x close

น้ำท่วมนครศรีธรรมราช เฝ้าระวังโคลนถล่มหลังฝนหนัก

 


 ข่าวน้ำท่วม - โคลนถล่ม

 

 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กรมอุตุนิยมวิทยา   

          นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ได้บอกถึงความเสียหาย ผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า พื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย 1,481 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 12 ราย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 26,000 กว่าคน บ้านเรือนเสียหายทั้งหมด 20 หลัง และเสียหายบางส่วน 4,355 หลัง พื้นที่ทางการเกษตร 260,000 แสนไร่ สะพาน 2,424 สาย สะพาน 76 แห่ง

          ขณะที่เดียวกัน นายเรืองฤทธิ์ แสงสว่าง หัวหน้าคลังสินค้า จ.นครศรีธรรมราช ได้นำเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจโกดังเก็บข้าวเปลือกของโกดังคลังสินค้าที่ ต.ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช เป็นโกดังเก็บข้าว ของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2552 หลังโกดัง ถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน ผลการตรวจสอบพบว่า ข้าวเสียหายกว่า 50,000 ตัน


ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 17 พฤศจิกายน

          สถานการณ์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช 17 พ.ย. ตั้งแต่เมื่อค่ำวานนี้ จนถึงเช้าวันนี้ ฝนยังคงตกขนาดปานกลางอย่างต่อเนื่อง รวมปริมาณน้ำฝนทั้งจังหวัด วัดได้ 181.7 มิลลิเมตร โดยเฉลี่ย 7.9 มิลลิเมตร น้อยกว่าเมื่อวานนี้ ส่วนฝั่งเขา ฟ้ายังคงมืดครึ้มด้วยเมฆฝน โดยภาพรวม พื้นที่โซนลุ่มน้ำปากพนัง ยังคงมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่

          อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดยังคงมีการแจ้งเตือนประชาชน ให้เฝ้าระวังอันตราย จากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง จะมีฝนตกร้อยละ 66 พื้นที่ และมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ พื้นที่ลาดเชิงเขา ยังคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมสูงอย่างใกล้ชิด

          ทั้งนี้ สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 อ่าง ปริมาณสูงขึ้น โดยได้ปิดการระบายน้ำลงสู่ท้ายน้ำ วันละ 1,000,000 ลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ระดับน้ำท่วมขังโดยทั่วไป แนวโน้มลดลงหมดทุกพื้นที่


ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 16 พฤศจิกายน

        สถานการณ์น้ำท่วม 16 พ.ย. จังหวัดนครศรีธรรมราช นายธเนศวร คงหอม ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เผยว่า สภาพอากาศในช่วงเช้านี้ ท้องฟ้าครึ้ม ฝนตกลงมาเล็กน้อย แต่จะไม่ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินภูเขาสไลด์ตัวอย่างแน่นอน คาดว่าหาก 2- 3 วัน ฝนไม่ตกลงมาซ้ำ สถานการณ์อาจจะคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหลือแต่เพียง การฟื้นฟูและระบายน้ำในพื้นที่น้ำขัง

 

 

น้ำท่วม

 

ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 15 พฤศจิกายน

          สถานการณ์น้ำท่วม 15 พ.ย. สถานการณ์โดยทั่วไปของจังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนี้ ยังคงมีฝนตกกระจายทั่วไป ร้อยละ 40-50 ของพื้นที่ โดยมีน้ำท่วมขังในพื้นที่บางส่วน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ลุ่มน้ำปากพนัง และพื้นที่ชายฝั่งทะเล มีน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำจากต้นน้ำเริ่มไหลลงไปสมทบในพื้นที่ตอนล่าง การระบายน้ำทำได้ช้า เนื่องจากมีน้ำทะเลหนุนสูง และทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

          สำหรับพื้นที่เลียบเชิงเขา ได้แก่ พื้นที่อำเภอลานสกา อำเภอฉวาง อำเภอช้างกลาง อำเภอพรหมคีรี อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอพิปูน ยังคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากดินถล่มน้ำท่วมสูงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเทือกเขาหลวง เนื่องจากดินอุ้มน้ำไว้มาก ประกอบกับ บนเทือกเขาฝนตกตลอดเวลา ส่วนการยุบตัวแยกตัวของพื้นดินกว้างประมาณ 1-2 เมตร ระยะทางประมาณ 2 ก.ม. บนเทือกเขาหลวง ท้องที่หมู่ 8,9,10,12 และ 16 ตำบลละอาย อำเภอฉวาง

          นายสกล จันทรักษ์ นายอำเภอฉวาง กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเมื่อปี 2531 เกิดถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย จึงทำให้ชาวบ้านหวาดผวา เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทางอำเภอจึงได้จัดเตรียมความพร้อม และการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีใครสามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูง


 





น้ำท่วม

น้ำท่วม

น้ำท่วม

น้ำท่วม



ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 13 พฤศจิกายน

          สถานกาารณ์น้ำท่วม วาตภัย วันที่ 13 พ.ย. ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝนหยุดตกมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ทำให้สภาพน้ำทั่วไป อยู่ในสภาพน้ำลด และเกือบเข้าสู่สภาวะปกติแล้วทุกแห่ง โดย นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รายงานความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จนถึงขณะนี้พื้นที่ได้รับความเสียหาย 164 ตำบล 1,390 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวน 70,000 ครอบครัว กว่า 230,000 คน บ้านพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 9 หลัง ได้เสียหายบางส่วน 2,417 หลัง สถานที่ราชการ วัด โรงเรียนอีกหลายแห่ง พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายกว่า 244,000 ไร่ นอกจากนี้ยังมีถนนเสียหาย 2,163 สาย วัด สะพาน 66 แห่ง และมีผู้เสียชีวิต 10 ราย รวมมูลค่าความเสียหายล่าสุดกว่า 361 ล้านบาท

ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 12 พฤศจิกายน

          สถานการณ์น้ำท่วมและวาตภัย วันที่ 12 พ.ย. นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ นายอำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง บริเวณที่ราบเชิงเขา และที่ราบริมแม่น้ำ รวมทั้งประชาชนที่ขึ้นไปประกอบอาชีพบนภูเขา ให้รีบกลับลงมาโดยด่วน หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน

          ขณะเดียวกัน ก็ได้เตรียมแผนอพยพประชาชน หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินไว้แล้ว โดยได้เตรียม วัด และ โรงเรียน เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราว สำหรับชาวบ้าน ทั้งนี้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแล้ว 23 อำเภอ 164 ตำบล 1,275 หมู่บ้าน

ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 11 พฤศจิกายน

          สถานการณ์อุทกภัย และวาตภัย วันที่ 11 พฤศจิกายน นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ นายอำเภอพิปูน จ.นครศรีธรรมราช กล่าวกับ ไอ.เอ็น.เอ็น. ผ่าน เอ็มบี แชนแนล ถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้ตนได้แจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยง บริเวณที่ราบเชิงเขาและที่ราบริมแม่น้ำ รวมถึงประชาชนที่ขึ้นไปประกอบอาชีพบนภูเขา ให้รีบกลับลงมาโดยด่วน หลังเกิดฝนตกหนักหลายวัน หวั่นเกิดดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมกับจัดเตรียมแผนอพยพหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินไว้แล้ว โดยได้เตรียม วัด และ โรงเรียน เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวสำหรับชาวบ้าน อย่างไรก็ตามขณะนี้ ฝนได้เริ่มหยุดแล้ว แต่ก็ต้องเฝ้าระวังไปอีกสักระยะ หลังได้เฝ้าระวังมาตั้งแต่วันที่ 8-10 พ.ย.ที่ผ่านมา

          ด้าน น.พ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.โรงพยาบาลสิชล กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วม 2 รอบ อำเภอสิชลถูกน้ำท่วมแช่เป็นเวลาหลายวัน ทำให้ชาวสิชลเริ่มเกิดอาการเครียด มีอาการป่วยทางโรคสุขภาพจิตจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีผู้เข้ารับการรักษา 105 ราย มีผู้ป่วยสุขภาพจิตรุนแรง 1 ราย มีผู้ป่วยระดับเสี่ยงรุนแรงต้องเฝ้าระวังจำนวน 6 ราย ผู้ป่วยระดับกลาง จำนวน 14 ราย ระดับเล็กน้อย 84 ราย ติดตามเยี่ยมบ้าน 7 ครั้ง 30 ราย และให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ จำนวน 34 ครั้ง และติดตามผู้ป่วยจิตเวชรับยาอย่างต่อเนื่องต่อไป

          ทั้งนี้ อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบลงพื้นที่ช่วยเยียวยาจิตใจชาวสิชลบ้าง เพื่อจะได้มีความรู้สึกว่า ไม่มีใครทอดทิ้ง จะได้รู้สึกคลายเครียด อย่างน้อยเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจกับผู้ที่กำลังเดือดร้อนในขณะนี้



ข่าวน้ำท่วม
ข่าวน้ำท่วม



ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 10 พฤศจิกายน

          ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช อพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ไปยังที่ปลอดภัย หวั่น ดินสไลด์ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายพื้นที่ ขณะที่ตัวเมืองน้ำท่วมแล้ว

          นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการที่ฝนตกหนักลงมาอีกระลอกในพื้นที่หลายอำเภอนั้น ทางจังหวัดได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ไว้แล้ว โดยมีความเป็นห่วงว่า ในพื้นที่เขาหลวง คีรีวง และพิปูน อาจจะมีน้ำขังมาก จากปริมาณน้ำฝนจำนวนมาก จะทำให้เกิดดินสไลด์ได้ นอกจากนี้ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนห้ามขึ้นภูเขาในระยะนี้ และเร่งอพยพจากพื้นที่เสี่ยงดินถล่มไปยังที่ปลอดภัย ซึ่งชาวบ้านก็ให้ความร่วมมืออย่างดี โดยหากวันนี้ฝนตกไม่หนักจะดีขึ้น โดยห่วงเขาพื้นที่เขาหลวง หากมีฝนตกหนักติดต่อกัน 12 ชั่วโมง น้ำป่าจะไหลเข้าตัวเมืองทันที 

          ทั้งนี้ มีเแผนรองรับเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว โดยน้ำท่วมขังในตัวเมืองไม่มีปัญหา สามารถจัดการได้ แต่ขออย่าให้น้ำทะเลหนุนก็พอ ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้จัดหน่วยกู้ภัยเฝ้าดูสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้วิทยุชุมชนแจ้งเตือนตลอด

          ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า กรณีที่ระบุว่า อ.ชะอวด ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้นานนับสัปดาห์นั้น ขณะนี้ได้แก้ไขปัญหาไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว มีเพียงบางจุดที่ยังไม่เรียบร้อย

          อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งวัน ได้ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมใน อ.เมือง อ.ท่าศาลา อ.ขนอม และ อ.สิชล เพิ่มสูงขึ้นอีก 20-30 ซม. ส่วนที่เทศบาลนครศรีธรรมราชก็มีน้ำท่วมขังเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดการน้ำที่ทะลักเข้าสู่เขตเทศบาลอย่างต่อเนื่อง ผ่านการใช้ประตูน้ำเขื่อนนครน้อยซึ่งเป็นเขื่อนชั่วคราวเพื่อป้องกันตัวเมืองชั้นใน อย่างไรก็ตามระดับน้ำในคลองท่าดีที่ไหลเข้าสู่ตัวเมืองยังไม่น่าเป็นห่วงมากนักอยู่ที่ระดับ 250 ซม.เท่านั้น ทำให้การบีบน้ำเร่งระบายไปทางคลองท่าเรียนผ่านคลองราเมศวร์ ลงสู่คลองท่าซักก่อนออกอ่าวไทยเป็นไปได้ด้วยดี มีช้าบ้างเฉพาะช่วงที่น้ำทะเลหนุน

