขึ้นไปเรียน เรียนเสร็จปุ๊บออกมาไปแล้ว ไม่มีใครได้เห็นหน้าหนู เคยมีคนมาเขียนใน hi 5 ว่าวันนี้ได้เห็นมาร์กี้ด้วย เป็นบุญตาจริงๆ เพราะปกติจะวิ่งขึ้นวิ่งลงแล้วหายไปแล้ว เราก็ไม่รู้ตัวว่าเรารีบขนาดนั้น มันเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ ก็เลยส่งผลอาจจะไม่มีใครเข้ามา แล้วชีวิตกี้ก็อยู่ในกองตลอด เจอแต่เพื่อนนักแสดงด้วยกัน ไม่ได้เจอใครด้วย มีแค่บ้าน มหาวิทยาลัย แล้วก็กองถ่าย

มาร์กี้อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ไหม?

          มาร์กี้ : กี้ก็ตั้งใจทำงานให้ออกมาดีที่สุด ก็อยากให้ทุกคนลองชมผลงานกี้ด้วย มีอะไรดีไม่ดีก็ติชมกันมาได้ กี้จะได้พัฒนาฝีมือขึ้นมาเรื่อยๆ ค่ะ

          แหม...ช่างเป็นจังหวะชีวิตที่ลงล็อก งานที่ลงตัวซะเหลือเกิน ทำตัวดีอย่างนี้ รับรองห่างไกลข่าวฉาวแน่นอน


เรื่อง : คนกลาง
ภาพ : ศุภพล กมลาภิรมย์


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก



เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
มาร์กี้ กับชีวิตลงตัวเรียบง่าย โพสต์เมื่อ 3 สิงหาคม 2551 เวลา 12:11:58 62,229 อ่าน
TOP
x close