
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ตำรวจเม็กซิกันพบศพกว่า 49 ศพ ถูกหั่นใส่ถุงพลาสติกทิ้งอยู่บนทางหลวงชายแดนเม็กซิโก-สหรัฐฯ เชื่อเป็นฝีมือขบวนการค้ายาเสพติด
รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจเมืองมอนเตอร์เรย์ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเม็กซิโก ได้พบศพมนุษย์กว่า 49 ศพ บนทางหลวงที่เชื่อมระหว่างเมืองมอนเตอร์เรย์และเมืองเรย์โนซา ชายแดนเม็กซิโก-สหรัฐฯ ทำให้ต้องปิดถนนชั่วคราวเพื่อสืบสวน โดยจากการตรวจสอบพบว่า ศพทั้งหมดนี้ เป็นชาย 43 ศพ และหญิง 6 ศพ แต่ละศพถูกบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ในสภาพถูกตัดศีรษะและตัดมือออกอย่างน่าสยดสยอง ถูกหั่นชำแหละก่อนหน้านี้ไม่เกิน 2 วัน ก่อนจะถูกขนขึ้นรถบรรทุกเพื่อมาทิ้งลงในที่เกิดเหตุ และในที่เกิดเหตุยังพบข้อความระบุว่า ศพเหล่านี้ถูกฆ่าโดยกลุ่มผลิตยาเสพติด "เซทาส" ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่ที่มีอิทธิพลมากในเม็กซิโก
จากการสืบสวนเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ศพเหล่านี้อาจเป็นเหยื่อสังหารโหดของขบวนการค้ายาเสพติดจากกลุ่มเซทาส ตามที่มีข้อความระบุไว้กับศพ โดยกลุ่มเซทาสอาจต้องการข่มขู่คู่แข่งอย่างกลุ่มเดอะกัลฟ์ และซินาโล หลังจากที่ทั้งสามกลุ่มค้ายาเสพติดนี้กำลังแข่งกันยึดอำนาจในการขนส่งยาเสพติดไปยังสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ดี อาจไม่ใช่ฝีมือของกลุ่มเซทาส แต่มีผู้ต้องการจะใส่ร้ายก็เป็นได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสืบสวนอย่างละเอียดต่อไป
ทั้งนี้ การฆาตกรรมอันน่าสยดสยองดังกล่าว นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่พบเห็นเป็นปกติในเม็กซิโก ซึ่งทวีความรุนแรงเรื่อยมานับตั้งแต่รัฐบาลเม็กซิโกมีนโยบายกวาดล้างยาเสพติดด้วยวิธีรุนแรง จึงทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดตอบโต้ด้วยวิธีที่รุนแรงกลับ ด้วยการฆ่าคนข่มขู่ นอกจากนี้ กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ยังใช้วิธีเดียวกันนี้ในการข่มขู่กลุ่มค้ายาคู่แข่งด้วย โดยมีการฆ่าทั้งผู้บริสุทธิ์และสมาชิกกลุ่มค้ายาฝ่ายตรงข้าม ขณะที่รัฐบาลเม็กซิโกก็ยังคงเดินหน้ากวาดล้างยาเสพติด และทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการก่ออาชญากรรมฝีมือกลุ่มค้ายาแล้วกว่า 50,000 ราย





