ตำรวจส่งซากกุมารทอง ให้นิติเวชตรวจสอบแล้ว


รู้ตัวหมอผีกุมารทอง

รู้ตัวหมอผีกุมารทอง

รู้ตัวหมอผีกุมารทอง



ตำรวจส่งซากกุมารทอง ให้นิติเวชตรวจสอบแล้ว (ไอเอ็นเอ็น)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการ เรื่องเล่าเช้านี้

           เจ้าเหน้าที่ ตำรวจ สน.พลับพลาไชย 2 ส่ง ซากกุมารทอง 6 ศพ ให้นิติเวช ร.พ.ตำรวจ สอบแล้ว - เตรียมเรียก เฉิน มาสอบปากคำ

           พ.ต.ท.(หญิง) จิตติมา ธงไชย พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.พลับพลาไชย 2 นำซากศพทารกทั้ง 6 ศพ พร้อมบรรจุอยู่ในกล่องลังทั้งหมด 3 กล่อง แบ่งเป็นกล่องละ 2 ศพ โดยแต่ละกล่องมีผ้าอ้อมเด็ก และพบพวงมาลัย จำนวนหนึ่ง เพื่อนำมาให้เจ้าหน้าที่แพทย์นิติเวช ร.พ.ตำรวจ ชันสูตรตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมเปิดเผยว่า ในวันนี้ได้นำศพเด็กทั้งหมดมาตรวจสอบกับทางนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อตรวจว่าซากศพนั้นเป็นศพมนุษย์จริงหรือไม่ ถ้าจริงทารกนั้นคลอดออกมาแล้วมีชีวิต และมาทำให้ตายเพื่อนำมาทำไสยศาสตร์ หรือ ถ้าหากมีการทำแท้งหรือเสียชีวิตระหว่างอยู่ในครรภ์ จะต้องตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

           นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเรียก นายเฉิน ชาวไต้หวัน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีศพเด็ก มาสอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า แหล่งที่ซื้อขายเกี่ยวกับศพเด็กดังกล่าวมาจากที่ใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา และยังคงต้องรอตรวจสอบอีกครั้ง สำหรับประสบการณ์ที่เจอดีนั้น มีเจอบ้าง คือ เคยได้ยินเสียงเด็ก และนึกว่าเป็นเสียงจากคอมพิวเตอร์ที่เปิดอยู่จึงถามเพื่อนร่วมงานแต่ไม่ใช่ และเพื่อนร่วมงานก็ได้ยินเสียงเด็กเหมือนกัน จึงได้นำน้ำแดงมาถวาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายที่เข้าเวรในช่วงดึก ก็พบว่าได้ยินเสียงเด็กร้องบ้าง ได้กลิ่นแป้งเด็กบ้าง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำขนมและน้ำมาถวาย โดยเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปทำบุญโรงศพที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ศพเด็กทั้งหมดด้วย


ตำรวจพลับพลาไชยผวา ได้ยินเสียงเด็กร้องกลางดึก


            เจ้าหน้าที่รู้ตัวหมอผีปลุกเสกกุมารทอง เตรียมจับกุมมาดำเนินคดี - ส่งศพเด็กของกลางพิสูจน์เป็นชาวไทยหรือเขมร ขณะที่ตำรวจ สน.พลับพลาไชย ผวา ได้ยินเสียงเด็กร้องกลางดึก

            สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุม นายโจว ฮอง ฮุน อายุ 28 ปี ชาวไต้หวัน พร้อมของกลางศพเด็กทารก ลักษณะปลุกเสกทำเป็นกุมารทองปิดทองทั่วตัวจำนวน 6 ศพ บรรจุในกล่องกระดาษ โดยสามารถจับกุมได้ที่ โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเยาวราช ซึ่งภายหลังได้รับการประกันตัว แต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศนั้น

            ความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ (20 พฤษภาคม) พ.ต.ท.คฑายุทธ โรจน์วงศ์สุริยะ สว.กก.ดส. เปิดเผยว่า ทางผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า ซื้อกุมารทองมาจากนายเฉิน ชาวไต้หวัน ซึ่งจ่ายเงินที่ประเทศไต้หวัน ก่อนที่ตนจะเดินทางมารับของที่กรุงเทพฯ และเมื่อเจ้าหน้าที่เชิญตัวนายเฉิน เหวิน อี้ อายุ 32 ปี ที่ผู้ต้องหากกล่าวอ้างมาตรวจสอบ พร้อมกับนำตัวไปค้นห้องที่เกสเฮ้าท์ แห่งหนึ่งย่านถนนข้าวสาร ก็ไม่พบสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด จึงต้องปล่อยตัวไปก่อน

