ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 กันยายน กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา จากหลายสถาบัน ในนามโรงเรียนสาธิตมัฆวานฯ แห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน และเครือข่ายกว่า 200 คน ซึ่งเป็นตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ จำนวน 15 แห่ง และโรงเรียนมัธยมอีก 2 แห่ง รวมตัวกันที่บริเวณถนนหน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน มีการปราศรัยโดยใช้รถติดเครื่องขยายเสียง มีตัวแทนนักศึกษาจากกลุ่มดังกล่าวผลัดกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาล และเรียกร้องนักศึกษาและวัยรุ่นที่สัญจรผ่านไปมาเข้าร่วมการชุมนุมการชุมนุมดังกล่าวส่งผลให้การจราจรบริเวณหน้าสยามพารากอนติดขัดอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มเยาวชนพันธมิตรชุมนุมกันบนพื้นผิวการจราจร 2 ช่องทาง ใต้สถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ ขณะที่บริเวณดังกล่าวฝนตกลงมาอย่างหนัก
จากนั้นกลุ่มนิสิต นักศึกษา ได้เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่ออ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 5/2551 เรื่อง คำถามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต้องตอบประชาชน โดยระบุว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน องค์กรตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ควรจะเป็นหน่วยงานที่เป็นที่พึ่งของ ประชาชน แต่กลับกลายเป็นว่าสังคมได้ตั้งข้อกังขาต่อองค์กรตำรวจอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ มีพฤติการณ์อันแสดงให้เห็นว่ามุ่งปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐ จนละเลยที่จะคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสำคัญ การเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน ความล่าช้าในการดำเนินการเป็นขั้นต้นของกระบวนการยุติธรรมในคดีต่างๆ
ในฐานะของเยาวชนรุ่นใหม่ ที่มีความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือง จึงพิจารณารวมข้อสงสัยอันเกี่ยวเนื่องกับการทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติ ราษฎร์ 10 คำถาม ที่ตำรวจต้องตอบประชาชน อาทิ กรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกดักยิงขณะเดินทางไปบ้านพักนายกรัฐมนตรี จะใช้เวลาเท่าใดในการสืบสวนสอบสวน หาคนผิดมาดำเนินคดี หรือเหตุการณ์ความรุนแรงในหลายจังหวัดทั้งที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หรือกรณีกลุ่มคนรักอุดรฯ รุมทำร้ายพันธมิตร และกรณี นปช.บุกเข้ามาทำร้ายประชาชนที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำได้เพียงยืนมองอย่างแน่นิ่งราวไร้วิญญาณ
การเคลื่อนขบวนมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งนี้ มีนักเรียน นักศึกษา จากสถาบันต่างๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตเทเวศร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เทคนิคกรุงเทพ เพาะช่าง โดยทั้งหมดเคลื่อนขบวนมาจากสยามพารากอน มีการใช้รถเคลื่อนที่มีแกนนำไฮด์ปาร์ค โดยใช้นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตเทเวศร์เป็นการ์ดดูแล ความปลอดภัย ทั้งหมดมาในชุดนักศึกษา มีผ้าพันคอ ผ้าโพกหัวสีเหลือง เขียนข้อความกู้ชาติ มีธง ป้ายผ้าเขียนข้อความด่าตำรวจ บางผืนก็ระบุสถาบันการศึกษาที่มา โดยขบวนดังกล่าวมี นายศิริชัย ไม้งาม หนึ่งในแกนนำพันธมิตรรุ่น 2 และ น.ส. ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ดารานักแสดง เป็นผู้ควบคุมมา
นักศึกษาหญิงซึ่งทำหน้าที่หน่วยรักษาพยาบาล กล่าวว่าออกมาเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงต่อประชาชนเกินกว่าเหตุ เพราะได้อยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดการปะทะระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย และกลุ่ม นปช. จนทำให้มีผู้เสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ออกมาห้ามปรามหรือป้องกันเท่าที่ควร
ตัวแทนนักเรียนรายหนึ่งที่เข้าร่วมการชุมนุมหน้าสยามพารากอน กล่าวว่า ที่มาร่วมกับพี่ๆ นักศึกษานั้น ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก และรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทยในขณะนี้บ้าง เพราะเหตุการณ์ขณะนี้ไม่ใช่เดือดร้อนเฉพาะคนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่ทุกคนในประเทศไทยได้รับความเดือนร้อนกันทั่วหน้า
"พวกหนูอยากให้นายกฯ รู้ว่ายังมีพลังบริสุทธิ์ของนักเรียน นักศึกษา ไม่พอใจต่อการกระทำของนายกฯ และอยากให้นายกฯ เสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมบ้าง" ตัวแทนนักเรียยนกล่าว
ด้าน ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา ที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันว่า เป็นสิทธิของนักศึกษา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่และมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ที่จะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยสนับสนุนหรือเห็นพ้องกับกลุ่มการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยทุกแห่งควรให้การสนับสนุนความคิด การแสดงออก รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ของนิสิต นักศึกษา แต่ก็ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ส่วนกรอบจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของนักศึกษาแต่ละคน และการแสดงความเห็นของนักศึกษาถือเป็นปัจเจก เหมือนการแสดงความเห็นของอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ใช่ความเห็นของสถาบันการศึกษา
ส่วน รศ.ดร.คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงกรณีนักศึกษารามคำแหง 2 คน ถูกยิงบาดเจ็บในระหว่างเดินทางไปบ้านพักนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงเจตจำนงให้นายกรัฐมนตรีลาออก ว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเข้าไปดูแลแล้ว และวันที่ 5 กันยายน หากมีเวลาจะเข้าไปเยี่ยมนักศึกษาด้วยตัวเอง ทั้งนี้เห็นว่า การแสดงออกทางการเมืองของนักศึกษารามฯ เป็นสิทธิส่วนบุคคล มหาวิทยาลัยไม่ห้ามปราม แต่การเคลื่อนไหวต่างๆ ได้เตือนนักศึกษารามฯ ตลอดเวลาว่า สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่ห้ามใช้ความรุนแรงเด็ดขาด ขอให้รักษาภาพลักษณ์ของปัญญาชนไว้ ไม่ควรทำอะไรเลยเถิด ทั้งนี้ ไม่ว่านักศึกษารามฯ จะขึ้นเวทีพันธมิตรหรือเวที นปช.ก็ได้ทั้งนั้น เพราะนักศึกษาจะต้องฝึกฝนให้มีความคิดทางการเมือง ไม่เช่นนั้นความคิดและสมองจะทื่อไปหมด
ทั้งนี้ การเคลื่อนขบวนดังกล่าวทำให้การจราจรบนถนนพระราม 1 โดยเฉพาะหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติติดขัดเป็นอย่างมาก ผู้โดยสารรายหนึ่งบนรถประจำทางสาย 73 ถึงกับยกมือไหว้กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอผ่านทาง จนกระทั่งมีการเจรจากัน จากนั้นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ได้เปิดทางให้รถโดยสารผ่านไปได้ และเมื่อแกนนำบนรถไฮด์ปาร์คต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ 30 นาที ก็พากันสลายตัวเพราะมีฝนตกลงมา
มีรายงานว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข่าวว่าจะมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเดินทางมา ก็ได้ปิดประตูด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติทันที เปิดเพียงประตูเล็กให้เจ้าหน้าที่เดินเข้าออก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลมาตรึงกำลังไว้บริเวณด้านหน้า และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ปทุมวัน มาอำนวยความสะดวกบริเวณถนน นอกจากนั้นได้ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบกว่า 100 คน มาเตรียมไว้ดูแลหากมีเหตุการณ์ปะทะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก





