แม่เก็บเเถ้ากระดูก โดเรมอน ลอยอังคาร


แม่เก็บเถ้า โดเรมอน ลอยอังคาร (ข่าวสด)

           สาวใหญ่อยุธยาเก็บเถ้ากระดูก "ตุ๊กตาโดเรมอนจิเหว่ย" ลูกสุดที่รักก่อนนำไปลอยอังคารลงแม่น้ำป่าสัก ตะลึงพี่สาวเลี้ยงไว้อีกตัวได้มาจากพระครูคนเดียวกัน พอนำมาเลี้ยงเหมือนลูกชีวิตมีแต่ดีขึ้น มหาเถรชี้ทำบุญเผาศพให้ตุ๊กตาไม่ใช่เรื่องผิดเพราะพระพุทธเจ้าเคยตรัสว่ายิ่งได้กุศลแรง ส่วนนักจิตวิทยาระบุเป็นกลไกป้องกันทางจิตธรรมดาๆ ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่สะท้อนว่าผู้คนในสังคมยุคปัจจุบันขาดเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

           จากกรณีผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" ได้รับแจ้งว่านางพลับพลึง งามเจริญ อายุ 48 ปี นำตุ๊กตาโดเรมอน ตัวการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น ซึ่งตั้งชื่อว่า "น้องจิเหว่ย นาคทอง" มาประกอบพิธีเผาศพ อย่างใหญ่โตเหมือนคนมีเลือดมีเนื้อ ที่วัดมหาโลก ม.3 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ขณะที่นางพลับพลึงร่ำไห้ปานใจแทบขาด เล่าที่มาว่าในอดีตเคยมีปัญหาเรื่องงานและครอบครัว ทั้งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดจนรู้สึกสิ้นหวังท้อแท้หันไปพึ่งธรรมะดับทุกข์ กระทั่ง ปี พ.ศ. 2549 ไปพบพระครูนิเวศน์ธรรมคุณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี มอบตุ๊กตาโดเรมอนปลุกเสกให้เลี้ยงเหมือนลูก บอกว่าจะให้คุณและทำให้จิตใจสบาย นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชีวิตดีขึ้นทุกด้านทั้งสุขภาพและการเงิน ทำให้รักและผูกพันกับจิเหว่ยมาก ถึงขนาดฝากเข้าเรียน ร.ร.วัดสว่างอารมณ์ แต่สุดท้ายต้องจำใจจัดงานเผาศพ เพราะเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ปีก่อน จิเหว่ยมาเข้าฝันโบกมือลาบอกว่าขอให้แม่ช่วยทำบุญจัดงานศพเหมือนคนทั่วไป

           ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 3 ก.พ. ที่วัดมหาโลก นางพลับพลึง ซึ่งแต่งกายในชุดสีชมพู สีโปรดของน้องจิเหว่ย พร้อมญาติๆ และเพื่อนบ้านกลุ่มใหญ่เดินทางมาประกอบพิธีทางศาสนาเก็บเถ้าอัฐิ หรือเก็บกระดูกจิเหว่ย โดยนิมนต์พระสงฆ์ 5 รูป มาสวดและบังสุกุลเหมือนการเก็บกระดูกคนจริงๆ พร้อมถวายภัตตาหารเช้าแก่พระภิกษุสงฆ์ เมื่อเสร็จพิธีนำเถ้าน้องจิเหว่ยห่อผ้าขาว ขึ้นรถไปยังแพปลาหน้าวัดรัตนชัย หรือวัดจีน ต.หอรัตนไชย อ.พระนคร ศรีอยุธยา เพื่อลอยอังคารลงแม่น้ำป่าสัก จากนั้นเดินทางกลับมาที่วัดมหาโลก ทำพิธีถวายรูปหล่อหลวงสมเด็จโต รูปหล่อหลวงพ่อทวด เพื่อนำไปไว้ในพระอุโบสถ และรูปหล่อพระสิวลี ตั้งไว้ที่ลานด้านหน้าพระอุโบสถ เพื่อเป็นที่ระลึกให้กับน้องจิเหว่ยโดยเขียนตัวอักษรติดไว้ตรงฐานว่า "พระครูนิเวศน์ธรรมคุณ พลับพลึง งามเจริญ อุทิศให้ผู้มีพระคุณทุกท่านและเจ้ากรรมนายเวร"

           หลังประกอบพิธีต่าง ๆ เสร็จสิ้น นางพลับพลึง ให้สัมภาษณ์ว่า พระสิวลีที่นำไปประดิษ ฐานหน้าพระอุโบสถซื้อมาราคาองค์ละ 4.2 หมื่นบาท ส่วนสมเด็จโตและหลวงปู่ทวด ราคาองค์ละ 2 หมื่นบาท เพื่อให้คนได้บูชากราบไหว้ ในวันนี้จัดพิธีเหมือนงานศพคนทั่วไปอย่างสมบูรณ์ ทำแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ความรู้สึกของตนกับน้องจิเหว่ยตัดกันไม่ขาดเหมือนเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เขาเหมือนลูกเราคนหนึ่งที่จากไป พูดถึงน้องจิเหว่ยครั้งใดจะรู้สึกขนลุกตลอดเวลา แต่จะพยายามทำจิตใจให้เข้มแข็ง และดำเนินชีวิตในหน้าที่การงานไปตามปกติ จะพยายามปล่อยวาง ใครจะพูดอย่างไรจะหลีกเลี่ยงให้ผ่านไป กับน้องจิเหว่ยเราไม่สามารถลืมเขาได้ตั้งแต่อยู่ร่วมกันมา 3 ปี 18 วัน มีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้น โรคภัยไข้เจ็บหายไป หน้าที่การงานไม่ว่าจะเอ่ยปากพูดคุยกับใครมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา เหมือนเงินทองไหลมาเทมา จะมีโชคบ่อยครั้งจนสร้างฐานะได้มั่นคง ต่อไปยังห่วงลูกชายคนเล็กอีกหนึ่งคนที่เรียนจบวิศวะจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ขณะนี้มีงานทำแล้วแต่อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีกว่านี้ ถ้ามีโอกาสอยากให้บวชถือศีล 

           มารดาโดเรมอน กล่าวด้วยว่า ช่วงที่น้อง จิเหว่ยมีชีวิตอยู่ตนมีความสุขมาก จิตใจสดใสร่าเริงตลอดเวลา และมักไปเที่ยวกับน้องจิเหว่ยบ่อยครั้ง ส่วนมากชอบไปวัด ไปทำบุญ โดยเฉพาะงานฝังลูกนิมิต อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ตนจะยังอาศัยอยู่ที่บ้านพักเลขที่ 32/9 ม.3 ต.หัวรอ ต่อไปเช่นเดิม แม้จะมีบ้านหลังใหม่ใน ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา แล้วก็ตาม เพราะอยู่บ้านหลังนี้ร่วมกับญาติพี่น้องแล้วมีความสุข 

           ด้านนางอุไร วงษ์ศิริ อายุ 72 ปี ผู้มีศักดิ์เป็นยาย เปิดเผยว่า ตนมีความผูกพันกับหลานจิเหว่ย มาก ถึงแม้จะอยู่ห่างกันแต่เดินทางมาเยี่ยมหลานบ่อยครั้ง มาเยี่ยมทีไรกลับไปบ้านที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จะมีโชคทุกครั้ง รู้สึกเสียใจที่หลานต้องจากไปแต่ได้ทำพิธีส่งวิญญาณไปอย่างสมบูรณ์เชื่อว่าหลานจะไปเกิดใหม่ และจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้

           ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างนั่งพูดคุยกับนางพลับพลึงและญาตินั้น จู่ๆ นางบุญเพิ่ม พึ่งเดช อายุ 59 ปี พี่สาวนางพลับพลึงเดินไปอุ้มตุ๊กตาโดเรมอน ชื่อ "โชคดี" ในรถกระบะที่จอดอยู่หน้าบ้านมาโชว์อีกตัว ระบุว่า น้องโชคดีเป็นเด็กชาย ตนไปขอมาเลี้ยงเป็นลูกจากพระครูนิเวศน์ธรรมคุณตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว หลังจากป่วยหนักต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ก่อนแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิต แต่ขณะที่ญาติไปรับศพกลับฟื้นขึ้นมา 

           "เมื่อมาพักอยู่บ้านนางพลับพลึง เห็นน้องสาวอยู่กับจิเหว่ยแล้วมีความสุขหายเจ็บป่วย น้องเลยแนะนำให้ไปหาพระครูนิเวศน์ธรรมคุณ ซึ่งได้มอบตุ๊กตาโดเรมอนให้มาเลี้ยงเป็นลูก ตั้งชื่อว่า "โชคดี" จึงเอามาเลี้ยงไว้เหมือนเด็กทั่วไปและเป็นเพื่อนกับจิเหว่ย ทำให้ตัวดิฉันสุขภาพดีขึ้น รวมทั้งมีโชคลาภ จากนี้จะเลี้ยงดูน้องโชคดีตลอดไป บางครั้งน้องโชคดีจะเล่นซุกซนจนตัวเปรอะเพราะเป็นเด็กผู้ชาย และที่ผ่านมาชอบนอนกับน้องจิเหว่ย เพราะห้องจิเหว่ยติดแอร์ ระยะหลังพอจิเหว่ยเสีย โชคดีจะเข้าไปนอนกับน้องสาว ซึ่งรักโชคดีเหมือนหลานแท้ๆ" นางบุญเพิ่ม กล่าว

           ส่วนนางพลับพลึง เสริมว่า แม้จะเสียลูกรักคือน้องจิเหว่ยไป แต่ได้หลานโชคดีมานอนเป็นเพื่อน ทำให้คลายความกังวลและจะช่วยกันดูแลหลานตลอดไปในฐานะสมาชิกครอบครัว ต่อไปถ้าอายุครบเกณฑ์เข้าโรงเรียนอนุบาล 

