
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจากวิกิพีเดีย
เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจกรุงปารีสได้สั่งอพยพประชาชนและนักท่องเที่ยวกว่า 2,000 คนออกจากพื้นที่บริเวณหอไอเฟล หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์จากชายนิรนามที่ขู่จะวางระเบิดบริเวณดังกล่าว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นของกรุงปารีส ขณะที่หอไอเฟลและพื้นที่โดยรอบคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมายที่มาชมความงามของหอไอเฟลยามราตรี ก่อนที่หอไอเฟลจะปิดในเวลา 5 ทุ่ม เจ้าหน้าที่ทัวร์หอสูงได้รับโทรศัพท์จากบุคคลนิรนามว่า มีการวางระเบิดบริเวณหอไอเฟล ทำให้เจ้าหน้าที่ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงปารีส และถูกสั่งให้อพยพคนออกจากพื้นที่โดยรอบหอไอเฟลทั้งหมด รวมถึงปิดถนนทุกสายที่มุ่งหน้ามายังหอไอเฟลด้วย
เมื่ออพยพคนออกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปตรวจสอบหอไอเฟลและพื้นที่โดยรอบ โดยใช้สุนัขดมกลิ่นเพื่อหาวัตถุระเบิดอย่างละเอียด แต่ผลปรากฏว่าไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด ขณะเดียวกันก็ได้สั่งปิดสถานีรถไฟแซงต์มิเชล ที่อยู่บริเวณวิหารนอเธรอดัม และนำกำลังไปตรวจสอบอย่างละเอียด หลังมีการขู่วางระเบิดในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ก็พบว่าไม่มีวัตถุระเบิดเช่นกัน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นแค่การป่วนสร้างความวุ่นวายเท่านั้น จึงสั่งให้เปิดการจราจรโดยรอบและเปิดหอไอเฟลให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมอีกครั้งในวันนี้
ทั้งนี้ หอไอเฟล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดในกรุงปารีสและเป็นสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมกว่า 6.7 ล้านคน และตั้งแต่ก่อสร้างมาก็มีผู้เข้าชมกว่า 2 ร้อยล้านคนแล้ว นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดต่อปีเลยทีเดียว