          ด้าน ดร. กณพ เกตุชาติ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าขณะนี้ทีบ้านของประชาชนพังไปแล้วกว่า 10 หลังคือในชุมชนบ่อทรัพย์ 8 หลัง ชุมชนสถานีรถไฟ 5 หลัง และเสียหายบางส่วนอีกหลายหลัง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการให้ความช่วยเหลือได้เข้ารื้อถอนให้แล้ว 1 หลัง แต่ที่เหลือนั้นยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากน้ำท่วมสูง ซึ่งเทศบาลจะเข้าทำการสร้างให้ใหม่ และในส่วนที่เสียหายบางส่วนนั้นจะทำการซ่อมแซมให้



ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 9 พฤศจิกายน

          สถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 9 พ.ย. หลังจากฝนตกหนักติดต่อกัน ล่าสุดได้เกิดน้ำท่วมหนักในตัวเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ส่งผลให้ถนนสายหลัก และถนนเศรษฐกิจสำคัญในตัวเมืองมีน้ำท่วมขัง ขณะที่สภาพการจราจรรถติดอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังพายุรอบใหม่ ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนก่อนหน้านี้


ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 8 พฤศจิกายน

          สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราช 8 พฤศจิกายน ชาวบ้านคีรีทอง ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช จัดทีมเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม ตลอด 24 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุดินโคลนถล่มในพื้นที่ หมู่ 8 ซึ่งเป็นพื้นที่สวนผลไม้บนไหล่เขาเป็นระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร เบื้อง ต้นไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่จากทางการ ยังไม่เข้าไปตรวจสอบความเสียหาย เนื่องจากฝนตกหนักวัดได้ 98 มิลลิเมตร เกรงว่าจะเกิดเหตุถล่มซ้ำ ชาวบ้านเพียงแต่จัดทีมเฝ้าระวังเหตุ 2 ชุด ชุดแรกอยู่บริเวณจุดวัดปริมาณน้ำฝน จุดที่ 2 เฝ้าระวังอยู่ที่ต้นน้ำ หากฝนตกหนักเกิน 150 มิลลิเมตร จะแจ้งเตือนให้ลูกบ้านอพยพทันที

          สำหรับพื้นที่บริเวณนี้เกิดเหตุดินถล่มแทบทุกปี เนื่องจากเป็นดินปนหินแกรนิต ทำให้อุ้มน้ำได้ไม่ดี และช่วงค่ำวานนี้ เกิดฝนตกหนักนานกว่า 2 ชั่วโมง ทุกพื้นที่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทำให้บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง ประชาชนต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นมาอีกครั้งในรอบสัปดาห์

          ขณะที่นายอภินันท์ เผือกผ่อง นายอำเภอลานสกา ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจที่เกิดเหตุดินถล่ม พบว่า สถานที่ดินถล่ม มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ระยะทางที่ดินถล่มลงมาประมาณ 100 เมตร ซึ่งนายอำเภอลานสกา กล่าวว่า จากการสำรวจ จึงยืนยันได้ว่า ไม่มีผลกระทบต่อประชาชน บ้านเรือน และเรือกสวนต่าง ๆ ที่อยู่ข้างล่างอย่างแน่นอน

 

 


ดินถล่ม

 


 
ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 7 พฤศจิกายน


          ภายหลังจากเกิดดินถล่ม บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองพลู บ้านคลองเหลง หมู่ 6 ตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากแอ่งน้ำบนเทือกเขาดาดฟ้า และเทือกเขาติดต่อกัน แต่เทือกเขาหลัก รับปริมาณน้ำฝนไม่ไหว ทำให้น้ำไหลหลากเป็นเส้นทางน้ำเกิดใหม่ขนาดใหญ่ พัดพาเอาดินโคลนขนาดใหญ่และต้นไม้ ลงสู่ด้านล่าง

          นายพลากร บุญประคอง นายอำเภอขนอม ได้ลงพื้นที่และสรุปประเมินความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท พร้อมกล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สวนยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด เท่าที่ประเมินคาดว่าพื้นที่นี้ไม่น่าจะมาเป็นพื้นที่สวนยางได้อีก แต่อาจจะปรับเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ของอำเภอขนอม แทน เพราะหลังจากเกิดเหตุดินถล่ม ได้เกิดสายน้ำตกแห่งใหม่ และมีหินขนาดใหญ่กั้นไว้ทั้ง 2 ฟากฝั่ง ความยาวประมาณ 4 ก.ม. กว้าง 30-80 เมตร ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งหารือหาทางออกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