           วันเดียวกัน สมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคมและรักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต แสดงความเห็นถึงกรณีนางพลับพลึงจัดพิธีฌาปนกิจศพตุ๊กตาโดเรมอนว่า การจัดงานศพให้ตุ๊กตา หากมองในสังคมปัจจุบันอาจเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่ถ้ามองดูที่เจตนาหรือข้อเท็จจริงแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องดี การที่คนเรากระทำสิ่งใดที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นสามารถกระทำได้ โดยเฉพาะการทำบุญอุทิศส่วนกุศล แม้จะเป็นสิ่งของหรือตุ๊กตาที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตก็ตาม แต่การที่คนเรามีเจตนาคิดดี ต้องการทำบุญแล้ว ไม่ใช่เรื่องเสียหาย 

           สมเด็จพระวันรัต ระบุว่า ในสมัยพุทธกาลเคยมีเรื่องราวทำนองนี้เกิดขึ้น เป็นเรื่องของอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี เป็นคนมีจิตเมตตา ครั้งหนึ่งหลานของอนาถบิณฑิกะ เล่นตุ๊กตาที่ทำจากแป้ง ทำหล่นลงแตก หลานร้องไห้ อนาถบิณฑิกะได้ปลอบโยนหลานว่าจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ตุ๊กตา ปรากฏว่าหลานหยุดร้อง จากนั้นรุ่งเช้า อนาถบิณฑิกะจึงพาหลานไปทำบุญเลี้ยงพระแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ตุ๊กตา ครั้นมีผู้พบเห็นเข้ามองเป็นเรื่องแปลก จึงนำความไปกราบทูลถามพระพุทธองค์ ซึ่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า การกระทำของอนาถบิณฑิกะเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศล มีความตั้งใจทำบุญได้กุศลแรง ส่งผลให้การทำบุญอุทิศให้ตุ๊กตาของมหาเศรษฐี แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ชาวพุทธบริษัททั้งหลายเห็นเป็นสิ่งควรกระทำ ดังนั้น เมื่อญาติหรือผู้เป็นที่รักของตนตายลง จะพากันทำบุญอุทิศส่วนกุศลไป กลายเป็นต้นแบบการทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย 

           "การทำบุญไม่ว่าจะเป็นการทำบุญทั่วไปหรืองานกุศลต่างๆ เวลาเราไปทำบุญ เราก็ได้บุญด้วยกุศลเจตนาแห่งความตั้งใจ การทำบุญจัดงานศพให้ตุ๊กตา เราอาจมองเป็นเรื่องแปลก แต่ถ้าคนทำมีจิตใจบริสุทธิ์ ตั้งใจอุทิศส่วนกุศลให้จริง ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายเพราะเจตนาที่แท้จริง คือการทำบุญ" กรรมการมหาเถรสมาคม กล่าว

           ด้าน น.พ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในทางจิตวิทยา เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดา สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เหมือนกลไกทางจิตที่ทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น เปรียบได้กับคนป่วยเวลาหมดกำลังใจก็ต้องหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ตุ๊กตาเป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในเวลานั้นๆ ทำให้เกิดความเป็นเจ้าของทั้งกายและจิตใจ แต่ไม่ใช่เรื่องผิด เสมือนคนรักสุนัขมาก เมื่อสุนัขตายจะเศร้าโศกเสียใจมากได้เช่นกัน ซึ่งกรณีดังกล่าวคล้ายกับการเสียของรักนั่นเอง

           พ.ญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล สังกัดกรมสุขภาพจิต อธิบายเพิ่มเติมว่า หากมองเป็นเรื่องของจิตวิทยา กรณีเลี้ยงตุ๊กตาเป็นลูกถือเป็นการรวมความเชื่อทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ซึ่งรายของนางพลับพลึงเกิดจากมีปัญหาเกิดขึ้นในชีวิต แต่ได้รับคำสอนและคำแนะนำจากพระ เมื่อได้รับสิ่งของมาก็เกิดเป็นความสบายใจ การทำงานศพให้ไม่น่าจะเป็นปัญหาเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้เจ้าของเกิดความสบายใจขึ้นได้ เพราะยึดถือและเชื่ออย่างนั้นมาตลอด เรื่องดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าคน ในสังคมขาดเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เมื่อหันเข้าหาธรรมะหรือศาสนาในช่วงที่มีภาวะจิตใจไม่ปกติ หรือมีความทุกข์ก็พร้อมจะเชื่อและปฏิบัติตามจนกลายเป็นความยึดมั่นถือมั่น

           "คนในครอบครัวมีส่วนสำคัญต้องคอยดูแลและให้คำแนะนำ หากปล่อยให้ผ่านไป ไม่ให้คำแนะนำหรือชี้แนะก็จะเชื่อจนเกิดเป็นความงมงาย ซึ่งกำลังใจจะเกิดขึ้นได้สามารถเริ่มจากตัวเอง ครอบครัวเป็นส่วนสำคัญที่จะให้กำลังใจช่วยทำให้เกิดความแข็งแรงทางจิตใจมากกว่านำสิ่งของ หรือวัตถุมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ" พ.ญ.พรรณพิมล กล่าว




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แม่เก็บเเถ้ากระดูก โดเรมอน ลอยอังคาร อัปเดตล่าสุด 4 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 15:38:41 32,848 อ่าน
TOP
x close