
ยงยุทธ ติยะไพรัช
ยงยุทธ ติยะไพรัช
ยงยุทธ ผิดจริง คุก 2 เดือน รอลงอาญา 1 ปี (ไทยรัฐ)
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาคดี ยงยุทธ ติยะไพรัช จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 4 พัน รอลงอาญา 1 ปี ตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี...
เมื่อวันที่ 28 กันยายน เวลา 13.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลโดยนายศิริชัย จิรบุณศรี พร้อมองค์คณะ 9 นาย ร่วมกันมีคำพิพากษาในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร้องให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 263 และ พ.ร.บ.ปปช. เนื่องจากจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน หลังจากพ้นตำแหน่งตามกฎหมาย ซึ่งนายยงยุทธได้ปฏิเสธและยื่นคำร้องคัดค้าน
โดยวันนี้ นายยงยุทธ มาศาลก่อนเวลาเล็กน้อย ศาลอ่านคำพิพากษาว่า ผู้ร้องเคยเป็นรัฐมนตรี มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีฯให้ตรวจสอบเมื่อพ้นตำแหน่ง กับหลังพ้นตำแหน่ง 1 ปีนับแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 แต่ปกปิดและยื่นเอกสารเท็จ โดย ป.ป.ช. ตรวจสอบพบว่า นายยงยุทธ ได้ทำทีขายหุ้นบริษัท มิติฟู๊ดโปดักส์จำกัด 24,500 หุ้นให้ พ.ต.ท.นัฎฐวุฒิ ยุวรรณ น้องเขย และได้รับชำระราคามาเพียง 850,000 บาท ส่วนที่ค้างอีก 1.6 ล้านบาท ได้ทำสัญญารับสภาพหนี้ ทั้งที่จริงบริษัทดังกล่าวไม่มีการประกอบการ และน้องเขยไม่มีฐานะทางการเงินพอที่จะซื้อหุ้น เชื่อว่าไม่มีการซื้อขายหุ้นกันจริง
ขณะที่นายยงยุทธ คัดค้านว่าไม่ได้ทำนิติกรรมอำพราง หุ้นทั้งหมดทำสัญญาซื้อขายกันเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2548 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ 29 เมษายน 2549 และจะนำเงินที่เหลือมาชำระวันที่ 20 มกราคม 50 ที่ซื้อขายเพราะต้องการเพิ่มทุนจดทะเบียน ผู้ซื้อหุ้นก็เป็นสามีของ ร.ต.อ.หญิงกำไรพร น้องสาว และทั้งสองมีฐานะทางการเงินดี จึงเป็นการซื้อขายปกติ
ศาลพิเคราะห์ว่า นายยงยุทธ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีมีหน้าที่ยื่นบัญชีฯ โดยต้องชี้แจงถึงการโอนหุ้นจำนวนนี้ด้วย มีประเด็นว่า เป็นการยื่นโดยปกปิดข้อเท็จจริงและแสดงเท็จหรือไม่ เห็นว่า ในวันซื้อขายหุ้น แม้จะไปทำที่สำนักงานทะเบียนหุ้น แต่ไม่มีการชำระเงินกันจริงภายในเวลาที่กำหนด มีแต่สัญญาว่าจะฃำระหนี้ในวันที่ 20 มกราคม 2550 แต่ก็ไม่เคยชำระจนวันที่ 5 มีนาคม 2552 ร.ต.อ.หญิงกำไรพร ได้โอนเงินตัวเองมาชำระแทน ทั้งที่พ้นกำหนดมานานถึง 3 ปี ซึ่งขัดแย้งกับความจริง และฟังไม่มีน้ำหนัก อีกทั้งเชื่อว่าบริษัทนี้มีเงินทุนหมุนเวียนน้อย ไม่มีสภาพที่จะซื้อขายหุ้นได้ และพยานผู้คัดค้านไม่ได้แสดงรายละเอียดการประกอบการ เชื่อว่าบริษัทไม่น่าจะซื้อหุ้นจากนายยงยุทธ ได้ แม้พยานบางปากให้การเป็นประโยชน์ แต่ก็ฟังได้ว่าเป็นการให้การช่วยเหลือนายยง ยุทธ ศาลเชื่อว่าการทำนิติกรรมนี้ ไม่มีการซื้อขายจริง เป็นนิติกรรมอำพราง และเห็นว่าเป็นหุ้นของนายยงยุทธ ที่รัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 263 ได้ห้ามรัฐมนตรีถือหุ้นเกินร้อยละ 5 ของกิจการต่าง ๆ
ศาลจึงมีมติด้วยเสียงข้างมาก พิพากษาว่า นายยงยุทธ ได้จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน แสดงรายการทรัพย์สินเป็นเท็จ ตามคำร้องจริง ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท และตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี
ทั้งนี้ นายยงยุทธ ให้สัมภาษณ์ภายหลังด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ไม่รู้จะพูดอย่างไร แต่อยากให้คนไทยปรองดองกัน ส่วนตนจะเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง ที่ คมช.ปฎิวัติ ตนถูก คมช.ดำเนินคดี 12 เรื่อง พ้นมา 4 เรื่อง วันข้างหน้าไม่รู้จะเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาตนทราบว่ามีคนมองว่าตนเป็นคนแข็ง เป็นคนไม่ดี แต่ทุกวันนี้มีคนพวกชอบรายงานนาย ถึงเรื่องของตนเพื่อไปเอาความดีความชอบ คนที่เป็นนายจะพังเพราะลูกน้องก็มีมาก ดังนั้นตนเห็นว่ามาปรองดองกันดีกว่า จากนั้นจึงเดินทางกลับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก![]()
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐ, ข่าวสด