          ทั้งนี้ แม้ว่าเหตุภูเขาถล่มในอำเภอขนอม จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวและอพยพไปอยู่นอกพื้นที่ เพื่อความปลอดภัย ชาวบ้านตำบลควนทอง อย่างน้อย 15 ครอบครัว อพยพไปอยู่รวมกันที่ศาลาที่ทำการกองทุนบ้านบางเหรียง และบางส่วนไปอาศัยตามบ้านญาตินอกพื้นที่ เพราะยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย หลังหินขนาดใหญ่จาก ภูเขาควนทองถล่มลงมาทับสวนยางของชาวบ้านจนกลายเป็นธารโคลนขนาดใหญ่ เนื่อง จากหินจำนวนมากที่ถล่มลงมาทำให้ทางเข้าหมู่บ้านแห่งนี้ถูกตัดขาด และไม่มีทั้งน้ำและไฟฟ้าใช้

          ล่าสุดทางจังหวัดได้สำรวจความเสียหาย และนำรถแบ็กโฮขุดถนนเพื่อเปิดเส้นทางเข้าหมู่บ้านแล้ว ส่วนความเสียหายเบื้องต้นพบว่าบ้านเรือนเสียหายเล็กน้อยประมาณ 10 หลัง โดยพื้นที่เสียหายส่วนใหญ่เป็นสวนยางกว่า 100 ไร่

          ขณะที่ นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมเชิงเขาในพื้นที่ อำเภอพิปูน อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอขนอม ระวังอันตรายจากดินโคลนถล่ม เนื่องจากบางพื้นที่ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

          อย่างไรก็ตาม มีรายงานล่าสุดว่า เกิดเหตุดินและโคลนถล่ม ในพื้นที่ ม.8 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราชหลายจุด ในบริเวณพื้นที่ป่าเขา ซึ่งไม่มีชาวบ้านอยู่อาศัย และดินยังมีการทรุดตัวอยู่ ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถเข้าไปบริเวณนั้นได้


ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 6 พฤศจิกายน

          สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 6 พฤศจิกายน ล่าสุด ได้ประกาศให้ทั้งจังหวัดเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มแล้ว พร้อมกับเตือนชาวบ้านใน 6 อำเภอ ที่อยู่ติดกับอ่าวไทย คือ อ.ขนอม สิชล ท่าศาลา ปากพนัง หัวไทร และ อ.เมือง ให้ติดตามข่าว และเฝ้าระวังสถานการณ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ได้รับพายุแบบเต็ม ๆ ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือน พร้อมกับห้ามนำเรือเล็กออกหาปลา เนื่องจากทะเลมีคลื่นลมแรง

          นอกจากนี้ ยังได้สั่งให้เฝ้าระวังพื้นที่ 10 อำเภอ 15 ตำบล 21 หมู่บ้าน ที่อยู่ในแนวน้ำป่า หากฝนตกหนักผิกปกติ บนเทือกเขาหลวง ที่ขณะนี้ภูเขาอุ้มน้ำเอาไว้มาก จะต้องอพยพชาวบ้านภายใน 12 ชั่วโมง เพราะเสี่ยงต่อดินภูเขาถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก

          ขณะที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.ศชอ. กล่าวว่า ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากในช่วง 2 วันที่ผ่านมาจะมีปริมาณน้ำสูง โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังในเรื่องของดินโคลนถล่ม ได้แก่ พื้นที่อำเภอ ขนอม สิชล และร่อนพิบูล ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ด้วย
 

ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 5 พฤศจิกายน

          สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 5 พฤศจิกายน จากสภาพฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศเป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติฉุกเฉิน เพิ่มขึ้นเป็น 21 อำเภอ รวมพื้นที่ประสบภัย 140 ตำบล 659 หมู่บ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอขนอม และอำเภอสิชล ที่ถนนสาย 410 บริเวณสามแยกขนอม-สิชล หลักกิโลเมตรที่ 77-78 บริเวณบ้านเขาป้าย ตำบลสิชล อำเภอสิชล ดินได้สไลด์ลงมาทับถนนเป็นวงกว้าง ระดับน้ำสูงขึ้น รถเล็กไม่สามารถผ่านได้

