สตช.กำชับทุก สน.ดูแลร้านทองเข้ม หลังราคาพุ่ง




สตช.กำชับทุก สน.ดูแลร้านทองเข้ม (ไอเอ็นเอ็น)
 
          ผบ.ตร.กำชับ ตำรวจทุกพื้นที่ ตรวจเข้มร้านทอง หลัง ราคาพุ่งสูง พร้อมประสานเจ้าของร้าน วางระบบป้องกัน เพื่อความปลอดภัย

          พล.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ราคาทองคำมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลต่อการก่อเหตุอาชญากรรมตามร้านทอง หรือลักทรัพย์ประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง พล.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งกำชับให้หน่วยปฏิบัติการ เช่น สายตรวจเดินเท้า และสายตรวจรถจักรยานยนต์ เพิ่มความเข้มข้น และความถี่ในการออกตรวจตราตามร้านทอง และตามจุดเสี่ยงต่อการโจรกรรมทรัพย์สินเป็นกรณีพิเศษ

          พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำว่า แต่ละพื้นที่ต้องมีการจัดกำลังให้เพียงพอต่อการดูแลความปลอดภัย หากไม่เพียงพอให้เร่งประสานผู้บังคับบัญชา เพื่อจัดกำลัง นอกจากนี้ ยังได้ประสาน ผู้ประกอบการร้านค้าทองคำ ให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ทั้งภายในและนอกร้าน รวมถึง ขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้าหน้าร้าน ให้ช่วยสอดส่องและดูแลเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยอีกทางหนึ่ง

          นอกจากนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันออกตรวจตราและควบคุมการจำหน่ายราคาเนื้อสุกร ตามตลาดไม่ให้ขายเกินราคาที่กำหนดด้วย หากพบร้านค้าใดมีการจำหน่ายเกิน ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายได้


ทองพุ่ง-ฝรั่งทิ้งหุ้นดิ่ง

         ตื่นทอง! คนไทยแห่ซื้อหนัก ส่งผลให้ปรับราคาวันเดียว 19 ครั้ง เป็นประวัติการณ์ "จิตติ" ชี้เก็งกำไรแน่ ซ้ำร้ายแพงกว่า "แพลตินัม" โดยทองแท่งพุ่งถึง 25,100 บาท เผยยังมีทิศทางบวกต่อ บางรายคาดไปถึง 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์แล้ว "หุ้น" ยังแดงไม่เลิก ตั้งแต่เริ่มสิงหาคมมาร์เก็ตแคปหายแล้ว 8.2 แสนล้านบาท ฝรั่งเทขายหนักเหยียบ 2 หมื่นล้าน

         ความวิตกต่อเศรษฐกิจโลกยังคงส่งผลลบ ต่อตลาดหุ้นต่อเนื่อง โดยนักลงทุนต่างเทขายหุ้นแล้วหันไปลงทุนในสินทรัพย์อย่างทองคำกันจำนวนมาก ซึ่งไทยเองก็ไม่แตกต่างกัน มีความแตกตื่นในการไปเข้าคิวซื้อขายทองอย่างหนาแน่น จนทำให้ต้องมีการปรับราคาแบบวันต่อวันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 19 ครั้ง และทำราคาสูงสุด (นิวไฮ) แบบนับไม่ถ้วน

         โดยสมาคมค้าทองคำได้ออกประกาศ ราคา 19 ครั้ง หรือเพิ่มขึ้นบาทละ 950 บาท ซึ่งปรับราคาครั้งแรก ตั้งแต่เปิดตลาดเวลา 09.00 น. เพิ่มขึ้น 600 บาท และปรับเพิ่มขึ้นรวม 7 ครั้ง รวม 1,000 บาท จากนั้นมีการปรับลดราคา 4 ครั้ง รวม 450 บาท ก่อนปรับขึ้นอีก 7 ครั้ง รวม 350 บาท ก่อนจะปรับราคาครั้งที่ 19 ณ เวลา 17.08 น. ขึ้นอีก 50 บาท ส่งผลให้ราคารับซื้อทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 25,000 บาท ขายออก 25,100 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 24,635 บาท และขายออกบาทละ 25,500 บาท

         นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ยอมรับว่า ถือเป็นครั้งแรกที่มีการปรับราคาหลายครั้งจนแทบเปลี่ยนราคาไม่ทัน และมองว่าราคาทองครั้งนี้มีความผิดปกติเหมือนกรณีน้ำมันก่อนหน้านี้ที่มีการ เข้ามาเก็งกำไรจนราคาสูงไปถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบันก็ปรับลดลง ซึ่งกรณีทองคำก็เชื่อว่าจะเหมือนกัน

         "หากวิตกเศรษฐกิจสหรัฐอย่างเดียว คงไม่มีการปรับราคามากขนาดนี้ ต้องมีการเข้ามาเก็งกำไรหรือปั่นราคาแบบซื้อมาขายไปแน่นอน ที่สำคัญยังเป็นครั้งแรกที่ราคาทองคำแพงกว่าทองคำขาวเสียอีก" นายจิตติ ระบุ

         นาย ธนสิน กลีบลำเจียก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ราคาทองคำน่าจะยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อไปในระยะสั้น โดย 2 วันที่ผ่านมาทองคำปรับเพิ่มไปแล้ว 110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้นในประเทศบาทละ 1,650 จากเมื่อวันเสาร์ และเชื่อว่าการซื้อขายต่อไปยังจะมีความผันผวน โดยเฉพาะข่าวนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะออกมา

         น.ส.ฐิ ภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด มองว่า ราคาทองยังคงร้อนแรงและผันผวนต่อ เพราะสภาพเศรษฐกิโลกยังเป็นปัจจัยที่น่ากังวลและต้องจับตา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจไตรมาสหรือการประชุมเฟด ซึ่งบางรายมองเป้าหมายราคาทองโลกถึงระดับ 2,000 ดอลลาร์แล้ว

         นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ รองประธานกรรมการ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับตัวขึ้นกว่า 300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากจุดต่ำสุดที่ 1,477 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นับมาถึงปัจจุบันได้ปรับตัวขึ้นกว่า 20% ไม่แตกต่างจากราคาทองคำในประเทศ ที่ปรับตัวขึ้นมา 17.45% และทิศทางราคาทองคำยังจะเดินหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง โดยประเมินว่าปลายปีราคาทองจะอยู่ที่ 1,830-1,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 25,120-25,400 บาทต่อบาททองคำ

         สำหรับราคาทองตลาดโลกล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 9 ส.ค. อยู่ที่ 1,749.15 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับเพิ่มขึ้น 62.36 ดอลลาร์ โดยระหว่างวันราคาปรับสูงถึง 1,778.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ทองคำขาวหรือแพลตินัมอยู่ที่ 1,731.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับเพิ่มขึ้น 24.50 ดอลลาร์

         ราคาทองที่ปรับสูงขึ้นมาอย่างมาก ทำให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้สั่งให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ถึง 9 จัดกำลังตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยร้านทองเพิ่มเป็นพิเศษ พร้อมทั้งประสานไปยังเจ้าของร้านทองให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด สัญญาณเตือนภัย ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น และใช้ในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้

         "หากพื้นที่ไหนไม่เข้มงวดกวดขันจนมีการก่อเหตุปล้น หรือชิงทรัพย์ร้านทอง ขึ้น จะมีมาตรการในการลงโทษทางวินัย กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปล่อยปละละเลยและรับ ผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ " พล.ต.ท.จักรทิพย์ระบุ

         พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวเสริมว่า บช.น.ได้กำชับให้ทุกสถานีตำรวจนครบาลส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เฝ้าระวังดูแลร้านทองตามชุมชนต่าง ๆ อย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นตลาดหรือในเมือง

         ด้านความเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นยังคงติดลบ ทั่วโลก โดยตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ปิดเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ 10,810 จุด ลดลงถึง 624 จุด เช่นเดียวกับ ดัชนีฮั่งเส็ง ฮ่องกง เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ปิดที่ 19,330.70 จุด ลดลง 1,159.87 จุด หรือ -5.66 %, คอมโพสิต อินโดนีเซีย ปิดที่ 3,735.12 จุด ลดลง 115.15 จุด หรือ -2.99 %, คอมโพสิต โซล ปิดที่ 1,801.35 จุด ลดลง 68.10 จุด หรือ -3.64 % และนิกเกอิ ญี่ปุ่น ปิดที่ 8,944.48 จุด ลดลง 153.08 จุด หรือ -1.68%

