





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก stuff.co.nz
ในขณะที่มีการกู้ซากปรักหักพัง ซ่อมแซมถนน และชีวิตของผู้ประสบภัยต่างก็ต้างก้าวต่อไป แต่บาดเเผลจากการการทำลายล้างของภัยธรรมชาติครั้งนั้นก็ยังคงอยู่ และความยากลำบาก ต่างก็ยังคงหลอกหลอนผู้ประสบภัย แม้เวลาจะล่วงเลยไปแล้ว 1 ปีก็ตาม
เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ไมนิจิ รายงานว่า ประเทศญี่ปุ่น จะจัดงานครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ ในวันที่ 11 มีนาคมนี้ ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหว และสึนามิที่เกิดขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ได้ทำให้คนกว่า 19,000 คน เสียชีวิตหรือสูญหาย ซึ่งนับเป็นการสูญเสียครั้งที่ใหญ่ที่สุด หลังจากเหตุการณ์โรงงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิด เมื่อปี 1986
ทั้งนี้ พิธีรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว จะจัดขึ้นในเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น รวมไปถึงกรุงโตเกียว และสถานที่สำคัญ ๆ ในวันอาทิตย์นี้ โดยจะมีการยืนไว้อาลัยทั่วประเทศในเวลา 14.46 น. ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ เมื่อปีที่แล้ว
ด้านจักรพรรดิ อากิฮิโตะ ซึ่งเพิ่งทรงพักฟื้นจากการผ่าตัดหัวใจ จะเข้าร่วมงานพิธีรำลึกกับทางรัฐบาล ร่วมกับนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น นายโยชิฮิโกะ โนดะ รวมถึงตัวแทนของครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ โรงละครแห่งชาติญี่ปุ่น ใจกลางกรุงโตเกียว และก่อนหน้าการจัดงานในวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคมนี้ ยังมีการจัดงานรำลึกตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งในเขตมินามิโซมะ และเขตไอวากิ ในจังหวัดฟุกุชิม่า ซึ่งมีการจุดตะเกียงและเทียนที่นำไฟมาจากพิธีรำลึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมืองโกเบ เมื่อปี 1995
นอกจากนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ผู้คนกว่า 2,000 ได้มารวมกันในโบสถ์นอสเตอดาม ซึ่งนายจุน คันโนะ นักเปียโนชาวญี่ปุ่น หนึ่งในผู้ประสบภัยในจังหวัดมิยากิและขณะนี้อาศัยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ได้กล่าวคำขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่ส่งต่อมาให้ประเทศญี่ปุ่น ทั้งจากในประเทศฝรั่งเศสเองและประเทศอื่น ๆ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ช่วยให้ประสบภัยมีความหวังในการมีชีวิตอยู่ต่อไป
เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในภาคตะวันออกของญี่ปุ่น ได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 15,800 คน ซึ่งส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการคลื่นสึนามิ โดยเฉพาะในจังหวัดมิยากิและจังหวัดฟุกุชิม่า ทางภูมิภาคโทโฮะคุของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีอีกกว่า 500 ศพที่ไม่สามารถระบุตัวได้ และคนกว่า 3,100 คนใน 6 จังหวัดได้สูญหายไปกับเหตุการณ์ดังกล่าว