          ส่วนทางแยกเข้าอำเภอขนอม บริเวณคลองเขาเหลง บ้านเขาเหลง หมู่ที่ 6 ตำบลควนทอง อำเภอขนอม ดินและโคลนได้ถล่มลงมา เป็นเส้นทางยาวประมาณ 7 กิโลเมตร มีขนาดกว้าง 15-20 เมตร ทำให้พื้นที่สวนยางบริเวณเชิงเขาของชาวบ้านกว่า 60 ไร่ หายราบไปกับโคลน กลายเป็นที่ราบกว้าง ซึ่งทางอำเภอได้อพยพชาวบ้านออกไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว

          ทั้งนี้ นายพลากร บุญประคอง นายอำเภอขนอม จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยถึง เหตุดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นเมื่อเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนว่า ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายได้ในระดับหนึ่ง โดยในวันนี้จะนำเครื่องจักร เข้าไปในพื้นที่เพื่อเคลียร์พื้นที่ หลังจากดินโคลนที่ถล่มไหลเข้าสวนยางเกือบ 100 ไร่ และปิดขวางถนนทางเข้าหมู่บ้าน ทำให้ไม่สามารถสัญจรทางรถได้ ต้องใช้การเดินเท้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในขณะนี้ยังไม่มีปัญหาขาดแคลนอาหาร เนื่องจาก มีถุงยังชีพเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว หลังจากที่มีคำเตือนออกมา

          อย่างไรก็ตามในวันนี้ ยังคงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับรายงานว่าอาจมีฝนตกลงมาอีก

          ส่วนสถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่บริเวณริมคลองและริมทางรถไฟ ซึ่งเป็นด่านแรกที่ได้รับน้ำมาจากเทือกเขาหลวง อำเภอลานสกา และจากอำเภอพรหมคีรี น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในเขตตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณตลาดหัวอิฐ สถานีขนส่ง สะพานท่าเรือ ชุมชนหลังสถานีรถไฟ และชุมชนต่าง ๆ ในเขตเทศบาล น้ำยังคงท่วมสูง หากวันนี้ฝนไม่ตกลงมาอีก สถานการณ์น้ำในเขตเทศบาล ก็คงจะลดลงตามลำดับ 

          อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ระดับน้ำในตัวเมืองนครศรีธรรมราชเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังได้ระบายน้ำไปตามคลองสายหลักต่าง ๆ ขณะที่ตัวจังหวัดชั้นใน โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของเทือกเขาหลวง คือ อ.เมือง อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ลานสกา อ.จุฬาภรณ์ กำลังถ่ายเทไปเพิ่มระดับขึ้นในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังคือ อ.ปากพนัง อ.เมืองบางส่วน อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.หัวไทร และอ.เชียรใหญ่ ทำให้น้ำไหลเอ่อเข้าท่วมหลายพื้นที่

 

 

น้ำท่วม
น้ำท่วม

 



ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 4 พฤศจิกายน

 

          สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 4 พฤศจิกายน มีรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินจากเทือกเขาหลวง หมู่บ้านเขาหลัก ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้เริ่มถล่มลงมาเป็นระยะ ๆ จนมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายแล้ว ล่าสุดเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา ได้เกิดเสียงระเบิดดังมาจากบนเขา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า ภูเขาเกิดการเคลื่อนตัว และเป็นอันตราย จึงสั่งเร่งอพยพประชาชนกว่า 100 คนออกจากพื้นที่เป็นการด่วน

          ขณะเดียวกัน นักธรณีวิทยาได้ออกประกาศเตือนผู้ใช้เส้นทางสัญจร ถ.นคร-สุราษฎร์ บริเวณหมู่บ้านเขาหลัก อ.สิชล ว่า จากฝนที่ตกลงมาติดต่อกันอย่างหนัก ทำให้ดินบนยอดเขากักเก็บน้ำไว้จนเกิดภาวะอิ่มตัวแล้ว และอาจจะถล่มลงมาได้

