
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สยามดารา
กรณีศึกสายเลือดระหว่างนายไกรสร แสงอนันต์ หรือลีละเมฆินทร์ กับนายสรภพ หรือน้องเพชร ลูกชายของพุ่มพวง ดวงจันทร์ ยังเป็นประเด็นร้อนต่อเนื่อง หลังทั้งคู่ต่างออกมาให้สัมภาษณ์โต้กันไปมาผ่านสื่อมวลชน จนนายไกรสร แสงอนันต์ ตัดสินใจยื่นฟ้องลูกชายทั้งน้ำตา หลังนายสรภพกล่าวหาว่า นายไกรสรล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อบีบให้ลูกชายไปตรวจสุขภาพจิต
ล่าสุดนายไกรสร ได้ยื่นใบลาออกจากประธานกลุ่มเชียงใหม่ อาริยะ ต่อนายนที ธีรโรจน์พงษ์ เลขาธิการกลุ่มเชียงใหม่อาริยะ โดยระบุสาเหตุของการลาออกว่า ''เนื่องด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างข้าพเจ้ากับบุตรชาย ได้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้องค์กรเชียงใหม่อาริยะได้รับผลกระทบในวงกว้าง ภายหลังจากการไตร่ตรองอย่างรอบคอบด้วยเหตุผล 2 ประการคือ
1.หากข้าพเจ้ายังดำรงตำแหน่งนี้ จะไม่มีเวลาทำงานอันเป็นประโยชน์ให้องค์กร เพราะขบวนการที่ข้าพเจ้าจะนำลูกกลับคืนมา ต้องใช้เวลาทั้งหมดที่มีอยู่และอย่างรวดเร็วที่สุด
2.หากข้าพเจ้ายังดำรงตำแหน่งนี้ อาจจะทำให้การทำงานของเชียงใหม่อารยะ ในเรื่องทำความจริงให้ปรากฏ และเอาคนดีคืนสู่สังคม ไม่มีความเป็นกลาง สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าขอโทษและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขอโทษแทนบุตรชายของข้าพเจ้าด้วย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิกทุกท่านคงเข้าใจในสภาพจิตใจของบุตรชายของข้าพเจ้า และให้โอกาสเขากลับคืนสู่สังคมอย่างปกติ"
โดยนายไกรสร ได้เปิดเผยหลังยื่นใบลาออกว่า ตนจะใช้เวลาต่อไปนี้เรียกร้องให้ลูกกลับคืนมาสู่สังคมให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าลูกเพชรจะให้สัมภาษณ์อย่างไรก็ตาม หมอหลายท่านก็ยังไม่ได้พูดเต็มปากว่า น้องเพชรป่วย แต่มีพฤติกรรมที่สงสัยหรือเข้าข่าย ซึ่งหากหมอพูดอะไรมากไปก็จะผิดจรรยาบรรณแพทย์ สำหรับตนแล้วในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ จะเดินทางไปปรึกษานายแพทย์ใหญ่ที่โรงพยาบาลสวนปรุง พร้อมให้หมอตรวจสุขภาพจิตของตนไปด้วยเลย ตามที่ลูกเพชรบอกไว้ เพื่อให้ลูกเพชรได้เห็น
"ผมจะใช้เวลาทั้งหมด เพื่อให้สังคมได้กระจ่างขึ้นว่า คนดีๆ คนหนึ่งที่เกิดมา 8 ปี แล้วภายในระยะเวลาแค่ 2-3 ปีเปลี่ยนแปลงได้ขนาดนี้ ผมถือว่า กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่จะสอนให้สังคมได้รู้ว่า การที่เราให้เยาวชนเล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ต หรือแชทพูดคุยกับคนที่ไม่รู้จักหน้าตาหัวนอนปลายเท้า เป็นอันตรายอย่างยิ่ง อยากให้ผู้ปกครองเด็กได้ดูแล และฝากเตือนมายังผู้ปกครองเด็กด้วย ผมจำเป็นต้องฟ้องลูกผม เพื่อให้เข้าสู่ขบวนการทางกฎหมายทางใดทางหนึ่ง เพื่อที่จะนำตัวมารักษา เพราะหากผมพูดด้วยวาจาให้ลูกเพชรมารับการรักษาสุขภาพจิตนั้นไม่มีทาง จึงต้องใช้กฎหมายมาช่วย"