         ส่วนตลาดหุ้นไทยนั้น ดัชนียังคงผันผวนตั้งแต่เปิดตลาด และไปแตะระดับต่ำสุดของวันที่ 9 ส.ค. ที่ 1,033.38 จุด ลดลง 44.86 จุด ก่อนจะรีบาวด์ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 1,051.80 จุด ลดลง 26.39 จุด ขณะที่เปิดการซื้อขายภาคบ่ายดัชนีกระเตื้องมาแตะระดับสูงสุดที่ 1,071.95 จุด จากนั้นได้ลดลงต่อเนื่องมาปิดการซื้อขายที่ 1,042.54 จุด ลดลง 35.65 จุด มูลค่าการซื้อขายท่วมท้น 63,606.85 ล้านบาท

         และตั้งแต่ 3 วันทำการ (5–9 ส.ค.) ดัชนีได้ลดลงจากวันที่ 4 ส.ค. ที่อยู่ที่ 1,124.01 จุด ถึง 81.47 จุด และมาร์เก็ตแคป ณ วันที่ 9 ส.ค. อยู่ที่ 8.53 ล้านล้านบาท จากวันที่ 1 ส.ค. อยู่ที่ 9.35 ล้านล้านบาท หรือปรับลดลง 8.2 แสนล้านบาท และตั้งแต่วันที่ 5–9 ส.ค. เพียง 3 วันทำการ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวมแล้ว 20,405.26 ล้านบาท

         น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีผันผวนค่อนข้างแรง โดยยังมีแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศเป็นปัจจัยหลักกดดัน

         นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ว่า การชะลอตัวเศรษฐกิจสหรัฐในรอบนี้จะกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในระยะ ยาวมากกว่าวิกฤติเมื่อปี 2551 ซึ่งกระทบสถาบันการเงินภาคเอกชน จึงมีผลที่รุนแรงต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลก เพียงแต่ผลเกิดขึ้นแค่ช่วงสั้น ซึ่งแตกต่างจากรอบนี้

         "เที่ยวที่แล้วมี ปัญหาในสถาบันการเงิน แต่ภาครัฐเข้ามาช่วย ผลกระทบจึงเป็นแบบช็อกแต่สั้น ส่วนเที่ยวนี้เป็นปัญหาของภาครัฐ ซึ่งอาจไม่มีใครเข้ามาช่วยได้มากนัก จึงเป็นลักษณะค่อนข้างซึมยาว" นายประสารกล่าว

         นายประสารยืนยันว่า ยังไม่มีผลกระทบถึงไทย โดยค่าเงินบาทยังมีเสถียรภาพ ธปท.แทบไม่ได้เข้าไปดูแลตลาดเงินช่วงที่ผ่านมาเลย ส่วนการบริหารเงินทุนสำรองระหว่างประเทศนั้น ระยะสั้นอาจยังไม่เห็นการปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก เพราะต้องใช้เวลา แต่ระยะยาวต้องมองทางเลือกอื่นในการลงทุนเพิ่ม ซึ่งธนาคารกลางทั่วโลกก็มีทิศทางในลักษณะเดียวกันนี้

         "10 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกถือสินทรัพย์ในรูปของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเฉลี่ย 70% แต่เมื่อสิ้นไตรมาสแรกที่ผ่านมา ธนาคารกลางเหล่านี้ถือสินทรัพย์รูปพันธบัตรสหรัฐลดลงมาอยู่ที่ 50% ซึ่งของเราเองก็มีทิศทางเดียวกันนี้" นายประสารกล่าว

         สำหรับราคาน้ำมัน นั้น มีรายงานข่าวจากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสัปดาห์นี้ยังคงผันผวนในทิศทางขาลงอยู่ โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนต์จะอยู่ที่กรอบ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสจะอยู่ที่ 75-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลจากวิกฤติสหรัฐเป็นหลัก

         ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสล่าสุดปรับลดลง 5.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 81.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น้ำมันดิบดูไบปรับเพิ่มขึ้น 0.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 101.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ น้ำมันเบนซินลดลง 1.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 116.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันยังทรงตัวและอาจปรับลดลงได้ในระยะสั้น ๆ นี้




ขอขอบคุณข้อมูลจาก





เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สตช.กำชับทุก สน.ดูแลร้านทองเข้ม หลังราคาพุ่ง อัปเดตล่าสุด 10 สิงหาคม 2554 เวลา 17:49:16 22,220 อ่าน
TOP
x close