          ทั้งนี้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 21 อำเภอ โดยที่ อ.ขนอม และสิชล มีน้ำท่วมสูง ถ.ทุ่งสง-สุราษฎร์ รถเล็กผ่านไม่ได้


ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมนครศรีธรรมราช วันที่ 3 พฤศจิกายน

          นายธเนศวร คงหอม รักษาราชการแทน หัวหน้าสำนักงานป้องกันบรรเทาและสาธารณภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สถานการณ์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่ส่วนใหญ่ที่น้ำท่วมอยู่นั้น ระดับน้ำยังทรงตัว จะมีเพิ่มบ้างในบางพื้นที่ เช่น อำเภอพิปูน ส่วนอำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด จะเป็นที่ อำเภอชะอวด แต่เจ้าหน้าที่ยังสามารถเข้าถึงได้หมดทุกพื้นที่ และมีการติดต่อถึงกันได้หมด จึงไม่มีการตกค้างหรือถูกตัดขาดแต่อย่างใด 

          อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกลงมาหนักทำให้อุโบสถวัดควนดินแดง ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จได้ไม่นาน มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ถล่มลงมาทั้งหลัง สภาพพังราบยับเยิน

          ขณะที่ถนนรามราช ท้ายน้ำตำบลคลัง และถนนท่าโพธิ์ ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง ได้ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ส่วนที่ชุมชนสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมด้วยเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้อพยพชาวบ้านไปอยู่ในที่ปลอดภัยที่ทางเทศบาลนครศรีธรรมราชจัดไว้ให้แล้ว

          ทั้งนี้ ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ได้เปิดเผยว่า การที่ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ทำให้ปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยที่จุดเฝ้าระวัง บ้านวังไทร อำเภอลานสกา และสถานีบ้านนาสระ อำเภอพระพรหม วัดได้ที่ 111 มิลลิเมตร และ 86 มิลลิเมตร ตามลำดับ ทำให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำคลองเสาธง และคลองท่าดี เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          ซึ่งคาดว่าในวันนี้ปริมาณน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่ราบเชิงเขาจะไหลมาสมทบเพิ่มเติม ในพื้นที่ราบ และพื้นที่ลุ่มแม่น้ำตอนล่าง ซึ่งจะทำให้พื้นที่ดังกล่าว มีระดับน้ำทรงตัวหรือ ยกสูงขึ้นเล็กน้อย ส่งผลกระทบในพื้นที่ถนนพัฒนาการคูขวาง และถนนศรีธรรมาโศกราช ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่เตรียมป้องกันภัยล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัย และป้องกันภัยน้ำไหลเข้าพื้นที่พักอาศัย และพื้นที่การเกษตร โดยเคลื่อนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง พาหนะ และทรัพย์สิน ขึ้นสู่ที่สูง พร้อมกันนี้ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ทางกรมชลประทานจะแจ้งสถานการณ์น้ำให้ทราบเป็นระยะต่อไป

          ด้าน พ.ต.ท.ประเสริฐ นาคคง รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตในลำคลอง หมู่ 8 ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา หลังจากรับแจ้งจึงไปสอบสวนและพลิกศพ เมื่อไปถึงพบศพผู้ตาย ทราบชื่อนายจรัส เดชสุข อายุ 79 ปี บ้านอยู่ตำบลไทรบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เสียชีวิตมาแล้ว 10-12 ชั่วโมง จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า นายจรัส ถูกน้ำพัดจมหายไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยผู้ตายได้เดินทางออกจากบ้านไปที่กระท่อมกลางทุ่งนา เพื่อไปดูนาข้าวที่จมอยู่ใต้น้ำ แล้วข้างคลองที่มีน้ำที่ไหลเชี่ยว จึงถูกน้ำพัดจมเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเป็นรายที่ 4 ที่จมน้ำเสียชีวิต จากภาวะน้ำท่วมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

 




 



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
    

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
น้ำท่วมนครศรีธรรมราช เฝ้าระวังโคลนถล่มหลังฝนหนัก อัปเดตล่าสุด 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา 10:26:50 56,060 อ่าน
TOP