"การฟ้องครั้งนี้ไม่ได้ฟ้องเพื่อเอาผิดลูก และไม่ต้องการเอาอะไรลูกเลย ฟ้องเพื่อให้รู้ว่าลูกจะต้องได้รับการรักษา โดยที่ขณะนี้มีคนพยายามใส่ข้อมูลอะไรก็แล้วแต่ในตัวลูกเพชรที่ผิดๆ เพี้ยนๆ ผมไม่ได้ว่าลูกผมเป็นบ้า คุณหมอก็ไม่ได้ว่าลูกผมเป็นบ้า อย่างคนเราทุกคนก็มีสิทธิ์เป็นกันได้ แต่ว่าจะเป็นมากเป็นน้อยเท่านั้นเอง เช่น อาการวิตกจริต บางคนกลัว บางคนก็ให้คนอื่นคิดให้ บางคนก็เอาข้อมูลจากคนอื่นมาใส่ในสมอง ถูกจูงจมูก แบบนี้นานๆ เข้าจะอันตราย หากไม่รีบรักษาโดยแพทย์" นายไกรสร กล่าว

นอกจากนี้ นายไกรสรยังได้กล่าวถึงเรื่องมรดกของพุ่มพวง ที่ลูกชายกล่าวถึงด้วยว่า จบแล้ว ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์เพลงของพุ่มพวงตอนนี้อยู่กับตน แต่มีรายละเอียดมาก บางส่วนพุ่มพวงร้องแต่เป็นของบริษัท ตนนั้นได้แค่ค่าลิขสิทธิ์เป็นค่าเทปค่าซีดีเท่านั้นเอง และที่ผ่านมายังไม่ได้รับเลย อย่ามาคิดว่าได้รับตรงจุดนี้แล้วมีเงินมากมายก็ไม่ใช่เหมือนกัน เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนที่ว่าลูกเพชรอยากจะขอสิทธิ์ตรงนี้คืน ก็รอให้ถึงตรงนั้นก่อน เพราะยังไม่ถึงเวลา
ส่วนกรณีที่ลูกเพชรจะเปลี่ยนนามสกุลใหม่ นายไกรสร กล่าวว่า เรื่องการที่ลูกเพชรไปให้สัมภาษณ์ออกรายการโทรทัศน์ เรื่องเปลี่ยนนามสกุลใหม่ บังเอิญไม่ได้ฟังเองนะ แต่น้าไก่ (จันทร์จวง ดวงจันทร์) โทรศัพท์มาบอก ซึ่งหากลูกเพชรเปลี่ยนแล้วทำให้เขาดีขึ้น ทำให้ลูกเพชรกตัญญูมากขึ้น ถ้าเปลี่ยนแล้ว ฟังคนอื่นน้อยลง ก็เปลี่ยนเถอะลูก ตนไม่เสียใจ
ในวันเดียวกัน (23 มิถุนายน) นายสรภพ ควงคู่แฟนสาว นางสาวธิดารัตน์ อรรถรัตน์ หรือ "น้ำอ้อย" พร้อมทั้งมารดาแฟนสาว เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีนางสิริกร อินพรหม หรือ "โอฐ" ภรรยาใหม่ของนายไกรสร เคยกล่าวหาว่า นางสาวธิดารัตน์เป็นผู้หญิงใจแตก เคยถูกผู้ชายข่มขืนและมีพฤติกรรมพาผู้ชายเข้าโรงแรม ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายไกรสรก็ได้เข้าแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทต่อนายเพชร-สรภพ นางสาวธิดารัตน์ และนางสุปราณี ไว้แล้วในข้อหาหมิ่นประมาทเช่นกัน
โดยนางสาวธิดารัตน์ กล่าวว่า ได้ฟ้องร้องนางสิริกร ข้อหาหมิ่นประมาท เพราะกล่าวหาว่า ตนถูกผู้ชายข่มขืน ซึ่่งความจริงแล้วไม่ได้อยากแจ้งความอะไร แต่เพราะนางสิริกรไม่ได้ออกมาขอโทษ จึงต้องแจ้งความไว้ก่อน ส่วนเรื่องที่มีรายการโทรทัศน์หลายรายติดต่อมา เพื่อขอให้ "เพชร" ไปออกรายการนั้น ทางเจ้าตัวยังไม่ได้ตอบรับไป เพราะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากจะทำอะไร
"สำหรับเรื่องการเปลี่ยนนามสกุลลีละเมฆินทร์ของ "เพชร" นั้น "เพชร" ไม่เคยคุยเรื่องนี้ เคยมีแต่เรื่องชื่อ ที่พระเคยทักว่าไม่ดี แต่นามสกุลไม่มีใครทัก "เพชร" เองก็ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ เพราะโดยส่วนตัว ''เพชร'' เองก็ไม่ได้เชื่อในเรื่องนี้เท่าไหร่" นางสาวธิดารัตน์ กล่าว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