            ส่วนของกลางทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่า ตามตัวกุมารทองนั้นมีการลงอักขระเป็นภาษาเขมรทั่วลำตัว ซึ่งคาดว่าน่าจะทำมาจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนนำมาจำหน่ายในกรุงเทพให้กับบรรดาพ่อค้า นักธุรกิจ ที่เชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ แต่เมื่อสอบผู้ต้องหารายนี้พบว่าผู้ต้องหาไม่ทราบว่า นายเฉิน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาอ้างว่ามีการซื้อกุมารทองกันนั้นนำซากศพทารกมาจากที่ใด ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากตรวจสอบย้อนหลังไปยังพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ทำการจับกุมและพื้นที่ทั่วไปใน กทม.ไม่พบว่ามีการแจ้งลักศพทารกแต่อย่างใด ส่วนหมอผีหรือว่าคนที่ทำพิธีกรรมปลุกเสกกุมารทอง คาดว่าน่าจะเป็นคนไทยแต่อาจจะหมอที่ร่ำเรียนวิชาไสยเวทมาจากประเทศเขมร อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่รู้ตัวหมอผีที่ทำพิธีกรรมดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมและนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

           ขณะที่ทางด้านสำนักเม้ง ขุนแผน ซอยรามคำแหง 190 นายพิชิต แสงวิทโยทัย หรือ อาจารย์เม้ง ขุนแผน กล่าวให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกุมารทองว่า ตนไม่สนับสนุนการนำซากศพเด็กจากการทำแท้งมาทำกุมารทอง เพราะถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เนื่องจากว่าแท้จริงแล้วกุมารทองไม่จำเป็นต้องทำจากศพเด็กเท่านั้น ยังสามารถใช้ดิน 7 ป่าช้าหรือกระดูกของคนที่ถูกเผาในเมรุก็ได้ แต่การเอาซากศพที่เกิดจากการทำแท้งมาทำเป็นกุมารทอง ทำให้วิญญาณที่เกิดจากการทำแท้งไม่ได้รับการปลดปล่อย เกิดการอาฆาต และทำให้ชีวิตคนที่นำไปบูชาตกต่ำและจะเป็นกรรมต่อเนื่องกันระหว่างเจ้าของ คนปลุกเสกและดวงวิญญาณเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วการทำกุมารทอง คือความตั้งใจที่จะให้วิญญาณได้รับการปลดปล่อยจากกรรมและความแค้น เมื่อวิญญาณได้รับการปลดปล่อยก็จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน จึงต้องทำหุ่นแล้วเอาวิญญาณมาสถิตไว้เพื่อจะได้มีที่อยู่ เจ้าของที่บูชาก็จะต้องหมั่นทำบุญ จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้ชีวิตดีขึ้น
 
            ทั้งนี้ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 ระบุว่า ในวันนี้ (21 พฤษภาคม) จะนำซากทารกทั้ง 6 ซาก ส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจเพื่อพิสูจน์ ว่า เป็นสภาพบุคคลเริ่มตั้งแต่คลอดแล้วอยู่รอดจนเป็นทารถสามารถหายใจด้วยปอดได้แล้วหรือไม่ และเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด จากนั้นจะเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามารับทราบทราบข้อกล่าวต่อไป

          สำหรับซากศพเด็กนั้น พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ได้นำไปเก็บไว้ในห้องเก็บของกลาง ซึ่งหลังจากมีข่าวออกมาว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ในตอนกลางคืน จึงไปซื้อน้ำแดง นมเปรี้ยว ลูกอม มาให้ ตนจึงได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.หญิง จิตติมา ธงไชย ซึ่งเป็นคนได้ยินเสียงเด็กร้อง โดย พ.ต.ท.หญิง จิตติมา ยืนยันว่า ได้ยินเสียงเด็กร้องจริง ๆ จากห้องเก็บของกลาง แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ส่วนตัวไม่ขอลบหลู่ เพราะฉะนั้น เช้าวันนี้จะใส่บาตร เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เด็กทั้ง 6 ร่างตามความเชื่อ

          อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ยังระบุด้วยว่า หลังจากข่าวความเฮี้ยนของกุมารทองแพร่ออกไป ก็ทำให้ชาวบ้านที่มีความเชื่อทางไสยศาสตร์เดินทางเข้ามาขอดูซากศพทารกดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก ทาง สน.จึงต้องขอประชาสัมพันธ์ว่า ไม่อนุญาตให้ใครเข้ามากราบไหว้แต่อย่างใดเนื่องจากห้องที่เก็บนั้นเป็นห้องที่พนักงานสอบสวนใช้ในการทำงานจึงไม่สะดวกที่จะให้ประชาชนเข้ามากราบไหว้ได้

          ด้าน ร.ต.อ.พงษ์นรินทร์ อนันตชาติ กล่าวว่า ตนเองเข้าเวรต่อจาก พ.ต.ท.หญิง จิตติมา และได้เปิดโทรทัศน์ดูไปด้วย สักพักมีเสียงเด็กร้องขึ้นมาก็นึกว่าเป็นเสียงมาจากในโทรทัศน์ แต่พอคิดดี ๆ ก็นึกได้ว่าในโทรทัศน์ไม่ได้มีเรื่องเกี่ยวกับเด็กเลย จึงคิดว่าน่าจะเป็นเสียงที่มาจากห้องเก็บซากทารกด้านหลังมากกว่า

           


คลิป ข่าวตำรวจผวากุมารร้องกลางดึก



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก









เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ตำรวจส่งซากกุมารทอง ให้นิติเวชตรวจสอบแล้ว โพสต์เมื่อ 21 พฤษภาคม 2555 เวลา 08:51:16 3,232 อ่าน
TOP
x close